ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชั่วก็ก่อความเดือดร้อนให้ตั้งแต่ยังไม่ทันออกจากปาก หรือ
ไม่ทันลงมือไปทำอะไรเลย ความเดือดร้อนก็เกิดขึ้นทันทีใน
ใจของคนทีคิดชั่วแล้ว
ยิ่งเมื่อลงมือพูดชั่วหรือเมื่อลงมือท่า ชั่ว ตัวของเขาก็
จะได้รับผลเดือดร้อนหนักขึ้นไปอีกในตอนนั้นแล้ว เช่นพูด
ชั่วด้วยการด่าใคร ก็คงจะถูกเขาด่ากลับเข้าบ้าง ทำชั่วด้วย
การไปทุบไปใคร เสียวก็คงจะถูกหมัดสวนเปรี้ยงเข้ามา
บ้าง แต่แม้ยังไม่ได้ลงมือว่า แค่คิดก็เป็นทุกข์ใจแล้ว ครั้น
ลงมือท่าเข้า ผลเสียหายก็จะต้อง
ยิ่งเกิดมากขึ้นทับทวีไปตามลำดับ
ยกตัวอย่างเช่น นักเรียน
ไปทุบดีเพื่อนเข้า คุณครูก็อธิบาย
ว่า
“ตั้งแต่เธอคิดจะทุบดีเขา
เธอก็ไม่เป็นสุข เมื่อลงมือไปทุบ
ไปที่เขาเช้า ก็ต้องออกกำลังเกิน
เหตุ ข้าวของอาจเสียหาย และที่
แน่ๆ เขาก็ทุบกลับตีกลับเอาบ้าง
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ พระองค์ตรัสด้วยการระลึก
ชาติไปในอดีตว่า พระองค์ได้เคยเกิดเป็นสัตว์อะไร ได้
ประกอบคุณงามความดีอะไรมาบ้าง เมื่อทรงพบแล้วก็ทรง
นำมาเล่าให้ฟัง เช่น
วันหนึ่งในโรงฉันทีมหาวิหารเชตวัน พอพระฉันอา
หารเพลเสร็จ
มีพระภิกษุรูปหนึ่งฉันอิ่มมากเกินไปจึงจุก
ตาย เพื่อนพระภิกษุด้วยกันก็เลยหามมาไว้ข้างหน้าโรงฉัน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเห็นเข้าก็ทรงระลึกชาติถอยหลังไปดู
พระองค์เลยทรงป่าวประกาสไปว่า
จะมีอาจารย์ท่านใดบ้างที่จะรับสอน
พระโอรส แต่ว่ามีข้อแม้ต้องสอน
อย่าให้รู้ตัว นอกจากสอนไม่ให้รู้ตัว
แล้ว ยังมีข้อแม้ข้อที่สอง ค่าจ้าง
แล้วก็ตรัสชาดกขึ้นมาเรื่องหนึ่ง
“ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรูปนั้
ฉันอาหารจนจุกตาย นี่ไม่ใช่แต่
เฉพาะชาตินี้ เมื่อครั้งเกิดเป็นนก
แล้ว ก็จุกตายอย่างนี้เหมือนกัน”
พระภิกษุที่อยู่ในที่นั้นได้ยินเข้า ก็
กราบทูลถามว่า “เรื่องในอดีตเป็น
อย่างไรพระเจ้าช้า” แล้วพระองค์
ก็ทรงเล่าให้ฟัง “ในอดีตที่ลืมส่ง
แม่น้ำคงคามีป่าใหญ่ ที่ว่านั้นก็มี
พวกนักแล้วอยู่กันมาก มีนกแล้ว
ยังไม่พอ ชื่อเสียงเธอก็เสีย คุณ สอนที่จะให้เมื่อวันสอนจบหลักสูตร ตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นนกหนุ่มที่แข็งแรง
พ่อคุณแม่ก็จะถูกตำหนิว่าเลี้ยงลูก
เกเร คุณครูก็จะพลอยฟ้าพลอย
ฝนว่าอบรมพวกเธอไม่ดี ครูก็เสีย
ชื่อเสียง
จบแล้วค่อยรับเงินกัน ถ้าใครว่า ได้
จะพระราชทานรางวัลอย่างงาม
แล้วที่แน่ๆ ต่อไปอีก เธอ
ก็จะไม่เป็นที่รักของใครเลย เพื่อน
ก็จะไม่รักเธอ คุณพ่อคุณแม่ก็จะไม่รักเธอ ครูก็หมดรักเธอ
แน่ๆ เลย นี่เป็นกฎแห่งกรรม ทำอย่างไรได้อย่างนั้น”
การสอนลักษณะเช่นนี้มีตัวอย่างอยู่ในชาดกมากมาย
คุณครูควรหาเวลาอ่านชาดก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวอย่างที่
จะนำเอาไปสอนเด็ก เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ที่มีอยู่ในชาดกยก
ออกไปเขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัตว์ตัวไหนที่น่า รักเมื่อ
ไหร่ๆ กระต่ายก็จะมา พวกขนปุกขนปุยมา แล้วตัวไหนที่
ไม่เข้าท่า เจ้าสุนัขจิ้งจอกนี่มาแล้ว เจ้ารูนี่มาแล้ว
เรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
ในชาดกมีเรื่องสารพัดสัตว์อยู่มากมาย ซึ่งก็เป็นการ
แสดงถึงการเวียนว่ายตายเกิด เพราะว่าชาดกแต่ละเรื่องที่
โดยเฉพาะนิสัยใจคอก็ดี
คือมี
ความกตัญญู ไม่ว่าจะไปหากินที่
ไหน ขากลับก็คาบอาหารกลับมา
ฝากพ่อแม่ซึ่งตาบอดหากินไม่ได้
ทำอยู่อย่างนี้เป็นเวลานาน
วันหนึ่งหลังจากที่มันไปหากินมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
มันได้คาบมะม่วงมาฝากแม่ฝากพ่อตาบอดของมัน พอพ่อ
แม่ตาบอดกัดมะม่วงเคี้ยวเข้าไปกรวมเดียวเท่านั้น ก็หยุด
กิกคายออกมาทันทีเลย ถามลูกว่ามะม่วงที่เอามาให้พ่อให้
แม่กินน่ะ ลูกไปเอามาจากเกาะกลางทะเลใช่ไหม ลูกตกใจ
เอ๊ะ พ่อตาบอดแม่ตาบอดอยู่ส่งแม่นาคงคา รู้ได้อย่างไรว่า
ไปเอามะม่วงมาจากเกาะกลางทะเล
พ่อแม่ก็ตอบ รู้ เพราะว่าเจ้ามะม่วงพันธุ์พิเศษนี้มี
อยู่ที่เกาะกลางทะเลอยู่แห่งเดียว มันหวานอย่างกับน้ำผึ้ง
พ่อกับแม่นี่เคยไปกินอย่างชื่นอกชื่นใจมาแล้ว แต่กินด้วย
ความระวังไม่กินรินอิ่มก็เลยรอดปลอดภัย กลับมาผืนแผ่น
ดินใหญ่ได้ แต่เพื่อนๆ ที่ไปด้วยกันในรุ่นนั้น กินไม่ระวัง
.กัลยาณมิตร ๖๒
..
กมภาพนธ ๒๕๔๐