ข้อความต้นฉบับในหน้า
ฉลองอาราม พร้อมการสถาปนาองค์
หญิงสิตางค์ขึ้นครองราชย์”
ออกใหญ่โต แค่ขยับก็แหลกคามือแล้ว”
“ท่านนี่เขลานัก เหมาะที่จะเป็น
ทหารปลายแถวมากกว่าแม่ทัพนายกอง
ท่านคูสี” บัลลังก์ขี้มือไปที่อารามสงฆ์
ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา พระพุทธ
เมื่อไหร่เล่า นี่แหละปราชญ์ที่แท้จริง
ปกบ้านป้องเมืองด้วยการรวมพลังกัน
ประกาศให้ชาวโลกรู้ว่า ขนของเขานั้น
ถึงแม้จะน้อยนิดแต่ก็ทรงพลังด้วยกัน
ทั้งสิ้น อย่างนี้ใครก็กริ่งเกรง ไม่อาจ
หาญจะมารุกรานได้ ด้วยประมาณกำลัง
กายกำลังใจของเจ้าของบ้านเมืองไม่
ถูก...ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่า คนที่
นี่รักสงบ ใฝ่สันติ เป็นการชี้ชวนให้ผู้
มาเยือนรู้ว่าหากต้องการความสุขสงบ
ของชีวิตแล้ว ที่นี่มีให้เพียงพอ”
“ท่านเองเล่าไม่ปรารถนาความ
สุขสงบของชีวิตบ้างเชียวหรือ ยอด
คราม” บัลลังก์ทอดหางเสียงเยือกเย็น
ผู้ช่วยมองดูเขาอย่างประหลาดใจ
“ท่านกำลังคิดอะไรอยู่หรือ ท่าน
องครักษ์ คงมิใช่หนีจากเมืองที่กำลัง
เจริญสุดขีด อย่างวินดาวีเพื่อมาใช้
ชีวิตในแคว้นเล็กๆ อย่างกันวีราหรอก
นะ...อย่าลืมว่าท่านคือแม่ทัพแห่งเมือง
ใหญ่ ท่านเกิดมากับความศิวิไลซ์ คง
ไม่เอาอนาคตมาทิ้งไว้ที่นี่ ยังได้ชื่อ
ว่าคือผู้ทรยศ เพราะไม่ทำหน้าที่ที่ได้
รับมอบหมายมา คนทรยศคือคนไร้
เกียรติ ประเทศชาติและพลเมืองจะไม่
“การฉลองอาราม คือสัญญาณ
แห่งความสงบ เราไม่ควรข่าวให้เขาเสีย
พิธี”
“นี่ท่านมาเพื่อยึดเมืองเขาหรือ รูปขนาดมหึมาเด่นชัด แม้จะอยู่ไกล
ยอมให้อภัยท่านเด็ดขาด”
มีใจเป็นพวกเขากันแน่”
“ดูเอาเถิดเมืองเล็กๆ แค่นี้ หากประ
“หากความไร้เกียรติแลกมาด้วย
“ท่านคิดหรือว่า เมืองเล็กๆ ที่ ชาชนทั้งประเทศร่วมแรงร่วมใจกัน มี ความสุขที่แท้จริงของชีวิตแล้ว ใครเล่า
มีพลเมืองมีใจเป็นหนึ่งเดียวเช่นนี้ จะ
มีใครเข้าปกครองได้ง่ายๆ” บัลลังก์
ปรามขึงขัง
“ก็แค่เมืองขี้ปะตัว กองทัพเรา
กุศลศรัทธาสร้างถาวรวัตถุเพื่อบูชาคุณ จะไม่ยอมแลกด้วย”
ของศาสดาออกใหญ่โตได้ถึงเพียงนี้
ท่านคิดว่าหัวใจของคนทั้งเมืองนั้นท่า “ใช่แล้ว...นี่แหละคือชีวิตที่เรา
ด้วยอะไรกัน... มันน่าเกรงขามน้อยอยู่
“ท่านหมายความว่า...”
ต้องการ อุดมการณ์ของเราที่แสวงหา
กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐
0
กัลยาณมิตร