ข้อความต้นฉบับในหน้า
หญ้าได้อย่างเรา เราจะให้อาหารอะไรเป็นทานแก่
พวกเขาเหล่านั้น อาหารต่างๆ เช่น งา ถั่วเขียว
แหละ ขอเชิญท่านบริโภคแล้วอยู่ในป่าต่อไปเถิด”
ลิงบอกแก่พราหมณ์ว่า “ข้าพเจ้ามีมะม่วง
ถั่วเหลือง ข้าวสาร ของเราก็ไม่มี ตัวเราเองต้อง สุก น้ำเย็น พร้อมทั้งสถานที่ ที่ร่มเย็นสบาย ขอ
เลี้ยงชีวิตด้วยหญ้า จึงเฝ้าคิดว่าเราจะให้อะไรเป็น เชิญท่านรับประทานและตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรม
ทานดี เมื่อทบทวนดูแล้ว
จึงบอกแก่ตัวเองว่าร่างกาย
ของเรานี่แหละ ไม่มีโทษ
สมควรเป็นอาหารบริโภค
ของผู้อื่น ไม่ต้องไปเที่ยวหา
ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น หากมี
ทักขิไณยบุคคลมาหาเรา
เราจะต้องให้เนื้อในร่างกาย
เถิด” แต่พราหมณ์ยังไม่ตอบ
รับคำเชิญของสัตว์ทั้ง ๒ ตัว
จากนั้นพราหมณ์เดิน
ทางต่อไปยังที่อยู่ของกระ
ต่ายโพธิสัตว์ เพื่อจะทดลอง
ใจของกระต่ายโพธิสัตว์
เมื่อกระต่ายโพธิสัตว์
เห็นพราหมณ์ยืนอยู่ก็เกิด
ความยินดีเป็นอย่างยิ่ง จึง
ของเราเป็นทานแก่เขาเหล่า
นั้น ถ้าเขาเหล่านั้นมาถึงที่
นี่ เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลา
ไป
และจะได้มีของติดตัวกลับ
กล่าวแก่พราหมณ์ว่า “ท่าน
มาถึงที่อยู่ของเราเพื่อต้อง
การอาหารจากเราเป็นการดี
แล้ว วันนี้เราจะให้ทานที่
กระต่ายโพธิสัตว์ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะ ประเสริฐแก่ท่าน ไม่มีใครเลยจะเคยให้ทานเช่นนี้
แก่ท่านมาก่อน ท่านผู้รักษาศีล การเบียดเบียนผู้
สละเลือดเนื้อของตนเป็นทาน ทำให้ร้อนถึงท้าว
สักกะ ท้าวสักกะจึงดำริว่าเราจะทดลองน้ำใจของ อื่นไม่สมควรแก่ท่าน ท่านพราหมณ์ ท่านจงไปนำ
พญากระต่าย จึงแปลงเพศเป็นพราหมณ์ไปยังที่
อยู่ของลูกนาก ทรงประทับยืนอยู่ เมื่อลูกนากเห็น
พราหมณ์จึงถามว่า “ท่านพราหมณ์ ท่านมายืน
เอาเศษไม้มาก่อไฟ เราจะย่างตัวเอง เพื่อท่านจะ
ได้กินเนื้อที่สุก”
พราหมณ์แกล้งใจรับค่าของพญากระต่าย
อยู่ที่นี่ทำไม” ท้าวสักกะจึงตอบว่า “ถ้าวันนี้เรา นำเอาเศษไม้ต่างๆ มาทำเป็นเชิงตะกอนใหญ่ เมื่อ
ได้อาหารอะไรสักอย่าง เราจะรักษาอุโบสถบ้าเพ็ญ ก่อไฟจนลุกทั่วดีแล้ว กระต่ายโพธิสัตว์เตรียมจะ
สมณธรรม” ลูกนากรับคำแล้วตอบว่า “สาธุ ข้าพเจ้า กระโดดลงท่ามกลางเปลวไฟ ก่อนที่จะกระโดด
ได้ปลาตะเพียนมา ๗ ตัว จากริมฝั่งแม่น้ำนำไป ลงไป กระต่ายโพธิสัตว์ก็คิดว่า “น้ำเย็นอันผู้ใด
วางไว้ที่ใต้พุ่มไม้ ขอเชิญท่านบริโภคแล้วอยู่ในป่า ดำลงแล้ว ย่อมระงับความกระวนกระวายและความ
นี้ต่อไปเถิด” แต่พราหมณ์ไม่รับคำเชิญของลูกนาก ร้อน ย่อมได้ความยินดีและปิติฉันใด ในเวลาที่
พราหมณ์นั้นก็ไปหาสุนัขจิ้งจอก
เราเข้าไปยังไฟที่ลุกโพลงก็จงเป็นฉันนั้น
สุนัขจิ้งจอกบอกแก่พราหมณ์ว่า “เนื้อย่าง กระวนกระวายทั้งปวงย่อมระงับ ดังดำลงในน้ำ
กบ และนมหม้อหนึ่งของคนเฝ้านา ข้าพเจ้านำมา เย็นฉะนั้น เราให้แล้วซึ่งกายทั้งหมดไม่เหลือแม้ขน
เป็นอาหารตอนกลางคืน ข้าพเจ้ามีอาหารอย่างนี้ หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก และชิ้นเนื้อ หัวใจ แก่
กัลยาณมิตร
๘๙
มิถุนายน ๒๕๓๘