ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระธรรมกาย
ไปดูแลให้ในวันหนึ่ง ๆ เราปฏิบัติ
ธรรมกัน ๔ รอบ ๆ ละ ๒ ซม. แต่ผู้เขียนจะขาด
การปฏิบัติธรรมรอบ ๑๕.๐๐ น. ถึง ๗.๐๐ น.
เพราะตั้งใจแกะสลักผลไม้สำหรับถวายพระอาจารย์
ในตอนเพล ซึ่งก็ตั้งใจทำสมาธิไปด้วยทุกครั้ง
เวลาถวายก็เกิดความปีติใจ มีพี่ ๆ น้อง ๆ
ร่วมกันยินดี และอนุโมทนาสาธุการก็ยิ่งทำให้
อิ่มเอิบในการทำงานมากยิ่งขึ้น ขณะกำลัง
า
จน
ปฏิบัติธรรม ได้มีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้น
อัศจรรย์เกิดขึ้น ขณะที่ใจจด ใจนิ่งมาก ๆ ผู้เขียน
นึกถึงแต่บุญที่ได้ทำมา ใจเกิดปีติอิ่มเอิบนิ่งซึมซับ
สู่กลางดวงสว่างใส ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ เห็นความใส
ที่ใสเหมือนกระจก รู้สึกว่าใหญ่มาก เพราะมอง
เห็นได้เพียงบางส่วนของความใสเท่านั้น
กระทั่งมองเห็นลวดลายการแกะสลักรูปดอกไม้เลื้อย
ลักษณะคล้ายที่บานประตูโบสถ์ รู้สึกพอใจ สุข
ใจ ครั้นดิ่งเข้าไป ความใสก็ยิ่งใส ยิ่งกว้าง ยิ่ง
สว่าง ยิ่งมีความสุข จนมองเห็นลวดลายแกะ
สลักละเอียดมาก หมายถึงความหยักของกลีบ
ละเอียดเหมือนเส้นด้าย มาต่อกันจนละเอียดยิบเลย
ไม่ทราบว่านานเท่าใด กระทั่งมองเห็นลักษณะ
เหมือนรูปปิรามิด แต่รู้สึกว่าไม่ใช่รูปสามเหลี่ยม
เหมือนรูปหกเหลี่ยม รูปทรงคล้ายเจดีย์ มีความนุ่ม
แต่เมื่อมองลงไปนิ่ง ทำให้เกิดกำลังใจ และ
รู้สึกว่าเราเดินมาถึงอะไรสักอย่าง ซึ่งอยู่ไม่ไกล
นักเลย ไม่ทราบว่ามีแรงดลใจอะไร มาจากไหน
ทำให้อยากจะอธิษฐานจิต จึงอธิษฐานว่า
ขอบุญบารมีของพระพุทธเจ้า พระ
รัตนตรัย หลวงพ่อวัดปากน้ำ คุณยายทองสุก
คุณยายอาจารย์จันทร์ หลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อ
ทัตตชีโว หลวงพี่ทุกรูป ตลอดจนพระภิกษุ
สามเณร ที่ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมทั่วทั้งโลกนี้
ช่วยให้ได้เข้าถึงพระในกายที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ
(สด จันทสโร) เรียกว่า พระธรรมกาย
จึงขอ
สัญญาว่าจะประพฤติปฏิบัติธรรมตลอดไปจนสิ้น
อายุขัย"
พอสิ้นคำอธิษฐาน จึงปรากฏเป็นองค์
พระใส ๆ องค์ใหญ่ ผุดขึ้นมาครอบรูปปิรามิด
และเลื่อนขึ้น ๆๆๆๆ กระทั่งเท่าตัว ขณะนั้นทั้ง
ตกใจ และปีติใจระคนกัน เสี้ยววินาทีนั้นก็นึกถึง
ค่าสอนของหลวงพ่อธัมมชโย (เจ้าอาวาสวัด
พระธรรมกาย) ว่าอย่าตกใจ เมื่อพบเห็นอะไรก็
ตาม ให้เข้ากลางไปเรื่อย ๆ จึงนึกเอาตัวของ
เราลงไปกลางองค์พระอีกที และรีบลงไปอย่าง
รวดเร็ว รู้สึกอีกทีก็นั่งอยู่กลางองค์พระ เรียกว่า
ครั้งแรกตอนดึงเข้าสู่ศูนย์กลางขององค์พระ คิดว่า
ตัวเองคงจะหล่นตุ๊บลงไปซะอีกนะคะ แต่กลับ
ปรากฏว่าลงไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยดี... กลับ
สบายเสียอีกคะ ลองขยับตัวดู คิดว่าตัวเองที่
อยู่ในองค์พระจะขยับตัวด้วย แต่ไม่เลย ใสเชียวค่ะ
และรู้ได้ทันทีเลยว่า เราได้เข้าถึงพระในกายเสีย
แล้ว ไม่มีใครบอกแต่ก็รู้ว่าใช่ ก็ธรรมะเป็น
อกาลิโกนี่คะ เป็นจิตที่มีความสุขมาก ในชีวิตที่
ผ่านมาไม่เคยได้รับความสุขอะไรเท่านี้ สุขจนไม่
มีอะไรจะเปรียบได้ ใจก็นึกถึงคำสอนของ
หลวงพ่อธัมมชโย ว่าท่านช่างมีเมตตากับทุก ๆ
คน รู้สึกเห็นใจในความมีมานะอดทนของท่านที่
ได้อุตส่าห์พร่ำสอนถึงการทำสมาธิอยู่ทุก ๆ วัน
สำหรับตัวเองใช้เวลาถึง 4 ปี กับความพยายาม
ซึ่งจริง แล้วเวลาที่จะเข้าถึงกลับใช้เวลาเพียง
นิดเดียว ยอมรับเลยว่า ที่ชักช้าถึงแปดปีก็เพราะว่า
ตั้งใจมากไป เลยทำให้พลาดโอกาส พอพระ
อาจารย์ท่านบอกหมดเวลา จึงรู้สึกเสียดายมาก
อยากนั่งต่อ ปกติผู้เขียนเองนั้นเวลานั่งสมาธิ
จะปวดเมื่อยมาก ต้องพลิกบ่อย ๆ แต่ขณะนั้น
กลับไม่รู้สึกปวดเมื่อยเลย สบาย เบา และมี
ความสุข เพิ่งจะเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่า การเข้าถึง
พระในตัวเองนั้น (เรียกว่าพระธรรมกาย) มี
ก ล ย า ณ ม ต ร ๗๓