ข้อความต้นฉบับในหน้า
ครั้นแล้วธรรมกายเก็จจามน และพิจารณาธิสรในกุรุพรหม
ท่านองเดียกันนั้น เมื่อถูกส่วนธรรมกายสักกายฉัตตศูนย์
วัดเส้นผ้าศูนย์กลางได้ 15 วา แล้วกลับเป็นธรรมกาย
หน้าตักกว้าง 15 วา สูง 15 วา มีชื่อว่า พระอนาคามิ
ครั้นแล้วเอาธรรมกายของพระอนาคามิ เข้ามาน
พิจารณาธิสร 4 ในกายอรพรหม เห็นชัดเช่นเดียวกันกับ
ที่กล่าวมา เมื่อถูกส่วนธรรมกายพระอนาคามิตกศูนย์ วัดเส้น
ผ้าศูนย์กลางได้ 20 วา แบ่งเวลกลับเป็นธรรมกาย หน้าตัก
กว้าง 20 วา สูง 20 วา นี่เป็น พระอรหัต แล้ว
สำหรับ ธรรมกาย นั่น มีสันฐานเป็นรูปพระพุทธ
ปฏิมา เกตุฤดอกบัวตูมสีขาวเป็นเงาใสเหมือนกระจก
ส่องหน้า ขันธ์พระโสดาบัน ละกิเลสได้ 3 คือ ลักษณะทิฐิ
วิจิกิจฉา สีลัพพตุปรามาส ที่น่ะลักษณะทิฐิอยู่ ก็โดยนั่น
พิจารณาเห็นชัดว่า สังขารร่างกายนี้เหมือนเรือนอาศัยอยู่
ชั่วคราว ไม่ช้าก็จะแตกทำลายไป จะผิดดือเอาเป็นตัวเป็นตน
มิได้ เป็นสักแต่ราตทั้งหลายประสมรวมกันเข้า จึงเป็นรูปเป็น
นาม ย่อมแปรผันไปตามลักษณะของมัน ไม่ยืนยงคงมั่น ถ้ายึดถือเป็นตัวเป็นตน ถึงแม้จะนำความทุกข์มาให้ ดังกล่าว
มานี้ เป็นของในจินจง ทุกข์ อนัตตา แต่ส่วนธรรมกายนันท่านเห็น
ว่าเป็น นิจจัง สุขัง อัตตา ท่านจึงไม่แยแสต่ออายมนุษย์ โดย
เห็นว่าเป็นของไม่มีสระด่างกล่าวข้างต้น ท่านจึงข้ามพ้นสักกาย
ทิฏฐิไปได้
ที่ท่านละวิจิกิจฉาได้ ก็เพราะท่านเข้าสู่ธรรมกายแล้ว
ถอดกายทั้ง 4 ซึ่งเป็นโลภิ ถอดเป็นชั้นออกไปเสียได้แล้ว ทำ
นึ่งจึงหมดความกังวลใจสลดแสนสะพรึงเพราะพระรัตนตรัย เพราะท่าน
เป็นตัวพระรัตนตรัยเสียแล้ว
www.dattajeewo.com