ข้อความต้นฉบับในหน้า
อาการดังกล่าวนั้น อาจพบได้ในคุณที่มีลักษณะ
วาตะ หรือกผะ เด่นกว่าปิตตะได้ถ้าหากคุณปฏิบัติตน
ไม่ถูกต้อง ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ที่ทำให้ไฟในตัวคุณเพิ่ม
ขึ้น ก็พอจะแสดงอาการได้เหมือนกัน
ดังนั้นต่อไปเรามาดูวิธีการรักษาไฟในตัวเราดีกว่า
เพื่อมิให้มีมากเกินไปจนเกิดการเจ็บป่วยขึ้นได้
๑.รับประทานอาหารที่ทำให้ปิตตะสงบ มีรสหวาน
ขม ฝาด มัน เช่น
และเนย
- อาหารเช้า ควรจะเป็นพวกข้าว ผลไม้ นม
- ควรเลี่ยงอาหารเผ็ด ไข่แดง น้ำผึ้ง สมุนไพร
ที่เผ็ด เครื่องดื่มที่ร้อน
- หากอาหารไม่ย่อย ควรดื่มน้ำมะนาว
- ในฤดูร้อน ปิตตะจะเพิ่ม จึงควรรับประทาน
อาหารและดื่มของเย็นๆ แต่ไม่ควรเย็นจัด
และนาน
การงาน
๒. ให้ความเย็นแก่ร่างกาย อย่าอาบน้ำอุ่นมาก
๓.มีความพอดีในการดำเนินชีวิต พักผ่อนจาก
๔.สัมผัสความงามจากธรรมชาติ
๕.ลดการปลุกเร้า
สมาธิ)
5.ฝึกจิต (ปฏิบัติ
๓.ปัญจกรรมะ
(กรรมวิธีขจัดพิษจากร่าง
กาย)
เดือนนี้อากาศร้อน
เริ่มคลี่คลาย อากาศสบาย
เริ่มพัดวี นับเป็นช่วงเวลา
ที่ดีต่อทั้งผู้ที่มีลักษณะ
วาตะ กระและโดยเฉพาะ
ปิตตะ แม้ว่าความร้อน
ภายนอกตัวเราจะเบาบาง
ลง แต่ธาตุไฟในตัว ยังมี
มอดลงหมดเสียทีเดียว
สภาวะจิตใจที่ยังเจือด้วย
กิเลสที่แปรปรวน จึงเป็น
เสมือนเชื้อที่คอยเลี้ยงไฟให้คุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา
อันตัวคนเรานี้ เมื่อรักษาไฟในตัวให้สมดุล
สุขภาพร่างกายจักแข็งแรงได้ ทว่าโรคร้ายที่คร่าชีวิต
มวลมนุษยชาติอยู่ในขณะนี้นั้น กลับเป็นไฟแห่งกิเลสที่
แม้แต่หมอมากมายเพียงใดก็สุดที่จะเยียวยาได้ทัน โรค
ร้ายนี้ยิ่งกว่าโรคติดต่อชนิดใด ๆ ในตำราแพทย์
ความสุขในใจที่ไร้พันธนาการ และความสว่าง
แห่งปัญญาที่กระจ่างแจ้งในเป้าหมายของชีวิต ที่เกิด
จากธรรมกายเจดีย์เท่านั้น ที่จะช่วยดับไฟสงครามที่
ร้อนแรงทั่วโลก ช่วยทำให้มวลมนุษย์รอดพ้นจากโรค
ร้ายที่คอยคร่าชีวิตได้
ธรรมกายเจดีย์มีอานิสงส์มาก ละเอียดอ่อน และ
ลึกซึ้งยิ่งนัก ผู้ใดตระหนักผู้นั้นจักเข้าใจ อันความร้อน
แรงแห่งไฟ แม้เปรียบปานขั้นโลกันต์ ยังมอดดับได้
บุญล้ำค่าล้านทวีเช่นนี้ขอให้ยอมมั่นใจเถอะครับว่า มี
คุณเป็นที่หนึ่งในนั้นที่จะสร้างธรรมกายเจดีย์ให้สำเร็จ
อย่างอัศจรรย์
กัลยาณมิตร ๕๔ มิถุนายน ๒๕๓๘