ข้อความต้นฉบับในหน้า
แคว้นอวันตี ซึ่งเวลานั้นรวมอยู่ในอำนาจของ
แห่งหนึ่ง
"หยุดเที่ยวงานเวทิสกันสัก ๓ วันดีกว่า”
จักรวรรดิมคธ
อโศกและศีขรินต้องออกเดินทางอีกครั้ง
หนึ่ง พร้อมด้วยพระราชสาส์นเรียกผู้ครองนคร
อุชเชนีกลับ และพระราชสาส์นแต่งตั้งเจ้าชาย
อโศกครองแคว้นอวัน ซึ่งมีอุชเชนีเป็นเมือง
หลวงแทน
เดินทางมาถึงเมืองเวทิส พอ ถึงวัน
มงคลนักขัตฤกษ์ เมืองเวทิสนี้มีชื่อเสียงมาแต่
บรรพกาลว่าสนุกสนานครึกครื้นยิ่งนัก หญิงสาว
ชาวเมืองเวทิสซึ่งโดยปกติไม่ค่อยจะออกจากบ้าน
ก็ได้รับอนุญาตพิเศษให้ออกดูการละเล่นมหรสพ
ทั่วเมืองประดับด้วยธงทิว กลางคืนมี
ประทีปโคมไฟสว่างไสว พวกเศรษฐีมหาศาลและ
ต่าง ๆ
พราหมณ์มหาศาลนั่งรถเทียมด้วยม้าอย่างดี มี
บริวารแวดล้อมเที่ยวสัญจรหาความบันเทิงสาว ๆ
เปิดผ้าคลุมหน้าเดินเป็นกลุ่ม ๆ งานนี้มีถึง ๓ วัน
๓ คืน งานนักขัตฤกษ์เมืองเวทิสนี้เป็นที่นิยมมา
เที่ยวแม้แห่งคนต่างเมืองต่างแคว้นอีกด้วย
สองสหายหยุดม้าผูกไว้กับโคนมะม่วง
ศีขรินพูดขึ้น ขณะที่จ้องมองสาว ๆ กลุ่มหนึ่ง
เดินผ่านไป
ที่ไหนก็จะ
"เธอน่ะเห็นสาว ๆ สวย ๆ ที่ไ
หยุดที่นั่น” อโศกเย้า “เดี๋ยวช้าไปเสด็จพ่อกริ้ว
ตาย”
"พระองค์จะทรงทราบได้อย่างไรว่า เรา
หยุดที่ไหนกันบ้าง” ศีขรินออกความเห็น "เวลา
นี้ไม่ใช่อยู่ในกองทัพนะเดี๋ยวหาว่าขัดคำสั่ง หรือ
ออกความเห็นขัดแย้ง สั่งประหารเสียอีก” ศีขริน
พูดพลางหัวเราะ ทำให้อโศกหัวเราะไปด้วย
"ไม่ต้องสั่งดอก” อโศกพูดทำท่าทาง
ให้ขึงขังขึ้น “ถ้าจะประหารก็ประหารเสียเองเลย
มาด้วยกันสองคนเท่านี้จะไปสั่งใคร”
"สั่งหม่อมฉันก็ได้ สั่งให้หม่อมฉัน
ประหารตัวเอง” ศีขรินพูดหัวเราะร่วน
"คนอย่างเธอน่ะหรือ จะประหารตัวเอง
ได้” อโศกพูด
"ทำไมหม่อมฉันจะประหารไม่ได้ เรื่องฆ่า
กั ล ย า ณ ม ต ร ๙๑