ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข้าราชบริพัฒน์ความสัมพันธ์ และไม่รู้จะแก้เกณฑ์มาตรฐานของ
ความเป็นนักบวชที่ทรงศีลธรรมได้อย่างไร พระเจ้าอชาตศัตรูซึ่ง
แม้ได้เสด็จไปถามครูเจ้าลัทธิทั้ง ๖ ท่าน¹ ซึ่งมีชื่อเสียงมากในยุคนั้น
มาแล้ว แต่ก็ได้รับคำตอบที่ไม่กระจ่างแจ้งนั่น จึงได้เสด็จไปเข้าเฝ้า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อคลายปัญหาดังกล่าว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงประโยชน์ หรือคุณค่าของ
การบวชตั้งแต่ประการแรกสุด ซึ่งจัดเป็น สามัญผลเบื้องต้น คือ
การยกฐานะของผู้บวชของ โดยเปลี่ยนจากสถานภาพเดิม ไปสู่
สถานภาพของบุคคลที่ควรแก่การบวชซากรให้ ว ก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสถึงสมบูรณ์ผลเบื้องกลางและเบื้องสูงในระดับต่อ
ไปนั้น ได้ทรงแสดงถึงข้อปฏิบัติที่นายบวชต้องปฏิบัติให้บรรลุ
บริสุทธิ์ เพื่อการบรรลุสมัญผลแต่ละขั้น ข้อปฏิบัติสำคัญที่ทรง
แสดงไว้ในพระสูตรนี้ คือ การถึงพร้อมด้วยศีล การคุ้มครองทวาร
ในอินทรีย์ทั้งหลาย การมีสัตย์ซื่อสัตย์ และการเป็นผู้สันโดษ
๑๒ ครูเจ้าลัทธิทั้ง ๖ ท่าน ได้แก่ อะ) ปรุงกิจสคะ เป็นผู้มีความเห็นว่า วิญญาณเป็นสิ่งที่แท้แน่เทจาว่า ไม่มี
การเปลี่ยนแปลง ไม่เชื่อสนเหตุและผลของการทรง กล่าวคือ ไม่เชื่ออนุ ญ บาป และคุณแห่งธรรมมันเอง ๒) มีคติโลกลาส เป็นผู้มีความเห็นว่า วิญญาณเป็นสิ่งที่แท้เท่านั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง สิ่งทั้งและไม่ได้
ชีวิต ส่วนเกิดขึ้นเพราะโชค วาสนา หรืออวิชชาแล้วแต่เหตุปัจจัยใด ๆ ก็แล้วแต่ ๓) รังเกียจพระ
เกลียดมผล เป็นผู้มีความเห็นตรงกันข้ามกับสมมุติว่า๑๐ ประกอบ กล่าวคือ ท่านไม่มีผล การบูชาโลก ย์ก
นัยโลกหนั่นไม่มี เป็นต้น และสัจจะทั้งหลายสุดลงที่อายตนะนี้ ไม่มีสิ่งใดเลย ๔) ปกครกอ่าวจะแนะ
เป็นผู้มีความเห็นว่า ลาภะพัง คืองดิน ไถ ลำ ไฟ ของ ทุกข์ และยิวะ เป็นสิ่งไม่แน่ใจ เที่ยงกัน นินิจ
ไม่ขึ้นกับการกระทำใด ทั้งสิ้น ฯ ญีรณกูฏูร เป็นผู้มีความเห็นว่า ความจริงไม่มีผืนซึ่ง
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ การเปลื่่องผ้าและทรมานตน รวมถึงข้อปฏิบัติในเรื่องอิงสงา (ความไม่เบียดเบียน)
เป็นหนทางผลุตื่น ฯ ขัลยวิลัญจูร เป็นผู้มีความเห็นว่า ไม่มีความจริงอันแน๊จจ้อ มุ่งการกล่าวอึง
สิ่งไม่ควรพยานรั นใ้เด็ก โลกเทยงหรือไม่เทียว และกล่าวถึงสายไปนา เช่น อย่างนี้ก็ใอร์ อย่างนั้นก็ใช
อย่างนี้ก็ไม่ใช่ เป็นต้น