การขึ้นครองราชสมบัติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 6 หน้า 104
หน้าที่ 104 / 112

สรุปเนื้อหา

กุมารน้อยทรงศึกษาศิลปวิทยาทุกอย่างจาก พระชนก (พ่อ) และพระอัยกา (ตา) จนกระทั่ง วันหนึ่ง อุปราชได้ตรวจดูดวงดาว ก็ทราบว่า พระราชาสวรรคตแล้ว จึงให้กุมารไปพบอำมาตย์ที่ ทันตปุระนคร แสดงพระองค์ว่าเป็นราชโอรส โดย แสดงแหวน ผ้ากัมพล และพระขรรค์ให้อำมาตย์ อำมาตย์ก็จะช่วยให้ได้ครองราชสมบัติ กุมารจึงเหาะไปที่เรือนของอำมาตย์ นั่งลง เหนือที่นอน อำมาตย์สงสัยจึงสอบถามก็ทราบความ เป็นไปของกุมาร อำมาตย์จึงจัดงานเฉลิมฉลองให้ ทั่วพระนคร อภิเษกกุมารขึ้นครองราชสมบัติ ทรง พระนามว่า พระเจ้ากาลิงคะ อำมาตย์ชื่อ ภารทวาชะ ซึ่งเป็นอำมาตย์ผู้ ใหญ่แห่งทันตปุระนครได้กราบทูลเรื่องจักรพรรดิให้ พระเจ้ากาลิงคะทรงทราบ พระเจ้ากาลิงคะจึงทรง บำเพ็ญกิจแห่งจักรพรรดิให้สมบูรณ์ จนเมื่อถึงวัน ๑๕ ค่ำวันหนึ่ง จักรแก้วได้จากที่อยู่ของจักรแก

