การเข้าใจพระอริยบุคคลและการละกิเลส ที่สุดแห่งธรรมถึงได้ด้วยความเคารพ ๓ หน้า 42
หน้าที่ 42 / 184

สรุปเนื้อหา

เนื้อหาเกี่ยวกับการพูดปรามาสในพระพุทธศาสนา โดยระบุว่าพระอริยบุคคลจะต้องละกิเลสต่างๆ และแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของกิเลสที่พระสกทาคามี พระโสดาบล พระอนาคามี และพระอรหัตต์ พร้อมชี้ให้เห็นถึงองค์คุณของพระอริยบุคคลที่นำไปสู่การเป็นพระอริยสงฆ์ได้ด้วย ช่องทางในการปฏิบัติที่เป็นสาเหตุในการก้าวสู่วิสัยอริยบุคคล

หัวข้อประเด็น

-การเข้าใจพระอริยบุคคล
-การละกิเลส
-พระสกทาคามี
-องค์คุณของพระอริยบุคคล
-การปฏิบัติในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ที่ท่านละสีพูดปรามาสได้นัน ก็เพราะเมื่อท่าน เป็นตัวพระรัตนตรัยเสียเช่นนี้แล้ว ศิลและวัตถุเป็นฝ่าย มิฉะนั้นฎีกานอกพระพุทธศาสนาไม่มีในทานแล้ว จึงได้ข้อว่า ท่านพินจากสีพูดปรามาส คือ กายื้นมั่นซึ่งศิลและวัตถุร พระพุทธศาสนา ชั้นพระสกทาคามี นอกจากกิเลส ๓ อย่าง ที่พระ โสดาบลแล้วนั้น ยังลาภมารศะ พยาบาทอย่างหยาบ ได้อีก ๒ อย่าง ถามมารศะ ได้แก้ ความกำหนัด ยินดีในวิตกามและ กิเลสกาม พยาบาท คือ ผูกใจโกรธ พระอนาคามี ลา ทางาระคะ พยาบาทขั้นละเอียดได้ พระอรหัตต์ ละกิเลสทั้ง ๕ ดังกลา้วแล้วนั้นได้โดยสิ้น เชิง แล้วยังลาภสังโยชน์เบื้องบนได้อีก คือ ๑) รูปราคา ความ กำหนดยินดีในรูปาม ๒) อรูปาคา ความกำหนดยินดีใน อรูปาม ๓) มานะ ความถือตน ๔) อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน ๕) วิชชา ความมึด ความโง่ ไม่รู้อะไร ปัจจัยสมบูรณ์ และ อธิษฐาน จึงรวม เป็น ๑๐ ที่พระอรหัตตได้... พระอริยบุคคลทั้ง ๔ คู่ จะ บุคคลดังกล่าวมาข้างต้นนี้ ได้ชื่อ ว่า อริยสาวก อันประกอบด้วยองค์คุณ คือ สังขคุณ ๙ นอกจากนี้ สังขคุณ ๙ ดังกล่าว ยังสามารถเป็นข้อปฏิบัติของสมมติสง เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นพระอริยสงฆ์ได้ด้วย โดยเราสามารถแบ่ง ได้เป็น ๒ ส่วน ได้แก่ ๑) ส่วนที่เป็นการประกอบเหตุ ๒) ส่วนที่เป็น
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More