การเดินตรวจวัด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 6 หน้า 11
หน้าที่ 11 / 112

สรุปเนื้อหา

บางครั้งเส้นสายตึงมาก ก็ให้เด็กวัดมาช่วย นวดช่วยดึงให้บ้าง อาการจึงดีขึ้นมาก ต่อ ๆ มา วัดขยายใหญ่ขึ้นหลวงพ่อเลยต้องเดินตรวจวัด ทุกเช้า บางวันก็ใช้โอกาสนี้พาลูกศิษย์เดินชมวัด เดินกันตั้งแต่อรุณขึ้นเลย ไม่ได้พาไปเดินช่วยกัน ชมว่าวัดเราสวยหรอกนะ ไปเดินตรวจดูความ บกพร่องของเสียของชำรุด จะได้ซ่อมแซมเสียแต่ เนิ่น ๆ ไม่ให้บานปลายใหญ่โต อันไหนที่มันดี มันทนก็ให้หลักการเขาไป จะได้ใช้เป็นแบบ อย่างการก่อสร้างในวันข้างหน้า ระหว่างนั้นก็ สังเกตดูสุขภาพตัวเอง เออ เดินเหินก็คล่องดี เส้นสายไม่ค่อยยึดเหมือนแต่ก่อน ไอ้เด็ก ที่ เดินตามเมื่อก่อนเห็นกระยึดกระบาด เดี๋ยวนี้ กระฉับกระเฉงขึ้นมาก การเดินนี้มีประโยชน์ต่อ สุขภาพแน่ ๆ ก็เอาหลักการนี้มาพิจารณาพวกผอมแห้ง แรงน้อย พวกที่ไปหาหมอก็หมอ ๆ ก็หาสาเหตุ ปัดโธ่ ไม่เ

