การสร้างและการซ่อมแซมพระมหาเจดีย์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 6 หน้า 66
หน้าที่ 66 / 112

สรุปเนื้อหา

ที่ทรงตั้งพระทัยสร้างส่วนพระองค์หนึ่งองค์ มา ยกเลิกการสร้างพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลก็เมื่อ รัชกาลที่ ๔ ทรงมีพระราชดำริไว้ก่อนสวรรคตว่า ห้ามมิให้พระมหากษัตริย์พระองค์ใดสร้างพระเจดีย์ ประจำรัชกาลอีก เพื่อป้องกันไม่ให้วัดโพธิ์คับแคบ เกินไปนั่นเอง ส่วนพระมหาเจดีย์ ๔ องค์นั้นให้ ถือว่าพระมหากษัตริย์ทั้ง ๔ พระองค์เคยทันเห็น หน้ากันทุกพระองค์ ฉะนั้นพระมหาเจดีย์ควรอยู่ ด้วยกัน ส่วนพระระเบียงที่ล้อมพระมหาเจดีย์นั้น ทำถึง ๓ ครั้ง ครั้งแรกพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าฯ ทรงสร้างพระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญ์ฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครั้งที่สองก็เมื่อรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ โปรดให้ปฏิสังขรณ์ วัดโพธิ์เป็นการใหญ่ ได้ซ่อมพระมหาเจดีย์องค์ เดิมเสียใหม่ และประดับกระเบื้องเคลือบสีเขียว ในคราวเดียวกันนี้โปรดให้สร้างพ

หัวข้อประเด็น

- การสร้างและการซ่อมแซมพระมหาเจดีย์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ที่ทรงตั้งพระทัยสร้างส่วนพระองค์หนึ่งองค์ มา ยกเลิกการสร้างพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลก็เมื่อ รัชกาลที่ ๔ ทรงมีพระราชดำริไว้ก่อนสวรรคตว่า ห้ามมิให้พระมหากษัตริย์พระองค์ใดสร้างพระเจดีย์ ประจำรัชกาลอีก เพื่อป้องกันไม่ให้วัดโพธิ์คับแคบ เกินไปนั่นเอง ส่วนพระมหาเจดีย์ ๔ องค์นั้นให้ ถือว่าพระมหากษัตริย์ทั้ง ๔ พระองค์เคยทันเห็น หน้ากันทุกพระองค์ ฉะนั้นพระมหาเจดีย์ควรอยู่ ด้วยกัน ส่วนพระระเบียงที่ล้อมพระมหาเจดีย์นั้น ทำถึง ๓ ครั้ง ครั้งแรกพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าฯ ทรงสร้างพระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญ์ฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครั้งที่สองก็เมื่อรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ โปรดให้ปฏิสังขรณ์ วัดโพธิ์เป็นการใหญ่ ได้ซ่อมพระมหาเจดีย์องค์ เดิมเสียใหม่ และประดับกระเบื้องเคลือบสีเขียว ในคราวเดียวกันนี้โปรดให้สร้างพระมหาเจดีย์อีก ๒ องค์อยู่เกือบชิดกัน ทางทิศเหนือองค์หนึ่งและ ทิศใต้อีกองค์หนึ่ง จึงจำต้องรื้อพระระเบียงเดิม ออกไป ๓ ด้าน แล้วก่อใหม่ให้โอบล้อมพระ ๔ มหาเจดีย์ทั้งสาม ครั้งสุดท้ายก็สมัยรัชกาลที่ ๔ โปรดให้สร้างพระมหาเจดีย์ประจำพระองค์ก็ประ ดิษฐานอยู่ตรงกับองค์กลางของรัชกาลที่ 9 แต่ ออกมาทางตะวันตก จึงโปรดให้ต่อพระระเบียง หักมุมออกมาทิศทางเดียวกับพระมหาเจดีย์ที่ทรง สร้างใหม่ จึงไปกินแนวศาลา ๔ ทิศที่ล้อม พระมณฑป แต่เฉพาะศาลาทิศตะวันออกเท่านั้นนะ จึงโปรดให้รื้อศาลาทิศนั้นออก แล้วแปลงเป็น พระวิหารขนาดย่อม ๆ ต่อเชื่อมกับพระระเบียง ที่ต่อใหม่ เรียกกันว่า พระวิหารขาว ดังได้เคย เล่าให้ฟังมาแล้วข้างต้น ถ้าเบญจ์ยังงงก็ขอให้ ย้อนกลับไปอ่านตรงนั้นใหม่นะจ๊ะ ส่วนทางตะวันออกของพระมหาเจดีย์ ยังมีกำแพงแก้วกรูด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวขุ่น ๆ ที่เรียกว่า “สีอ่อน” กั้นเขตระหว่างพระมหาเจดีย์ กับเขตพระวิหารคด พระวิหารทิศและพระอุโบสถ ตรงกำแพงแก้วมี ๔ ประตู เขาทำเป็นซุ้มทรงฝรั่ง ฉันชอบใจก็ตรงซุ้มเหนือช่องทางเข้าออก มีลาย ปูนปั้นเป็นลายดอกไม้ มีช่อ มีใบ ประดับด้วย กระเบื้องถ้วยเคลือบสีต่าง ๆ นอกประตูตั้งตุ๊กตา ขุนนางจีนทำด้วยหินสีเทาอมเขียวประตูละคู่ หน้า ตาไม่เหมือนกัน แต่งตัวและถืออาวุธก็ต่างกันด้วย ไม่รู้ว่ายศสูงแค่ไหน แต่ที่เหมือนกันก็คือหน้าดูทั้งนั้น ตาก็ถลนน่ากลัวมากกว่า ฉันไม่ชอบมาวัดโพธิ์ ตอนเย็น ๆ ก็เพราะเหตุนี้แหละ เดี๋ยวพวก ตุ๊กตาเหล่านี้มีชีวิตเดินได้ละก็ยุ่งกันใหญ่ วิ่งขา หลุดแน่เลย ยังมีพระเจดีย์อีกแยะ ล้วนแต่บรรจุ อัฐิ เวลาลมพัดผ่านมาวูบหนึ่ง ๆ เหมือนมีใคร มาสัมผัส มันเย็น ๆ พิลึก บรื้อ... พูดแล้วขนลุก ตรงแนวกำแพงแก้วนะจ๊ะเบญจ์ มีศาลา ที่น่าสนใจอยู่ ๒ ศาลาจ้ะ ซึ่งมีเฉลียงรอบตัว ตรงกลางมีกำแพงผนังไปตามยาวต่อกับกำแพงแก้ว เลยทำให้เกิดเป็นศาลา ๒ ด้าน คือ ด้านใน และด้านนอกของศาลาเดียวกัน ศาลาทั้งสอง น่าสนใจมาก ตรงที่มีภาพเขียน พี่นิภาบ่นพึมงำ ว่า เสียดายภาพวาดจังเลย โธ่ มันน่าเสียดาย จริง ๆ เลยนะ นับวันก็ยิ่งจางหายไป ท่านพระ ครูสุนทรโฆษิตได้กรุณาอธิบายว่า ลวดลายฐานพระมหาเจดีย์ที่สร้างสมัยรัชกาลที่ ๓ ผนังใหญ่ ๖๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More