ข้อความต้นฉบับในหน้า
ท่านพระปิฎกท่านจะรับคำอธิษฐานแล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคสิ่งที่ประทับ ถามอวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคจึงตรัสสทาม ดังนี้ว่า “ปิฎกท่านจะ ทราบว่า เธอร้องเรียกกิฐทั้งหลายด้วยวาทว่าคนด๋อย จริงหรือ”
ท่านพระปิฎกท่านจะทูลตอบว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงกล่าวอดิฐาติตของท่านพระปิฎกท่วมจะแล้ว รับส่งเรียกกิฐทั้งหลายมาตรว่า
“กิฐทั้งหลาย เธอทั้งหลายอย่าอธิษฐานจะเลย วัจฉะ หาได้มู่งร้ายร้องเรียกกิฐทั้งหลายด้วยวาทว่าคนด๋อยไม่
วัจจะเกิดในตระกูลพราหมณ์ติดต่อกันไม่มีวงค์คั้นถึง ๕๐๐ ชาติ การใช้วาทะวคนด๋อยนั้น เธอถึงประพฤติมานแล้ว
เพราะฉะนั้น วัจฉะนี้ฉันร้องเรียกกิฐทั้งหลายด้วยวาทว่าคนด๋อย***”
พระปิฎกท่านจะบรรจุธรรมเป็นถึงพระอรหันต์หมดก็เสด แต่เพราะเหตุที่พูชาตราที่ท่านเคยไปบังเกิดเป็นพราหมณ์ยาวนานถึง ๕๐๐ ชาติ ทำให้เวลาเรียกผู้อื่นมาใช้สรรพนามว่า คุณด๋อย จึงเป็นเรื่องที่พระกิฐทั้งหลายผู้เป็นปฏชุนจะกล่าวโทษก็หาว่าไม่ แต่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ดี ที่ทำให้เราห็นว่า แม้พระอธิษฐานผู้เป็นถึงพระอรหันต์เอง ก็ยังมีโอกาสถูกตำหนิติเตียน และถูกมองในด้านลบจากผู้อื่นได้เช่นกัน
๔๕ ข้อ. ๒๕/๒๖/๒๗-๒๘ (แปลมรรค)
www.datjaeewo.com