หัวข้อประเด็น

- การเดินตรวจวัด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บางครั้งเส้นสายตึงมาก ก็ให้เด็กวัดมาช่วย นวดช่วยดึงให้บ้าง อาการจึงดีขึ้นมาก ต่อ ๆ มา วัดขยายใหญ่ขึ้นหลวงพ่อเลยต้องเดินตรวจวัด ทุกเช้า บางวันก็ใช้โอกาสนี้พาลูกศิษย์เดินชมวัด เดินกันตั้งแต่อรุณขึ้นเลย ไม่ได้พาไปเดินช่วยกัน ชมว่าวัดเราสวยหรอกนะ ไปเดินตรวจดูความ บกพร่องของเสียของชำรุด จะได้ซ่อมแซมเสียแต่ เนิ่น ๆ ไม่ให้บานปลายใหญ่โต อันไหนที่มันดี มันทนก็ให้หลักการเขาไป จะได้ใช้เป็นแบบ อย่างการก่อสร้างในวันข้างหน้า ระหว่างนั้นก็ สังเกตดูสุขภาพตัวเอง เออ เดินเหินก็คล่องดี เส้นสายไม่ค่อยยึดเหมือนแต่ก่อน ไอ้เด็ก ที่ 1 เดินตามเมื่อก่อนเห็นกระยึดกระบาด เดี๋ยวนี้ กระฉับกระเฉงขึ้นมาก การเดินนี้มีประโยชน์ต่อ สุขภาพแน่ ๆ ก็เอาหลักการนี้มาพิจารณาพวกผอมแห้ง แรงน้อย พวกที่ไปหาหมอก็หมอ ๆ ก็หาสาเหตุ ปัดโธ่ ไม่เจอ หมอบอกไม่เห็นท่านเป็นอะไร หมดแรงจะตายเอายังบอกไม่เป็นอะไร ก็โกรธ หมอละนะ แต่หมอเขาก็ไม่ได้ตรวจชุ่ย ๆ หรอก ประเภทนี้เป็นลักษณะเส้นยึด เพราะเครียด เพราะเกร็งด้วยสาเหตุหลาย ๆ อย่าง เครื่องมือ แพทย์ธรรมดาตรวจไม่เจอแน่ วิธีแก้ไม่ยาก ได้เดินบิณฑบาตรับอรุณวันละกิโลสองกิโล โดย เฉพาะเดินไปบนก้อนกรวดก้อนหิน ที่มันเป็น ตะปุ่มตะป่า ก้อนหินก้อนกรวดเหล่านั้นมันจะ นวดฝ่าเท้าให้เอง วิธีนี้เส้นมันจะคลายตั้งแต่เท้า ยันศีรษะเลย แล้วอาการป่วยทั้งหลายมันจะ ค่อย ๆ ชน ดีขึ้น หลวงพ่อเคยทดลองรักษาพระที่ป่วยเป็น อัมพาตเพิ่งหาย ยังต้องใช้ไม้เท้าเดินกระย่องกระแย่ง ดูท่ากว่าจะเดินได้คล่องคงอีกนาน หลวงพ่อก็ ถามท่านว่า อยากจะหายเร็ว ๆ ไหม จะให้คาถา ท่านก็รับเพราะอยากจะหายเต็มที่แล้ว หลวงพ่อ ก็ให้คาถาท่านไป คาถาก็ไม่มีอะไรพิสดาร ก็บท “สัมมา อะระหัง” ของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษี เจริญ นั่นแหละ แต่ใส่กรรมวิธีเข้าไปด้วยว่า ต้อง เสกยังงั้น ต้องเป่ายังงี้ ยักย้ายถ่ายเทว่าเรื่อยไป ก็รู้อยู่ว่าท่านชอบขลัง แต่กำกับบทสำคัญไว้บท หนึ่งว่าท่านต้องบิณฑบาต เอาบุญจากการบิณ ฑบาตเข้าช่วยด้วย โดยเฉพาะเส้นทางบิณ ฑบาตเส้นไหนที่ขรุขระทุรกันดารมาก ๆ ให้ท่าน หมั่นเดินไปเส้นทางนั้น จะได้บุญมากเป็นพิเศษ ส่งให้ท่านหายจากอัมพาตเร็วขึ้น ก้อนหินก้อนกรวด ตะปุ่มตะป่า อย่าไปเลี่ยง ลงไปเลย แล้ว อย่าลืมท่องสัมมา อะระหัง ไว้เรื่อย ทั้งวัน ทั้งคืน ความจริงท่านก็คงไม่อยากจะเชื่อหรอก แต่ว่าจนใจไม่รู้จะรักษายังไงแล้ว ก็เลยต้องเชื่อ ได้คาถาได้วิธีเสกกำกับไปด้วยหน่อยค่อยใจขึ้น แล้วท่านก็ไปทำอย่างที่หลวงพ่อบอก ๒-๓ เดือนต่อมาท่านกลับมาหาหลวงพ่อ ยิ้มแป้นหน้าใสมาเชียว เดินเหินคล่องไม่ได้ถือ ไม้เท้ามาด้วย แล้วท่านก็เล่าให้ฟัง "แหมท่าน วันแรกนี่ผมบิณฑบาต ไปก็ด่าแม่ท่านไป” เข้าไป” ๗ "อ้าว แล้วกัน... ทำไมล่ะ” “โธ่ท่าน มันเจ็บเหมือนกับเอาเข็มไซ มันเจ็บเพราะเส้นมันขอดอยู่ใต้ฝ่าเท้า พอโดนอะไรตะปุ่มตะป่าทิ่มเข้าหน่อย มันก็ต้อง เจ็บเป็นธรรมดา ก็ทีแรกท่านจะเอาขลังบอก เรื่องจริงเดี๋ยวก็จะไม่เชื่อก็เราไม่ใช่แพทย์ใช่หมอ ปริญญา "บางทีเหยียบไปบนหิน มันเจ็บแปลบ แล่นถึงกลางกะโหลกเลยนะท่าน ผมน่ะด่าเลย” เฮอะ วาสนาเรา แนะให้เขาจะเอาบุญ กลับถูกด่า ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน ก ล ย า ณ ม ต ร ๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More