ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตัวเองน่ะเรื่องเล็กฆ่าเมื่อไรก็ได้ กลัวแต่คนอื่น
ฆ่าต่างหากล่ะ ฆ่าตัวเองน่ะไม่กลัว”
"นี่ ศีขริน นึกอย่างไรขึ้นมาจึงพูด
พระองค์พูดหม่อมฉันกับเราขึ้นมาเวลานี้” อโศก
ท้วงติง
“ก็ต้องเตรียมไว้ก่อน” ศีขรินพูด "อีก
หน่อยถึงเมืองอุชเชนีพระองค์ก็จะทรงเป็นเจ้าครอง
นคร หม่อมฉันจะพูดอย่างที่เคยศึกษาอยู่สำนัก
ตักสิลาไม่ได้”
“ทำไมจะไม่ได้”
"ไม่ได้องค์ชาย เมื่อถึงที่นั้นแล้ว พระ
องค์จะทรงอยู่ในฐานะอุปราช เป็นเจ้าครองนคร
อันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในภารตวรรษคนอื่นไม่เข้าใจจะ
นึกว่าหม่อมฉันเป็นบ้า”
เวลานั้นเย็นมากแล้ว พื้นที่ ณ บริเวณ
นั้น ถูกแผ่ปกคลุมไปด้วยร่มเงา ท้องฟ้าซึ่ง
โปร่งใสเมื่อยามบ่ายเริ่มมืดครึ้มเมฆลอยลงต่ำ
ลมกระพือพัดแรงและหนักหน่วงเข้าทุกที กิ่งใบ
ของหมู่ไม้กระทบกันตามแรงลม ที่เป็นใบแก่
เหลืองก็ร่วงหล่นลง อีกครู่หนึ่งต่อมาฝนก็
โปรยลงค่อยหนักเข้าทุกที อโศกและศีขรินหลบ
เข้าโคนมะม่วงใบหนา หญิงสาวกลุ่มหนึ่งวิ่ง
หลบฝนเข้าสู่ดงมะม่วงส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว บางคน
ก็หัวเราะร่าเริงสนุกสนาน นาน ๆ ครั้งเธอจะ
ได้มีโอกาสเช่นนี้
มองฝ่าเม็ดฝนไปที่ทางเดิน อโศกและ
ศีขรินเห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเยื้องย่างมาตามปกติ
มิได้มีอาการร้อนรนอะไรเลยทั้ง ๆ ที่เวลานั้นฝน
เริ่มตกหนักแล้ว อโศกและศีขรินประหลาดใจมาก
มองจากระยะไกลก็พอเห็นแววแห่งความงามของ
สตรีผู้นั้นทั้งรูปทรงและกิริยาท่าทาง
เธอแวะที่ดงมะม่วงเข้ารวมกลุ่มกับหญิง
สาวอื่น ๆ ที่วิ่งมาหลบฝนอยู่ก่อนแล้ว หญิงสาว
ทุกคนเข้ามาห้อมล้อมนาง เสื้อผ้าอาภรณ์ของ
นางเปียกปอน แต่ดูเหมือนเธอจะมิได้แสดงอาการ
ทุกข์ร้อนอะไรเลย ใบหน้าคงเฉยเมยเหมือนไม่มี
อะไรเกิดขึ้น อโศกเพ่งมองนางอย่างไม่วางตา
ศีขรินสะกิดพระราชกุมารเบา ๆ
"ลองเข้าไปถามดูไหม?” ศีขรินพูดตาม
นิสัยของเขา ซึ่งเห็นหญิงสาวแล้วอดไม่ค่อยได้
"อย่าเพิ่ง เดี๋ยวคอยดูไปก่อน” อโศกตอบ
"สวยมาก ไม่เคยเห็นใครสวยเท่านี้เลย
ชโลธราทาบไม่ติด” ศีขรินพล่ามตามนิสัยของเขา
"ฝนตกผ้าเปียกด้วย สวยอะไรอย่างนี้พูดไม่ถูก”
อโศกก็มองเห็นว่า สุภาพสตรีคนนี้สวย
มาก สวยอย่างหาที่ติมิได้ ริมฝีปากเต็มอิ่มแดง
เรื่อเหมือนผลตำลึงสุก ผมยาวประบ่า ปลาย
ซ้อนขึ้นเบื้องบนแต่พองาม ผิวขาวละเอียดอ่อน
เหมือนดอกกรรณิการ์ เข้าลักษณะเบญจกัลยาณี
ทุกประการแล้ว เหลือเพียงฟันอย่างเดียวเท่านั้น
ที่เขายังมิได้เห็น
- อโศกคิดว่าจะต้องทำใจกล้า เข้าไปถาม
ให้เห็นแน่นอนด้วยตาตนเอง เมื่อนางพูดจะต้อง
เห็นฟันซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของเบญจกัลยาณี
เขารวบรวมกำลังใจให้กล้า นึกถึงสมัยเมื่อออก
สนามยุทธ์ มีความตายเรียงรายอยู่เบื้องหน้าเขา
ยังกล้าออกสนามอย่างไม่สะทกสะท้าน ก็กับการ
เข้าไปถามสตรีหนึ่งซึ่งเป็นที่สนใจจะกลัวอยู่ไยเล่า
อโศกคิดดังนี้แล้ว จึงก้าวเข้าไปหา
หญิงสาวด้วยอาการแห่งมิตร
อ่านต่อฉบับหน้า
๙๒ ก ล ย า ณ ม ต ร