ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทั้งทรงแบน ทรงสูง เปลือกของผลจะแข็ง มีทั้งสีเขียวหรือ
สีน้ำตาลแดงก็แล้วแต่ชนิดของฟักทองชนิดนั้นๆ ค่ะ เมื่อ
ทุกท่านได้ทราบลักษณะของฟักทองกันแล้วนะคะ ก็มาดูชิ
ว่าฟักทองนี้ส่วนใหญ่นิยมนำส่วนไหนบ้างไปเป็นอาหาร
เยอะหน่อย เพราะสุขภาพแข็งแรง เราก็เดินไปเก็บยอดฟัก
ทองอ่อนๆ ที่ปลูกอย่างง่ายๆ ไร้สารพิษกันเลยนะคะ เก็บ
ไปใจจรดศูนย์นะคะ จะได้รสชาติของความอร่อย ผลพลอย
ได้คือบุญจากพระนิพพานจะไหลเชื่อมโยงเข้าสู่กลางกาย
หากจะพูดถึงการนำไปปรุงเป็นอาหารนะคะ จะขอ ของทุกท่านเลยใช่ไหมคะ คิดว่าทุกท่านคงทราบกันดีอยู่
แนะน่าตั้งแต่ยอดกันเลยค่ะ ยอดฟักทองที่อวบอ้วนนะคะ
นำฯไปใส่ในแกงเสียงดูเข้าที่
หรือแกงต้มเปรอะก็ไม่เบา
แลวนะคะ
ทุกท่านก็ได้ทราบลักษณะของฟักทอง พร้อมกับการ
นำไปปรุงอาหารที่อร่อยและวิธีการเก็บกันดีแล้วใช่ไหมคะ
ต่อไปเราก็ไปดูว่า สรรพคุณทางยามีบ้างไหมนะ ก็ต้องบอก
ว่ามีแน่ค่ะ ส่วนจะมีอย่างไรนั้นก็ต้องติดตามกันต่อไปนะคะ
ตามพจนานุกรมสมุนไพรไทยของ ดร.วิทย์ เที่ยง
(อร่อยค่ะ) ใส่แกงอ่อมไก่ หมู เนื้อ ก็เข้าท่าอีกนั่นแหละค่ะ
หรือจะทานแบบง่ายๆ นะคะ ทั้งยอดอ่อน ดอกตูมๆ บานๆ
ที่ใส่ในแกงได้หลายประเภทแล้ว ยังนำมาลวกน้ำเดือดๆ
เหยาะเกลือนิดหน่อย ทานร้อนๆ (หรืออุ่นๆ) กับน้ำพริก
ถ้วยโปรดรสชาติแบบสุดๆอะไรทำนองนั้นก็ไม่เบาเลยทีเดียว บูรณธรรมกล่าวไว้ว่าผลของฟักทองจะมีสารพวก 061-01enes
รู้สึกหิว! ชะแล้ว จะให้ดูเข้าที่ต้องดูที่ผลของฟักทองเพิ่มเติม
ก่อนนะคะ สำหรับผลนั้นก็ทำได้ทั้งแกงเสียง แกงอ่อม ผัด
ใส่หมูดูเข้าท่า แถมวิตามินเอก็มากมาย เพราะผลสีเหลือง
นั้นเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่าง
กายได้เลยทีเดียวแหละ และอย่าลืมนะคะท่านใดไม่ชอบ
ทานผักก็ลองไปทานฟักทองดูนะคะ เอ๊ะ..แล้วฟักทองนี่ท่า
อาหารคาวได้อย่างเดียวเหรอ ยังมีอีกค่ะ ก็ท่าขนมฟักทอง
ข้าวเกรียบฟักทองหรือจะทำแกงบวดก็อร่อย หรือไม่ก็ง่าย ๆ
เลือกฟักทองรสมันผิวขรุขระนั่นเป็นท่อน ๆ น่าไปนั่งคลุก
มะพร้าว น้ำตาลทราย อร่อยแบบนุ่มๆ ค่ะ
อร่อยกันทุกรูปแบบทั้งอาหารคาว และหวานกันแล้ว
เราก็ไปดูวิธีการเก็บกันเลยดีไหมคะ แต่การเก็บนี่ก็ต้องมี
