ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผสมผสานกันหลายเผ่าพันธุ์ ตั้งแต่เผ่าพันธุ์ที่เรียกว่า
เนกริโต (Negrito) พวกเดียวกับพวกเงาะ หรือ
ดยัก มาจนกระทั่งถึงพวกมองโกลอย (Mongo-
liod) พวกกะฉิ่น พวกจีนจากยูนนาน อินเดีย
มอญ และท้ายที่สุด ก็คือ ไทย ที่ชาวพม่า
เรียกว่า โยเดีย
แค่เชื้อสายที่ปะปนกัน ก็สรุปได้แล้วว่า
วัฒนธรรมของพม่าจะเป็นฉันใด...สิ่งเดียวเท่านั้น
ที่แสดงชัด คือความเป็นสุวรรณภูมิ อันหมาย
ถึงสภาพภูมิประเทศว่าจะเอื้ออำนวยให้สามารถ
สร้างถาวรวัตถุขึ้นมาในรูปใด ใช้อะไรเป็นวัตถุดิบ
ซึ่งแน่นอนตัวหลักใหญ่
คือสิ่งที่หาได้ง่ายใน
ประเทศ ในภาคพื้น และส่วนย่อยได้มาจากการ
นำเข้าจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับ
อำนาจในการซื้อ และการเมืองของแต่ละยุคอีกด้วย
จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามวาระและเวลา
จนกระทั่งกลายมาเป็นอู่ของเถรวาท และหินยาน
ที่มีลักษณะเป็นตัวของพม่าเองในปัจจุบัน
พบกันฉบับหน้า เดือนหน้า และอยากจะ
กระซิบกับบรรดานักอ่านวัยหนุ่มสาวทั้งหลายว่า
การศึกษาเกี่ยวกับพม่านั้นเป็นเรื่องทันสมัย เพราะ
ถือว่าเป็นประเทศที่ยังบริสุทธิ์อยู่มาก ๆ อารย
ธรรมแปลก ๆ ของตะวันตกยังเอื้อมมือเข้าไป
ไม่ถึง โลกตะวันตกยังคงสงสัยและเข้าไม่ถึง
ถ้าเราเรียนรู้เสียก่อนก็จะเท่ากับเป็นการล้ำหน้า
ส่วนผู้ที่ชอบนิทาน นิยายปรัมปรา ใน
เรื่องราวเจดีย์ของพม่านั้นมีเรื่องราวเหล่านี้มาเล่า
สู่กันฟังมากมาย และสนุกเสียด้วย...
ฉะนั้น ลักษณะของเจดีย์ ซึ่งเป็นถาวร
วัตถุที่มีชื่อเสียงของพม่า จะเป็นอย่างไร ก็ขึ้น
อยู่กับสิ่งดังกล่าวแล้วข้างต้นนั่นเอง
ๆ
ส่วนจะลึกซึ้งอย่างไร ต่อไป ขอเก็บไว้
สำหรับฉบับหน้า ฉบับนี้ขอแต่เพียงแย้ม ๆ ไว้ว่า
ประเทศพม่าเป็นเมืองพุทธมานานช้า มีร่องรอย
ของการสร้างเจดีย์มาแล้วนมนาน และตรงที่เรียกว่า
ปะกัน หรือพุกามนั้น เป็นหลักฐานที่แสดงชัด
ของการเป็นพุทธ ในเส้นทางของมหายาน ก่อนที่
๔๖ ก ล ย า ณ ม ต ร
พบกันเดือนหน้านะคะ....สวัสดีค่ะ