ข้อความต้นฉบับในหน้า
การปลูกลงคุณธรรมในเด็ก
ที่ว่าจะให้เด็กเข้าใจเรื่อง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คือ
เชื่อเรื่องของกฎแห่งกรรมนี้ ทำได้โดยครูจะต้องให้เด็กเห็น
กันอย่างชัดเจนจริงๆ ในชีวิตปัจจุบัน โดยเริ่มจากง่ายไปหา
ยาก บอกกับเด็กว่า
“ถ้าหนูพูดเพราะๆ กับเพื่อน เพื่อนเขาจะพูดเพราะๆ
กับหนูกลับมาเอง นี้เป็นกฎแห่งกรรม คือ หว่านพืชเช่นใด
ได้ผลเช่นนั้น”
“ถ้าหนูตั้งใจเขียน ดัดลายมือให้สวยๆ ไม่ว่าคนอื่น
เขาจะมาเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม แต่ว่ามันจะเป็นกฎแห่ง
กรรมคือตัวหนูนั้นแหละ ถึงคราวจะอ่าน หนูก็จะอยากอ่าน
เพราะมันอ่านออกง่าย ยังไม่พอ ถึงคราวหนูส่งการบ้าน
ครูก็ตรวจง่าย ถ้าหนูเขียนผิดพลาดอะไร ครูก็อยากจะแก้
ให้ อยากจะเพิ่มความรู้ให้หนูมากๆ แล้วหนูก็จะเป็นคน
ฉลาด แต่นี่ถ้าหนูเขียนไม่สวยไม่เรียบร้อยส่งคุณครู ผล
เสียเห็นชัดๆ เลยว่า
0.
ได้คะแนนดี
หนูเองก็ไม่อยากอ่าน นี่จะเป็นเหตุให้หนูเรียนไม่
๒. ครูเองก็ไม่อยากตรวจงานของหนู เพราะอ่านไม่
ค่อยออก ครูแก่แล้ว อ่านของหนูได้สองสามบรรทัด ครูก็
อยากโยนทิ้งแล้ว
เพราะฉะนั้น ถ้าหนูอยากจะให้ครูมีกำลังใจสอนหนู
มากๆ หนูต้องเขียนลายมือสวยๆ ต่อไปข้างหน้าหนูเขียน
หนังสือให้ใครเขาอ่าน ส่งจดหมายไปถึงใคร บันทึกอะไรถึง
ใคร เขาก็อยากอ่านของหนู ความเข้าใจถูกซึ่งกันและกัน
จะเกิด ไม่อย่างนั้นหนูเขียนจดหมายหวัดๆ อย่างนี้ไปถึง
ใคร เขาก็มีความรู้สึกว่าเราไม่เต็มใจเขียนถึงเขา ความ
สัมพันธ์ระหว่างกันจะหมดไป
ชัญจตันตระ ปัญจะแปลว่าห้า ตันตระแปลว่าคัมภีร์ ไปขนเอาคัมภีร์ ๕ ชุด ๕ เล่ม
มาจากอินเดีย แล้วก็เอามาแปลเป็นภาคภาษาอังกฤษ เอามาสอนเด็กอังกฤษให้มี
คุณธรรม นิทานปัญจคันตระชุดนั้นก็คือ
ชาดกนี่เอง!
.....
กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐
คุณครูต้องให้เด็กเห็นกฎแห่งกรรมชนิดลืมตาเห็นๆ
เป็นกฎแห่งกรรมที่แสดงให้เห็นชัด คือทุกอย่างที่ครูพูดต้อง
ให้เด็กมองเห็นชัดๆ เลยว่า ทำดีต้องได้ดีจริงๆ ทำชั่วหรือ
ทำไม่ดี ทำไม่เรียบร้อย ก็จะมีผลที่ไม่เรียบร้อยออกมาจริงๆ
ให้ลูกศิษย์ได้เห็นๆ ในวินาทีนั้นเลย ไม่ต้องรอเดือนโน้นปี
โน้น ไม่ต้องรอเห็นผลข้ามชาด ต้องให้เห็นผลทันทีทันใด
เลย
บุญ-บาปส่งผลตอนไหน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสเอาไว้ เมื่อครั้งที่มีคน
ไปกราบทูลถามว่าคนเราเมื่อทำชั่ว กรรมจะส่งผลตอนไหน
ต้องส่งชาดีหน้าใช่ไหม พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า ไม่ใช่
พอใครทำ แม้เพียงแค่คิด กรรมก็ส่งผลทันที เพียงแค่คิด
กัลยาณมิตร