ข้อความต้นฉบับในหน้า
องค์ ๔ แห่ง
พระจักรพรรดิ
-ช้าแด่พระ
นาคเสน องค์ ๔ แห่ง
พระเจ้าจักรพรรดิได้
แกอะไร”
พระพร
“ขอถวาย
©.ธรรมดา
พระเจ้าจักรพรรดิย่อม
ทรงสงเคราะห์ประ
ชาชนด้วยสังคหวัตถุ
๔* ฉันใด นักปฏิบัติ
รับสมัคร
ธรรม
ตั้งแต่บัดนี้ คืน
ที่ โรงเรีย
noo
ธรรมก็ควรสงเคราะห์ ควรประคอง ควรอนุเคราะห์
ควรทําให้ร่าเริงแก่บริษัท ๔** ฉันนั้น
๒.ธรรมดาในแว่นแคว้นพระเจ้าจักรพรรดิย่อมไม่
บีโจรผู้ร้ายฉันใด นักปฏิบัติธรรมก็ไม่ควรให้มีโจรผู้ร้าย
คือ กามวิตก (ความคิดเรื่องกาม) พยาบาทวิตก (ความ
คิดเรื่องการผูกใจเจ็บ) วิหิงสาวิตก (ความคิดเรื่องการ
เบียดเบียน) เช้ามาสู่จิตใจฉันนั้น
๓.ธรรมดาพระเจ้าจักรพรรดิ ย่อมเสด็จเลียบโลก
เพื่อทรงพิจารณาดูคนดีคนเลวทุกวันฉันใด นักปฏิบัติ
ธรรมก็ควรพิจารณากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ของ
ตนแล้วทำให้บริสุทธิ์ยิ่งๆ ขึ้นไปฉันนั้น
ธ..ธรรมดาพระเจ้าจักรพรรดิ ย่อมทรงจัดการ
รักษาเมืองให้ดี ทั้งภายในและภายนอกฉันใด นักปฏิบัติ
ธรรมก็ควรตั้งนายประตูคือสติ ป้องกันภัยคือกิเลสทั้งปวง
ฉันนั้น”
•ลังคหวัตถุ 5. ได้แก่ ต.ทาน (การให้) ๒.ปิยวาจา (พูดอ่อน
หวาน) ๓.อัตถจริยา (บาเพ็ญตนเป็นประโยชน์) ธ..ลปานัตตตา
(เสมอด้นเสมอปลาย)
**บริษัท ธ. ได้แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
องค์ ๓
แหงตนหน
ข้าแต่พระนาคเสน
องค ๓ แห่งตนหน
ได้แก่อะไร"
“ขอถวายพระพร
©.ธรรมดาต้นหน
ย่อมเอาใจใส่เรืออยู่
เป็นนิจ ทั้งกลางวัน
กลางคืน ไม่ประมาท
เผลอเรอฉันใด นัก
ปฏิบัติธรรมก็ไม่ควร
ประมาท ควรกำาหนดจิตไว้ที่ศูนย์กลางกายอยู่เป็นนิจ
ทั้งกลางวันกลางคืนฉันนั้น
๒.ธรรมดาต้นหนย่อมรู้สิ่งที่ดีและไม่ดีในมหาสมุทร
ได้สิ้นฉันใด นักปฏิบัติธรรมก็ควรรู้จักสิ่งที่เป็นกุศลและ
อกุศล มีโทษไม่มีโทษ ควรเกี่ยวข้องไม่ควรเกี่ยวข้อง
และเลวดี ฉันนั้น เพื่อป้องกันบาปอกุศลและเพื่อเพิ่มพูน
บุญกุศลให้ทวียิ่งขึ้นไป
๓.ธรรมดาต้นหน ย่อมตั้งเข็มทิศด้วยตนเอง ไม่
ให้ผู้อื่นแตะต้องฉันใด นักปฏิบัติธรรมก็ควรตั้งเข็มทิศใจ
มุ่งสู่บุญกุศล พร้อมกับการหักห้ามใจไม่ให้นึกถึงบาป
อกุศลฉันนั้น”
องค์
๔ แห่งนายพราน
"ข้าแต่พระนาคเสน องค์ ๔ แห่งนายพราน
ได้แก่อะไร"
• ขอถวายพระพร ต.ธรรมดานายพรานย่อมหลับ
น้อยฉันใด นักปฏิบัติธรรมย่อมไม่เห็นแก่การหลับนอน
ประกอบความเพียรเป็นนิจฉันนั้น
๒.ธรรมดานายพรานย่อมผูกใจไว้ในหมู่เนื้อฉันใด
นักปฏิบัติธรรมก็ควรเอาใจจรดจ่อที่ศูนย์กลางกายฉันนั้น
๓.ธรรมดานายพรานย่อมรู้จักเวลางานของตน
ฉันใด นักปฏิบัติธรรมก็ควรรู้จักเวลาฉันนั้น คือ ควรรู้ว่า
กัลยาณมิตร
V
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ๗
๗๗