ข้อความต้นฉบับในหน้า
ากตางใจลูกที่รักแม่มากที่สุดในโค(ไ
ถ้าเรานึกใจเราได้เราก็คงจะ
นึกทุกอย่างได้ ท่าได้หมด
หลวงพ่อบอกว่า อย่าคิดว่า
ง่าย อย่าหมายว่ายาก ก็คงไม่
ง่ายไม่ยากมังคะ คงขึ้นอยู่กับ
ความเพียรมากกว่า
เป็นมาได้เกือบ ๑ สัปดาห์แล้วค่ะ นั่นก็ทายาไปเรื่อยๆ
รู้สึกว่าอาการดีขึ้น ระยะนี้ก็เลยไม่ค่อยเดินไปไหน อยู่เป็น
คนเฝ้าบ้านค่ะ เดินรอบพนาวัฒน์นี่หมดสิทธิ์เลย เพราะ
ระยะทางไกลเกินไป ประมาณ 6 ก.ม.กว่าๆ จะออก
โยคะก็ยังไม่ได้ค่ะ หลังยังไม่เป็นปกดีอีกเหมือนกัน รู้สึก
ว่าเวลาออกเสร็จจะปวดหลังก็เลยเลิกออกไปก่อน ก็ใช้แกว่ง
แขนกับเตะขาแทน
ช่วงแรกๆ นั่นก็หงุดหงิดนะคะ ออกกำลังกายไม่
ได้เลย เวลาจะทํา อะไรก็ต้องระวังไม่ให้หลังกับเท้ากระทบ
กระเทือน แค่พอคิด แหม! ทำไมจะทําอะไรก็ไม่ได้เลยนะ
มันก็มีความคิดอีกอย่างเข้ามาว่า แต่ยังท้าหยุด ท่า นิ่งได้
ยังขึกใจได้อยู่ แค่นี้ก็พอแล้ว ช่วงหลังมันก็ปลงได้นะคะ
มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ หลวงพ่อเคยบอกนุ่นว่า เวลาป่วยเนี่ย
ต้องยิ่งรีบท่า ใจหยุดนิ่งเพราะว่า เราป่วยก็เท่ากับว่าเรา
เห็นเทวทูต เหวทูตมี ๔ อย่างคือ คนแก่ คนเจ็บ คนดาย
และสมณะ อันนี้คือ เทวทูตในศาสนาพุทธนะคะ ไม่ใช่
เทวทูตในศาสนาคริสต์ เพราะฉะนั้นเวลาเราเจ็บเนี่ย ต้อง
ยิ่งทํา หยุด อย่าไปใจตก หลวงพ่อบอกนุ่นอย่างนี้ นุ่นมา
คิดใต้ก็ตอนที่หงุดหงิดมากๆ นี่แหละค่ะ หงุดหงิดจนปลง
ได้ คิดได้ว่าร่างกายเรานี่ เราบังคับไม่ได้เลย ไม่อยากเจ็บ
ป่วย มันก็ป่วย งั้นก็ช่างมันละกัน เรายังมีใจเราอยู่ที่ยัง
สามารถขึกได้ ช่างมันไปเถอะ แต่ก็ไม่ใช่ไม่ดูแลนะคะ นุ่น
จะทายาทุกวัน สิ่งไหนท่า แล้วท่า ให้อาการแย่ลงก็เลิกท่า
ต้องดูแลรักษาร่างกายดีๆ จะได้หายไวๆ นุ่นว่าหลังเจ็บก็
ดีอยู่อย่างหนึ่งคือ ท่า ให้นุ่นนั่งหลังตรงขึ้นเยอะค่ะ เพราะ
ถ้างอหลังแล้วกล้ามเนื้อหลังจะยิ่งอักเสบ ช่วงปกตินั่งหลัง
ตรงก็รู้สึกเมื่อย นั่งแป๊บเดียวก็หลังงอต้องคอยยึดหลังใหม่
ทำให้สมาธิไม่ค่อยต่อเนื่อง ช่วงหลังก็ดีขึ้นมานิดนึง แต่ก็
รู้สึกเมื่อยๆ ส่วนอื่นของร่างกาย เพราะว่าไม่ค่อยได้ออก
กำลังกาย เส้นติดเลยค่ะ ปกตินั้นจะจดผลการปฏิบัติ
ธรรมลงสมุดทุกวัน นั่นก็เอามาอ่านก็เลยได้รู้ว่า สมาธิเรา
ไม่ต่อเนื่อง เพราะว่าต้องเปลี่ยนท่านั่งบ่อยๆ เวลานั่ง มัก
จะฟังมีความคิดมาแทรกบ่อยๆ ทำ ให้เสียเวลานั่งธรรมะ
จึงยังไม่ค่อยดีขึ้น นั่นก็วางแผนว่า ถ้าเมื่อยก็ไม่ต้อ
กัลยาณมิตร
QOG'
ยุมภาหนธ์ ๒๕๔๐