ข้อความต้นฉบับในหน้า
การล้างความชั่วด้วยความดี (ถือว่างานศพเป็น คน หาบไปเดินเวียนกองฟอนไฟคนละ ๓ รอบ
งานอวมงคล ผู้เขียนเคยได้ยินผู้ใหญ่พูดว่า เรียกว่า “เดินสามหาม” เวลาเดินก็ให้ร้อง
จ้างหน้าล้างตาเพื่อมิให้ภาพศพติดตา” เข้า “รู้ๆ” ดังๆ ไปด้วยคนละ ๓ ครั้ง (ผู้เขียนเข้า
ใจว่าผู้ใหญ่ท่านนั้น คงเห็นสภาพศพที่น่าเกลียด ใจว่า แต่ก่อนถนนหนทางไม่ค่อยมี ต้องเดิน
ม่านป่ารก จึงส่งเสียงบอกกันเพื่อกันหลงทาง)
“ต้องล้างหน้าล
น่ากลัวก็เป็นได้)
ความเชื่อถือเรื่องวันเผา
แต่ก่อนไม่เผาศพกันทุกวันอย่างปัจจุบันนี้
มีวันห้ามเผาศพอยู่ ๒-๓ วัน กล่าวคือไม่เผา
แล้วจึงน่าเครื่องสามหาบไปถวายพระ จากนั้น
จะมีพิธี “แปรรูปอริ” ครั้งแรกจัดบางส่วนของ
กองกระดูก คือ ส่วนที่เป็นกระโหลกศีรษะ คอ
ลำตัว แขนและขา มาต่อให้เป็นรูปคน โดย
หันศีรษะไปทางตะวันตก หมายความวาตาย
แล้ว นิมนต์พระมาชักบังสุกุลตาย แล้วซื้อใหม่
ทำเป็นรูปคนอีกครั้ง คราวนี้ทันศีรษะไปทาง
วันเกิดของคนตาย ล้าคนตายเกิดวันจันทร์ ห้าม
เผาวันจันทร์ ถือว่าจะไม่ดีต่อลูกหลาน ไม่เผา
ผีวันพฤหัสบดีเพราะเป็นวันครู ไม่เผาวันศุกร์
เพราะเสียงของค่าา ไปพ้องกับค่าว่า “ความสุข” ตะวันออก หมายถึงเกิด เจ้าภาพนำ แล้วแหวน
อันเป็นเรื่องของคนเป็นควรอวยชัยให้พรคนเป็น เงินทองโปรยลงบนกระดูกและประพรมด้วยของ
มีความสุขจึงไม่เผาวันนี้ อันที่จริงก็ดี จะได้ หอม โดยมากเป็นน้ำอบน้ำปรุง ดอกมะลิ พิกุล
เป็นวันหยุดพักผ่อนของสัปเหร่อ อีกวันที่ไม่
เผาศพ คือวันพระ เพราะพระท่านไม่ว่าง ด้วย
ต้องรักษาศีลปฏิบัติธรรม อนึ่ง ฤดูฝนก็ไม่มี
การเผาศพเพราะไม่มีเคาเผาที่มิดชิด มีแต่เชิง
ตะกอนที่สร้างเองชั่วคราว ไม่มีหลังคา ล้าฝน
ตกหนักอาจทําให้เผาศพยาก ถ้าเผาศพคารา
คาซังร่างไหม้ไม่หมด ก็เป็นที่น่าเวทนา และ
อุจาดตายิ่งนัก และอาจไม่สะดวกอย่างยิ่งใน
แล้วจึงนิมนต์พระชักบังสุกุลเป็น เมื่อบังสุกุล
เรียบร้อยแล้วจะเก็บกระดูกชิ้นสำคัญๆ ไว้
สักการบูชา อาจใส่โถกระเบื้อง ผอบ หรือโกศ
ตามแต่จะเห็นสมควร แล้วนำไปบรรจุในเจดีย์
ที่วัด การเก็บไว้สักการะ ถือเป็นการแสดง
ความกคัญญูกตเวที
ก่อนบรรจุอัฐินิยมน่าเพ็ญกุศลถวายภัต
ตาหารพระจะเป็นเช้าหรือเพลก็แล้วแต่เจ้าภาพ
การเดินทางสำหรับลูกหลานและญาติมิตรที่ จะสะดวกและบังสุกุล หรือมีเทศน์ด้วยก็ได้
อยู่ไกล ในปัจจุบันนี้บางจังหวัดยังรักษาประเพณี แต่อย่างน้อยควรมีบังสุกุล มักเรียกกันว่า
เดิมบ้าง เช่น ไม่เผาศพวันพระ วันศุกร์ และ
ในช่วงเข้าพรรษา เป็นต้น แต่ในกรุงเทพฯไม่
ค่อยถือกันแล้ว เผาทุกฤดูกาล และแทบทุกวัน
ยกเว้นวันศุกร์หยุดเผาศพ ดูเหมือนจะเป็นเช่น
นั้นทุกวัด เลยกลายเป็นวันหยุดของสัปเหร่อที่
จะได้หักผ่อนหรือท่าธุรกิจส่วนตัวในวันศุกร์
วันก็บอัฐิ
“ฉลองกระดูก” (ผู้เขียนไม่เข้าใจว่าทำไมจึง
เรียกกันเช่นนั้น เพราะค่า “ฉลอง” เรามักจะ
ใช้ในงานมงคลที่เกี่ยวกับความสุข หรืองาน
สนุกสนาน ดังนั้นน่าใช้ว่า “ทำบุญกระดูก” หรือ
“ทำบุญอริ” มากกว่า หรือจะถือว่าผู้ตายหมด
เวรหมดกรรมไปเป็นสุขแล้วก็ได้ จึงต้องมีการ
ฉลอง)
เมื่อเผาศพจนร่างมอดไหม้แล้วก็ถึงพิธี ก็ได้ หลังจากบรรจุในโถ ผอบหรือโกศ และ
เก็บอัฐโดยวันรุ่งซันจากวันเผา ในเวลาเข้าก็จะ
จัดเครื่องสามหาบอันได้แก่อาหารคาวหวาน ๓
หาบ เพื่อถวายพระโดยให้ญาติของผู้ตาย
กัลยาณมิตร /บั
๓
บ
ถ้าเจ้าภาพต้องการนายฐมาบูชาที่บ้าน
ทำบุญอริที่วัดแล้ว ก็น่ากลับมาบ้านได้เลย การ
ตั้งอัฐิไว้บูชาจะต้องจัดที่บูชาอฐิอีกที่หนึ่งต่าง
หากจากที่ตั้งบูชาพระพุทธรูป อย่าตั้งในที่บูชา
กุมภาพแ& ๒๕๔๐