ข้อความต้นฉบับในหน้า
องค์นั้นแทนอะไรบ้าง เช่นแทนภพทั้ง
สาม และนิพพาน เป็นต้น
ส่วนเรื่องของปรัชญา มักถือว่า
พื้นของชั้นล่างสุด ที่รองรับองค์เจดีย์
ทั้งหมดไว้นั้น คือที่อยู่ของมนุษย์ หรือ
จากนั้น ชั้นที่ต่อยอดสูงขึ้นไป แนวตั้งนี้ พาโกด้าถือเป็นเจดีย์ที่เน้น
เรื่อยๆ จะแทนสภาวะของดวงจิตที่
พัฒนาละเอียดอ่อนขึ้นไปเรื่อยๆ เป็น
สวรรค์ชั้นต่างๆ เป็นพรหม อรูปพรหม
หรือเป็นสภาวะธรรม สภาวะการทรง
ถือส่วนโถงชั้นล่างสุดเป็นจิตโดยพื้นฐาน อภิญญา โดยแต่ละชั้นจะมีขนาดเล็ก
ของมนุษย์ หรือกายมนุษย์ โดยให้มี
ลงไปเป็นลำดับ ทั้งนี้เพราะความเชื่อที่
พระพุทธรูปประดิษฐานไว้ตรงกลางโถง ว่าจำนวนของผู้เข้าถึง ผู้ทรงธรรมนั้น
แล้วถือที่ว่างภายในโถงนั้นเป็น ยิ่งละเอียดอ่อนขึ้นย่อมมีจำนวนผู้เข้าถึง
นั้น
เสมือนหนึ่ง “ตถาคตคัพภะ” กล่าว
ง่ายๆก็คือ ส่วนชั้นล่างสุด ที่แท้ก็คือ
ส่วนกลมของเจดีย์ทรงกลม หรือส่วน
ระฆังของเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ องค์พระ
นอยลง ขนาดของตัวโถงจึงเล็กลงๆ
จนกระทั่งถึงส่วนยอดที่เป็นฉัตร หรือ
เป็นยอดแหลมส่งขึ้นฟากฟ้า ถือปลาย
สุดของฉัตร หรือของยอดเรียวแหลม
หรือพระพุทธรูปที่อยู่ตรงกลางนั้นแทน เพียงหนึ่งนั้นว่าเป็น “อายตนนิพพาน"
ที่พระธรรมกาย ที่มนุษย์ทุกคนย่อมมี
ไว้ในครอบครอง ตั้งอยู่ ณ ศูนย์กลาง
กายของแต่ละคน
ส่วนเรื่องของลักษณะ ที่นักเจดีย์ใช้เป็น
แนวในการตีความ หรือที่เรียกกันว่า
เป็นเจดีย์ที่เน้นหนักไปในแนวราบ หรือ
การให้ความหมายของปรัชญาไปในแนว
ตั้ง ที่เรียกกันว่า “ไme ?11”
แม้การตีความ จะต้องเป็นการ
ผสมผสานกันทั้งแนวราบและแนวตั้ง
แต่ทว่าพาโกด้าจะเน้นหนักไปในเรื่อง
ของแนวตั้งมากกว่า คือเน้นเฉพาะเรื่อง
ราวของระดับสภาวะธรรม หรือสภาวะ
ความละเอียดอ่อน ความทรงพลังของ
จิตนั้นเอง แต่หากถามว่าถ้าอย่างนั้น
ปรัชญาทางแนวราบหายไปไหน ไม่ได้
ใช้ หรือไม่ได้ถูกนามาใช้ในเจดีย์ทรงนี้
หรือ ก็สามารถตอบได้ทันทีว่า “ไม่ใช่”
เพียงแต่ความหมายทางแนวราบได้ถูก
ซ่อนไว้ ในรูปแบบที่เรียกว่าโดมที่มอง
ไม่เห็นหรือ 711e IIV15161^ 0.111©
ซึ่งนักเจดีย์วิทยาทุกคนจะทราบดี และ
กัลยาณมิตร/??.
V*
/ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐
ถ้ามองให้ดี
ที่แท้'เจดีย์พาโกถ้านี้
มีความหมายในมรัชญา
ไม่ได้เตกต่างไม่จาก
เจดีย์ทรงดั้งเดิม
ดือทรงกลม
แต่อย่างใดเลย