ข้อความต้นฉบับในหน้า
รวมความว่า คฤหัสถ์และบรรพชิตต่างอาศัยซึ้งกันและกันด้วยอามิสถาน คือ ปัจจัย ๔ มิจฉนตบาท เป็นต้น และธรรมทานคือ การแสดงธรรมแก่คฤหัสถ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่มีความเคารพในพระสงฆ์ ดังนั้นสังฆารวกาจิงเป็นเสมือนสะพานเชื่อมให้คฤหัสและบรรพชิต ต่างได้มีโอกาสพึ่งพาอาศัยซึงกันและกันในการฝึกฝนอบรมตนเอง เพื่อให้บรรลุตุวัตุประสงค์ของการเกิดมาอย่างแท้จริง นั่นคือ เพื่อกระทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบนั่นเอง อย่างไรก็ดาม ในเบื้องต้นอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับการที่จะมีความเคารพต่อพระภิกษุที่เราไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะพระภิกษุผู้ใหม่ในพระธรรมวินัย ยังคงอยู่ในขั้นฝึกอบรมตนเองอยู่ ยังมีมารยาทและโคจรที่งไม่สมบูรณ์อยู่ ในประเด็นนี้ ขอให้คฤหัสผู้เป็นพุทธศาสนิกชนลองขยายใจจากภาพของพระภิกษุไปสู่อมุสังฆ เราก็จะว่ามีพระภิกษุสูงผู้ประพฤติปฏิบัติชอบอยู่กินมากมายจริง ๆ แมในเรื่องนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้สั่งไว้อย่างนี้เกี่ยวกับ ทัศนคติในการมองบรรพชีติ แบบรายบุคคล (พระภิกษุ) และ แบบภาพรวม (หมู่สงฆ์) ไว้ใน ทัศนวิถีงคสูตร โดยมีโจทย์ความสรุว่
“อานนท์ ก็เป็นอนาคตกล จักแม้เหล่าโครตครู ก็ย่ากากสาวะพันคอ เป็นผู้กลี มีธรรมเลวทราม ชน ทั้งหลายจักถ่ายทอดทานเจจงพระสงฆ์ในภิกษุผู้ศีลเหล่า นั้น แมในเวลานั้น เราก็กล่าวทัศนาที่ควายใจสงค์ว่า
สังฆารวกา เคารพในพระสงฆ์ ๑๒๓
www.datjaeewo.com