ข้อความต้นฉบับในหน้า
(เปรยนี้ตอ ยว่า) ได้มีคำรูปหนึ่งอยู่ประจําในวัดของ ข้าฯเจ้า มักริยาย ตระหนี้ศกุล ผูกขาดในเรือนของข้าฯเจ้า มีโจรดำ มักว่าจะ (ภิกษุอาคันตุกะทั้งหลาย) ข้าฯเจ้า เชื่อคำของท่าน ได้ว่ากิริยาทั้งหลาย เพราะผลกรรมนี้ ข้าฯเจ้าจึงต้องจากโลกนี้ไปยังแผ่นดินโลก
(พระมหาโมคลาลเถระกล่าวว่า) ภิกษุผู้นเคยกับ ตระกูลของท่านไม่ใช่ครันแท้ เป็นมิตรเทียม มีปฏิญาณร่วม มรณภาพแล้วไปสู่กลีเถนหนอ
(เปรยนี้ตอ ยว่า) ข้าฯเจ้ายืนอยู่ในกระหม่อม ศิระของเปรต ซึ่งเคยเป็นภิกษุผู้ทำกรรมชั้นนั้นแหละ และภิกษุผู้นั้นไปเกิดเป็นเปรตผู้ปรนิบัติของข้าฯเจ้าเอง พระคุณเจ้าผูเจริญ ขนเหล่าผู้น่าถ่ายสิ่งใดลงไป สิ่งนั้นเป็นอาหารของข้าฯเจ้า และข้าฯเจ้าเองถ่ายสิ่งใดลงไป เปรต ซึ่งเคยเป็นภิกษุนั้นก็อาศัยสิ่งนั้นเลี้ยงชีพ
จากตัวอย่างที่มายืนงั้น พอเป็นอุทธาหรณ์ให้เราได้รู้สึกอยู่ในใจ เสมอว่า แม้พระอรหิสผู้หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ ก็ยังมีโอกาสถูกตำหนิและเข้าใจผิดได้ จะกล่าวไปหยิบสมมติสงผู้กำลังฝึกฝน อบรมตนเองอยู่ว่า ว่าไม่มีโอกาสสุดตำหนิ เมื่อเป็นเช่นนี้ อะไร จะเป็นสิ่งที่ช่วยอุดรูในความเข้าใจของเหล่านี้ไม่ให้รำคาญด คติ ที่ไม่ดี أوไปตำหนิติเกียรติพระภิกษุสูงส่ง ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่ใช่เป็นเช่นที่เรากำลังคิดเดาไปเอง เพราะขึ้นชื่อว่าไฟนั้น มีคุณต่อการดำรงชีวิตของเราอย่างอนนอนนัต แต่ถ้าคนเราไม่ระมัดระวัง ประมาณ สะพรั้ง
๙๗ มฐ.เปด. ๒๖/๒๒-๒๖/๒๓ (แปลมง)