ข้อความต้นฉบับในหน้า
คส
20
ค.ส.
เดิมสิงคโปร์ก็มียุงชุม เดี๋ยวนี้สิงคโปร์ไม่มียุงแล้ว ไม่ต้องตบ
ยุง ไม่ต้องฆ่ายุงเพราะเขาได้ช่วยกันทำลายแหล่งน้ำคร่ำให้
หมดไปแล้ว
ศีลข้อที่ ๒ กำเนิดมาได้อย่างไร ก็ต้องถามว่าชีวิต
อยู่ได้ด้วยอะไร ชีวิตอยู่ได้ด้วยทรัพย์สิน ถ้าไม่มีทรัพย์ไม่มี
ดินได้อดตายกัน แม้คุณไม่ฆ่าฉัน แต่คุณทั้งคดทั้งโกงทั้ง
ขโมยทรัพย์สินของฉัน ฉันก็แทบตาย ด้วยเหตุนี้คนที่มี
สามัญสำนึกพอ ไม่เห็นแก่ตัวจนเกินไป เขาก็จะได้คิดว่า
ใครๆ ก็ไม่ควรจะลักขโมยทรัพย์สินของใคร พระท่ามลัก
ทรัพย์หรือเปล่า เปล่านะ เป็นเรื่องที่เราต้องห้ามตัวเองต่าง
หาก เพราะฉะนั้นที่พระให้ศีล เป็นการทบทวนให้ฟัง ไม่ใช่
พระบังคับ
ศีลข้อที่ ๓ มาอย่างไว คุณไม่ฆ่าฉัน คุณไม่รักไม่
ขโมยไม่ทำลายทรัพย์สินของฉัน แต่คุณพรากของรักฉันไป
ฉันไม่ตายหรอก แต่ใจมันจะขาดเสียให้ได้ สุดรักของมนุษย์
อยู่ที่ไหน อยู่ที่สามีภรรยาลูก เพราะฉะนั้นใครๆ ก็ต้องไม่
ประพฤติผิดในกาม ไม่ไปแย่งสามี แย่งภรรยา แย่งลูกใคร
เขามา นี้คือศีลข้อที่ ๓
กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐
๔
ศีลข้อที่ ๔ มาอย่างไร มนุษย์เราก็แปลก ไม่ว่าสามี
สุดที่รัก ภรรยาดุดที่รัก ลูกสุดที่รัก ถ้าหากพบว่าเขาขาด
ความจริงใจกับเรา ต่อให้รักแสนรักก็คงหมดรัก แล้วอะไร
เป็นตัวบอกเหตุว่าขาดความจริงใจ ก็การโกหกกัน เพราะ
ฉะนั้นเพื่อรักษาความจริงใจ ถนอมน้ำใจกันเอาไว้ ใครๆ ก็
ต้องไม่โกหกใคร พระห้ามโกหกหรือเปล่า แค่มาเตือนสติ
เท่านั้น เพราะถ้ายังโกหกอยู่ อีกหน่อยแม้แต่คนที่เขารัก
อย่างสุดหัวใจ เขาก็เลิกรักจนได้ ถ้าโกหกให้เขาสบายใจ
คงไม่เป็นไร
แล้ววันหนึ่งเขาก็จะโกหกเราให้สบายใจอีก
เหมือนกัน หว่านพืชเช่นใด ได้ผลเช่นนั้น
แล้วศีลข้อที่ ๕ มาอย่างไร มองอย่างนี้ พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าได้ทรงชี้ให้เห็นว่า
ในชีวิต
ผู้ที่ไม่ฆ่าได้ชื่อว่าให้มหาทาน คือให้ความปลอดภัย
ผู้ที่ไม่ลักไม่ขโมย ได้ชื่อว่าให้ความปลอดภัยทรัพย์
สินเป็นมหาทาน
ผู้ที่ไม่ประพฤติสดในกาม ได้ชื่อว่าให้ความปลอดภัย
ในคู่ครองเป็นมหาทาน
กัลยาณมิตร