การเดินทางกลับบ้าน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 6 หน้า 81
หน้าที่ 81 / 112

สรุปเนื้อหา

ก ลั บ บ า น ทันทีนับตั้งแต่สิ้นสุดภาระประจำวัน ทุกคน ยอมรับว่าโล่งใจสบายใจ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นพนักงาน ประจำ หรือข้าราชการทุกคน แม้รู้อยู่แก่ใจว่า กว่าจะฝ่าการจราจรกลับบ้านนั้น อาจเป็นเวลา ที่นานกว่าหนึ่ง หรือสองชั่วโมง โดยเฉพาะ สําหรับผู้ที่ต้องใช้บริการรถโดยสาร แต่ทุกคนก็ รู้สึกโล่งใจ รู้สึกว่าได้เข้าสู่ช่วงของความสบายแล้ว และในระยะเวลาของการเดินทาง น่าที่ จะปล่อยอารมณ์ให้พอสบาย อย่าให้ภาวะ แวดล้อมมาทําให้อารมณ์ของเราต้องผันแปรไป ถึงจะนานสักนิด แต่ขอให้คิดเสียว่า นี่คือช่วง เวลาของการทบทวนการทำงานของเราโดยไม่ต้อง ไปตัดทอนเวลาส่วนตัวที่บ้าน หรือเวลาของ ครอบครัวที่มีอยู่น้อยนิด หากเป็นผู้ที่ยังต้องพึ่งพาอาศัยการบริการ รถโดยสาร แน่นอนถึงแม้จะเหนื่อยอ่อนบ้าง เพราะอาจจะต้องยืนเบียดกันไปเป็นเวลาน

หัวข้อประเด็น

- การเดินทางกลับบ้าน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ก ลั บ บ า น ทันทีนับตั้งแต่สิ้นสุดภาระประจำวัน ทุกคน ยอมรับว่าโล่งใจสบายใจ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นพนักงาน ประจำ หรือข้าราชการทุกคน แม้รู้อยู่แก่ใจว่า กว่าจะฝ่าการจราจรกลับบ้านนั้น อาจเป็นเวลา ที่นานกว่าหนึ่ง หรือสองชั่วโมง โดยเฉพาะ สําหรับผู้ที่ต้องใช้บริการรถโดยสาร แต่ทุกคนก็ รู้สึกโล่งใจ รู้สึกว่าได้เข้าสู่ช่วงของความสบายแล้ว และในระยะเวลาของการเดินทาง น่าที่ จะปล่อยอารมณ์ให้พอสบาย อย่าให้ภาวะ แวดล้อมมาทําให้อารมณ์ของเราต้องผันแปรไป ถึงจะนานสักนิด แต่ขอให้คิดเสียว่า นี่คือช่วง เวลาของการทบทวนการทำงานของเราโดยไม่ต้อง ไปตัดทอนเวลาส่วนตัวที่บ้าน หรือเวลาของ ครอบครัวที่มีอยู่น้อยนิด หากเป็นผู้ที่ยังต้องพึ่งพาอาศัยการบริการ รถโดยสาร แน่นอนถึงแม้จะเหนื่อยอ่อนบ้าง เพราะอาจจะต้องยืนเบียดกันไปเป็นเวลานาน ๆ ก็ตาม ขอแนะนำให้ใช้เวลาช่วงนั้นดูผู้คนบนท้อง ถนน หรือคนในรถโดยสารคันเดียวกันว่าต่างก็ ฝ่าฟันปัญหาต่าง ๆ คล้าย ๆ กันทั้งนั้น ไม่เรื่อง ใดก็เรื่องหนึ่ง แต่ด้วยปลายทางแห่งความปรารถนา เดียวกัน นั่นคือความสุข อยู่ที่ว่าใครจะสามารถ ทำใจของตัวเองให้ผ่อนเบาได้ด้วยการรู้จักคิด ต่างหากเพราะอะไร เพราะทุกคนอยู่บนถนน สายชีวิต ที่ไม่มีใครรู้ลิขิตของตัวเองว่า เมื่อใด อะไรจะเกิดขึ้น ไม่แน่นอนเสียยิ่งกว่าราคาค่าที่ดิน ค่าหุ้น ที่ยังพอเล็ง หรือเก็งกันได้ แต่เกมชีวิตนี้สิ ไม่มีใครเก็งกันได้ถูกต้องจริง ๆ สักคน และมองฝ่าฝูงชนออกไปเถิด จะเห็นว่า ในท่ามกลางวัตถุรุ่งเรืองนานานั้น ไม่มีใครแบก หามสิ่งที่คิดว่ามีค่าเหล่านั้นข้ามชีวิตไปกับความตาย ได้ ไม่มีทรัพย์สินประเภทใดยุดยื้อ หรือชลอ ความตายไว้ได้ และไม่ว่าจะกินอยู่หลับนอน ในที่อันสุโขเพียงไร เมื่อถึงวาระแห่งความเจ็บไข้ ก็คือเตียงสีขาวแคบ ๆ และงานศพที่ไม่ว่าจะหรู สักเพียงไหน ก็ไม่ใช่เรื่องของเราเสียแล้ว แล้วกลับมาทบทวนตัวเองบ้าง ว่าวันนี้ ทำดี ทำผิด ทำชอบ หรือทำชั่วไปอย่างไร ที่ ไหนตรงไหน และกับใครบ้าง เพราะทุกอย่างที่ กระทำไปแล้ว ไม่ว่าดีหรือไม่ดีกับงานหรือกับคนนั้น ที่แท้คือ สิ่งที่เราได้กระทำลงไปแล้วกับตัวเอง พิจารณาดูเถิด ถึงอย่างไรเสียสัจธรรมที่ว่า ใคร ทําอย่างไร ย่อมประสบเคราะห์กรรมอย่างนั้น ยังไม่มีใครลบล้างความขลังลงได้ มองให้ดี า ดูให้รอบคอบ คิดให้ลึกซึ้ง แล้วจะรู้ว่าใครก่อเหตุ อย่างไร ย่อมได้ผลอย่างนั้นจริง ๆ อย่างนี้แล้ว จะไปประกอบสิ่งไม่ดีไม่งามทำไม สู้ต่อสู้ตามแต่ เรื่องของความก้าวหน้า ความสบายใจระหว่าง ตัวเองกับเพื่อนพ้อง ซึ่งหากไม่รู้ว่าบรรทัดฐาน ของความพอดีอยู่ที่ไหน ก็ให้คุณธรรมเบื้องต้น กั ล ย า น ม ต ร ๗๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More