ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในกรณีของพระบิณฑวัตเจดีย์ที่ถูกตำหนิและถูกมองในแง่ลบ อาจมีเหตุจากการมีบุคคลที่ 2 และ 3 เป็นผู้เสียหาย เพราะถูกเรียกด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ แต่ในกรณีของพระมหากัปปิยะ ท่านถูกเข้าใจผิดและถูกตำหนิ เพราะเหตุที่รับฟังถึงความอับอับในธรรมที่เกิดจากการปรารถนามหานิพพาน ซึ่งไม่มีผู้ใดเป็นผู้เสียหายเลยแม้แต่น้อย ได้ยินว่า ในกิจบูชาหล่านั้น ท่านพระมหากัปปิยะเป็นพระอาจารย์ในเที่ยวเปล่งอุทานในที่ที่หลายมีที่พักกลางคืนและที่พักกลางวันว่า "สุขหนอ สุขหนอ" ภิกษุทั้งหลายราบทูลแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "ข้าแต่พระองค์คู่เจริญ พระมหากัปปิยะเป็นพระอาจารย์เปล่งอุทานว่า "สุขหนอ สุขหนอ" ท่านเห็นจะกล่าวปรารถนาความสุขในรสสมบัติต้องตน"
พระศาสดารับสั่งให้เรียกพระมหากัปปะนั้นมาแล้วตรัสถามว่า "กับป็นะ ได้ยินว่า เธอเปล่งอุทานปรารถนาสุขในกาม สุขในรสสมบัติจริงหรือ ?" พระมหากัปปะปิฎกว่า "ข้าแต่พระองค์คู่เจริญ พระผู้มีพระภาคเจ้าจ่อมทรงตรัสบาลการเปล่งหรือไม่เปล่งปรารถนากามสุขและรสสมบัติของข้าพระองค์"
พระศาสดาตรัสว่า “กิริยาทั้งหลาย บุตรของเราย่อมเปล่งอุทาน ปรารถสุขในกาม สุขในรสสมบัติมิได้ ก็แต่ความเมาอิ่มในธรรม ย่อมเกิดขึ้นแก่บุตรของเราบุตรของเรานั้นย่อมเปล่งอุทานอย่างนั้น เพราะปรารถนอตามหนอพานั💧๖๙ ชูร.ว. ๔/๑/๑๓/๒ (แปลม.มร)