หัวข้อประเด็น

- การขึ้นครองราชสมบัติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กุมารน้อยทรงศึกษาศิลปวิทยาทุกอย่างจาก พระชนก (พ่อ) และพระอัยกา (ตา) จนกระทั่ง วันหนึ่ง อุปราชได้ตรวจดูดวงดาว ก็ทราบว่า พระราชาสวรรคตแล้ว จึงให้กุมารไปพบอำมาตย์ที่ ทันตปุระนคร แสดงพระองค์ว่าเป็นราชโอรส โดย แสดงแหวน ผ้ากัมพล และพระขรรค์ให้อำมาตย์ อำมาตย์ก็จะช่วยให้ได้ครองราชสมบัติ กุมารจึงเหาะไปที่เรือนของอำมาตย์ นั่งลง เหนือที่นอน อำมาตย์สงสัยจึงสอบถามก็ทราบความ เป็นไปของกุมาร อำมาตย์จึงจัดงานเฉลิมฉลองให้ ทั่วพระนคร อภิเษกกุมารขึ้นครองราชสมบัติ ทรง พระนามว่า พระเจ้ากาลิงคะ อำมาตย์ชื่อ ภารทวาชะ ซึ่งเป็นอำมาตย์ผู้ ใหญ่แห่งทันตปุระนครได้กราบทูลเรื่องจักรพรรดิให้ พระเจ้ากาลิงคะทรงทราบ พระเจ้ากาลิงคะจึงทรง บำเพ็ญกิจแห่งจักรพรรดิให้สมบูรณ์ จนเมื่อถึงวัน ๑๕ ค่ำวันหนึ่ง จักรแก้วได้จากที่อยู่ของจักรแก้ว ช้าง แก้วก็มาจากตระกูลอุโบสถ ม้าแก้วก็มาจากตระกูล อัศวราชวลาหก แก้วมณีก็มาจากเขาเวปุลลบรรพต นางแก้ว ขุนคลังแก้ว ขุนพลแก้ว ก็บังเกิดแก่ พระเจ้ากาลิงคะ พระเจ้ากาลิงคะทรงครองราชสมบัติทั่วจักร วาลแล้ว วันหนึ่งได้เสด็จขึ้นทรงช้างเผือกขาว พร้อม ด้วยบริวารนับประมาณไม่ได้ เสด็จเหาะไปสู่อาศรม ของพระชนกชนนี หนทางที่จะเสด็จไปครั้งนั้น เป็นมหาโพธิ มณฑล อันเกิดแต่สะดือแผ่นดิน อันเป็นชัยมงคล ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระเจ้าจักรพรรดิทรงไสช้างไป แต่ช้างก็ไม่ ขยับกายเลย ปุโรหิตรู้สึกแปลกใจที่ช้างไม่อาจเหาะ ไปได้ เพราะธรรมดาอากาศย่อมไม่มีอะไรขวางหน้า อยู่ แต่ทำไมช้างจึงเหาะผ่านไปไม่ได้ ปุโรหิตจึงลง จากหลังช้างของตนมาที่พื้นดิน แล้วตรวจดูด้วยฌาน ก็ทราบว่าเป็นบริเวณสะดือแผ่นดิน มีชัยบัลลังก์ ของพระพุทธเจ้าทั้งปวงอยู่ บริเวณนั้นสะอาดเรียบ ไม่มีแม้แต่ต้นหญ้าเท่าหนวดกระต่าย เรียบราบด้วย ทรายขาวราวแผ่นดิน มีต้นเครือเถาขึ้นเป็นระเบียบ มียอดเวียนไปทางขวา และขึ้นอยู่เฉพาะหน้า โพธิมณฑลเท่านั้น ปุโรหิตจึงทราบว่า บริเวณนี้เป็นที่กำจัด กิเลสของพระพุทธเจ้าทั้งปวง บริเวณนี้ แม้แต่ พระอินทร์ก็ไม่อาจเหาะผ่านได้ เขาจึงไปเฝ้าพระ เจ้ากาลิงคราช กราบทูลให้ทรงทราบพร้อมกับเชิญ เสด็จ ลงทำความเคารพ อย่าได้เสด็จผ่านทางนี้เลย แม้ช้างแก้วจากตระกูลอุโบสถก็ไม่สามารถ เพราะ เหาะข้ามได้ พระเจ้ากาลิงคราชอยากจะทดสอบดูว่าปุโร หิตทำนายถูกหรือไม่จึงทรงไสช้างให้เดินหน้าต่อไป ช้างเผือกแม้ถูกไสก็ไม่อาจเดินได้ ได้แต่ เปล่งเสียงร้องดังโหยหวน พระเจ้าจักรพรรดิทรงไส แรงขึ้นอีกด้วยขอเพชร ช้างไม่อาจเดินไปได้เช่นเคย ราวกับมีกำแพงหนาทึบขวางหน้าอยู่ พระเจ้ากาลิงคะทรงใช้ขอเพชรทิ่มแทงช้าง อยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งช้างทรงทนความเจ็บปวดไม่ได้ จึงถึงแก่ความตาย โดยอาการยืนสงบอยู่บนอากาศนั้น พระเจ้ากาลิงคราชไม่ทรงทราบว่าช้างตาย ยัง ทรงใสต่อไปอีก ปุโรหิตจึงกราบทูลว่าช้างตายแล้ว ขอให้ทรงเปลี่ยนไปประทับช้างตัวอื่นเถิด เมื่อพระเจ้ากาลิงคราชเสด็จประทับช้างเชือก ใหม่ ช้างพระที่นั่งที่ตายแล้วจึงล้มลงบนพื้นดินนั่นเอง พระเจ้ากาลิงคะรู้สึกเชื่อมั่นและเลื่อมใสใน คำพยากรณ์ของปุโรหิต จึงตรัสชมเชย “ท่านปุโรหิต ท่านทำนายได้แม่นยำมาก สิ่งที่ไม่มีใครเห็น ท่านทำนายได้เหมือนตาเห็น สิ่ง ที่ไม่มีใครรู้ ท่านรู้ได้โดยตลอด ท่านเป็นผู้รู้แจ้ง เป็น สัพพัญญูจริง ๆ " “มิได้พะยะค่ะ สิ่งที่ข้าพเจ้ารู้นั้นเพียงเล็ก น้อยเท่านั้น ข้าพเจ้ารู้ได้เพียงส่วนเดียว ตามอาคม และความชำนาญที่ได้ศึกษามา แต่พระสัมมาสัม พุทธเจ้าทั้งหลายเป็นผู้รู้แท้จริง ทรงรู้เหตุทั้งหลาย รู้ธรรมทั้งหลายโดยพระปัญญา ไม่มีสิ่งใดในโลกทั้ง อดีตปัจจุบัน หรือแม้ในอนาคตที่พระพุทธองค์ไม่ทรง รู้พะยะค่ะ และที่ตรงนี้เป็นที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัม พุทธเจ้าทั้งหลาย” พระเจ้าจักรพรรดิได้ฟังดังนั้นก็ทรงมีพระทัย เลื่อมใสยินดี จึงให้คนทั้งหลายในจักรวาลนำของ ก ล ย ๆ ณ ม ต 1
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More