ข้อความต้นฉบับในหน้า
บางครั้งเส้นสายตึงมาก ก็ให้เด็กวัดมาช่วย
นวดช่วยดึงให้บ้าง อาการจึงดีขึ้นมาก ต่อ ๆ มา
วัดขยายใหญ่ขึ้นหลวงพ่อเลยต้องเดินตรวจวัด
ทุกเช้า บางวันก็ใช้โอกาสนี้พาลูกศิษย์เดินชมวัด
เดินกันตั้งแต่อรุณขึ้นเลย ไม่ได้พาไปเดินช่วยกัน
ชมว่าวัดเราสวยหรอกนะ ไปเดินตรวจดูความ
บกพร่องของเสียของชำรุด จะได้ซ่อมแซมเสียแต่
เนิ่น ๆ ไม่ให้บานปลายใหญ่โต อันไหนที่มันดี
มันทนก็ให้หลักการเขาไป จะได้ใช้เป็นแบบ
อย่างการก่อสร้างในวันข้างหน้า ระหว่างนั้นก็
สังเกตดูสุขภาพตัวเอง เออ เดินเหินก็คล่องดี
เส้นสายไม่ค่อยยึดเหมือนแต่ก่อน ไอ้เด็ก ที่
1
เดินตามเมื่อก่อนเห็นกระยึดกระบาด
เดี๋ยวนี้
กระฉับกระเฉงขึ้นมาก การเดินนี้มีประโยชน์ต่อ
สุขภาพแน่ ๆ
ก็เอาหลักการนี้มาพิจารณาพวกผอมแห้ง
แรงน้อย พวกที่ไปหาหมอก็หมอ ๆ ก็หาสาเหตุ
ปัดโธ่
ไม่เจอ หมอบอกไม่เห็นท่านเป็นอะไร
หมดแรงจะตายเอายังบอกไม่เป็นอะไร ก็โกรธ
หมอละนะ แต่หมอเขาก็ไม่ได้ตรวจชุ่ย ๆ หรอก
ประเภทนี้เป็นลักษณะเส้นยึด เพราะเครียด
เพราะเกร็งด้วยสาเหตุหลาย ๆ อย่าง เครื่องมือ
แพทย์ธรรมดาตรวจไม่เจอแน่ วิธีแก้ไม่ยาก
ได้เดินบิณฑบาตรับอรุณวันละกิโลสองกิโล โดย
เฉพาะเดินไปบนก้อนกรวดก้อนหิน ที่มันเป็น
ตะปุ่มตะป่า ก้อนหินก้อนกรวดเหล่านั้นมันจะ
นวดฝ่าเท้าให้เอง วิธีนี้เส้นมันจะคลายตั้งแต่เท้า
ยันศีรษะเลย แล้วอาการป่วยทั้งหลายมันจะ
ค่อย ๆ ชน
ดีขึ้น
หลวงพ่อเคยทดลองรักษาพระที่ป่วยเป็น
อัมพาตเพิ่งหาย ยังต้องใช้ไม้เท้าเดินกระย่องกระแย่ง
ดูท่ากว่าจะเดินได้คล่องคงอีกนาน หลวงพ่อก็
ถามท่านว่า อยากจะหายเร็ว ๆ ไหม จะให้คาถา
ท่านก็รับเพราะอยากจะหายเต็มที่แล้ว หลวงพ่อ
ก็ให้คาถาท่านไป คาถาก็ไม่มีอะไรพิสดาร ก็บท
“สัมมา อะระหัง” ของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษี
เจริญ นั่นแหละ แต่ใส่กรรมวิธีเข้าไปด้วยว่า ต้อง
เสกยังงั้น ต้องเป่ายังงี้ ยักย้ายถ่ายเทว่าเรื่อยไป
ก็รู้อยู่ว่าท่านชอบขลัง แต่กำกับบทสำคัญไว้บท
หนึ่งว่าท่านต้องบิณฑบาต เอาบุญจากการบิณ
ฑบาตเข้าช่วยด้วย โดยเฉพาะเส้นทางบิณ
ฑบาตเส้นไหนที่ขรุขระทุรกันดารมาก ๆ ให้ท่าน
หมั่นเดินไปเส้นทางนั้น จะได้บุญมากเป็นพิเศษ
ส่งให้ท่านหายจากอัมพาตเร็วขึ้น ก้อนหินก้อนกรวด
ตะปุ่มตะป่า อย่าไปเลี่ยง ลงไปเลย แล้ว
อย่าลืมท่องสัมมา อะระหัง ไว้เรื่อย ทั้งวัน
ทั้งคืน
ความจริงท่านก็คงไม่อยากจะเชื่อหรอก
แต่ว่าจนใจไม่รู้จะรักษายังไงแล้ว ก็เลยต้องเชื่อ
ได้คาถาได้วิธีเสกกำกับไปด้วยหน่อยค่อยใจขึ้น
แล้วท่านก็ไปทำอย่างที่หลวงพ่อบอก
๒-๓ เดือนต่อมาท่านกลับมาหาหลวงพ่อ
ยิ้มแป้นหน้าใสมาเชียว เดินเหินคล่องไม่ได้ถือ
ไม้เท้ามาด้วย แล้วท่านก็เล่าให้ฟัง
"แหมท่าน วันแรกนี่ผมบิณฑบาต
ไปก็ด่าแม่ท่านไป”
เข้าไป”
๗
"อ้าว แล้วกัน... ทำไมล่ะ”
“โธ่ท่าน มันเจ็บเหมือนกับเอาเข็มไซ
มันเจ็บเพราะเส้นมันขอดอยู่ใต้ฝ่าเท้า
พอโดนอะไรตะปุ่มตะป่าทิ่มเข้าหน่อย มันก็ต้อง
เจ็บเป็นธรรมดา ก็ทีแรกท่านจะเอาขลังบอก
เรื่องจริงเดี๋ยวก็จะไม่เชื่อก็เราไม่ใช่แพทย์ใช่หมอ
ปริญญา
"บางทีเหยียบไปบนหิน มันเจ็บแปลบ
แล่นถึงกลางกะโหลกเลยนะท่าน ผมน่ะด่าเลย”
เฮอะ วาสนาเรา แนะให้เขาจะเอาบุญ
กลับถูกด่า ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน
ก ล ย า ณ ม ต ร
๙