เทคนิคนิดหน่อย แล้วเทคนิคที่ว่าต้องทำอย่างไร จริง ๆ
แล้วก็ไม่มีอะไร เพียงแต่วางใจหยุดนิ่งเข้าไปตรงกลางกาย
เปิดอารมณ์ที่สบายขึ้นมาแทน และปิดอารมณ์ หรือทิ้ง
อารมณ์ที่ไม่ควรเก็บเอาไว้ในใจ อารมณ์เช่นไรที่ไม่ควรเก็บ
ข้ามนาที เป็นชั่วโมง เป็นวัน เดือน ปี หรือข้ามชาติ ก็
อารมณ์ขุ่นข้องหมองใจ อารมณ์ที่จะเป็นภัยต่อการนั่งสมาธิ
ไงล่ะคะ ทุกท่านถึงบางอ้อกันแล้วนะคะ (เข้าใจแจ่มแจ้งกัน
ดีค่ะ) ว่าอารมณ์ที่ไม่ควรเก็บเป็นอย่างไร แต่..ของใครก็ของ
คนนั้น แตกต่างกันไปละนะคะ
เมื่อทุกท่านคงไว้ซึ่งอารมณ์ที่เบาสบายทั้งกายและใจ
กันดีแล้ว ธรรมะภายในก็ชัด ใส สว่าง เข้ากลางของกลาง
อย่างนุ่มนวลเบาสบายไม่ติดขัดแต่อย่างใด งั้นก็ออกกำลัง
กายให้ร่างกายสดชื่นพอให้เหงื่อซึม ๆ หรือบางท่านอาจจะ
กัลยาณมิตร ก้า
อยู
ซึ่งสารนี้ถ้าเข้าไปในร่างกายแล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ
ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอาหารคาวหรือหวาน นับว่าเป็นอาหาร
เสริมเพื่อสุขภาพได้เป็นอย่างดีถีเดียวค่ะ ส่วนที่เป็นเมล็ดนะ
คะ ภายในนั้นจะมีสารที่เป็นน้ำมันชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นยาที่ใช้
ถ่ายพยาธิตัวดีด โดยการใช้เมล็ดแห้ง 50 กรัม นำมาบดให้
เป็นผง แล้วผสมกับน้ำตาลและนม ให้คนไข้ทาน โดยทิ้ง
ช่วงห่างประมาณ ๒ ชั่วโมง พอครั้งสุดท้ายให้ลิ่มน้ำมัน
ละหุ่งตามเพื่อให้ถ่ายออกมาค่ะ
ฟักทอง ฟักเขียว มะน้ำแก้ว หรือเหลืองเดชา
(กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอนเขาเรียกค่ะ) เป็นอาหารคาวหวานก็
เลิศรส ประโยชน์ด้านวิตามินเอ ก็ไม่เบาเลยทีเดียวค่ะ
สรรพคุณเป็นยาถ่ายพยาธิตัวดีดได้อีกด้วย (ทานก็ง่าย ไม่
รู้สึกเหมือนทานยาค่ะ) หลายท่านก็คงถูกใจใช่ไหมคะ บาง
ท่านก็คงอยากจะรู้แล้วชิคะว่า คอลัมน์ที่ว่าด้วยเรื่องของผัก
ที่ไม่มังสวิรัติฉบับต่อไปจะเป็นอะไร ก็คงจะต้องติดตามต่อ
ไปนะคะ
ฟักทอง หปักอือ หรือมะน้ำแก้ว
เมื่อเห็นแล้วดูน่าทานเป็นนักหนา
ทานแล้วสุขสดชื่นทุกทิวา
เพราะมั่นมาเราหยุดนิ่งได้ทุกวัน
^/ ลุมภาณ ๒๕๔๐
ทานไปใจจรดคน ดูสดใส
นิ่งเข้าไปภายในจะสุขสันต์
สุขเปี่ยมกันจนเกินอ่าจ่านรรจ์
สุขทั่วกันเมื่อถึงจุดสุดแห่งธรรม