ข้อความต้นฉบับในหน้า
การบูรณะตบแต่งพระที่นั่งวิมานเมฆ
ผมก็เป็นอาสาสมัครที่นั่น ด้วยการกำหนด
รายละเอียดขั้นตอนการทำงานในเรื่อง
ของศิลปวัตถุ โบราณวัตถุต่าง ๆ ทำบัญชี
รับส่งจากพระบรมมหาราชวัง จำแนก
ประเภทและก็นำไปจัดแสดงตั้งตามตู้
ตามที่ต่าง ๆ ที่สมควร สุดท้ายก็มาค้น
คว้าเอกสาร ทำหนังสือเรื่อง “พระที่นั่ง
วิมานเมฆ” สำหรับจำหน่าย และเปิด
พระที่นั่งวิมานเมฆเป็นพิพิธภัณฑ์ถาวร
ให้ผู้สนใจเข้าชมได้ หลังจากนั้น เมื่อ
โครงการสามารถเดินได้แล้ว ก็อยู่ใน
ความดูแลของสำนักพระราชวังต่อไป
พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ซ่อมแซม
เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ ช่วงนั้นใกล้ฉลอง
พระนครแล้ว งานก็เร่ง กรมศิลปากร
เองก็มีงานอยู่หลายด้าน และจะต้อง
เปิดให้ประชาชนชมในระหว่างฉลอง
พระนครด้วย สมเด็จพระเทพฯ มี
พระราชบัญชาขอแรงใครต่อใครหลาย
คนไปช่วยกันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ ก็ไปทำ
ทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องเหล่านี้
เป็นอย่างยิ่ง ทรงสนับสนุนและให้การ
ช่วยเหลืองานที่ฟื้นฟูบูรณะปฏิสังขรณ์
ศิลปวัฒนธรรมของชาติอยู่เสมอ ไม่ว่า
จะเป็นโบราณสถานทางด้านศิลป
วัฒนธรรม ทางด้านพุทธศาสนา
เครื่องดนตรีและเพลงไทยเดิม พระ
องค์ท่านพระราชทานพระราชานุเคราะห์
จะได้อยู่คู่ความภูมิใจของชาติไทยไป
อีกนาน
ชั่วคราว แล้วหลังจากนั้นกรมศิลปากร และส่งเสริมอยู่เสมอ มรดกล้ำค่าเหล่านี้
กับสำนักพระราชวัง ได้เข้าไปประสาน
งานต่อ เวลานี้ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์
ถาวรเหมือนกัน....
ศิลปวัฒนธรรมและโบราณสถาน
ที่จริงสำนักพระราชวังก็ดูแลมาตั้งแต่ต้น ต่าง ๆ เป็นมรดกอันล้ำค่าของชาติ เพราะ
เมื่อคราวฉลองพระนคร ๒๐๐
ปีก็เหมือนกัน ได้ทำพิพิธภัณฑ์ที่วัด
พระศรีรัตนศาสดาราม ขณะนั้นอาคาร
เป็นเครื่องแสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง
บรรดาผู้ที่รับใช้ใกล้ชิดเบื้อง
ยุคลบาทต่างได้สำนึกในพระกรุณาธิคุณ
เป็นล้นพ้น ทุกคนต่างทำงานด้วยความ
สามารถเต็มที่ เต็มกำลังสติปัญญา และ
ของอารยธรรมที่สืบเนื่องมาแต่อดีตที่มี ด้วยความปลื้มปีติยินดีไม่รู้จักคำว่า
ประวัติศาสตร์อันยาวนาน ประเทศไทย
เดิมเป็นอาคารกองมหาดเล็ก อยู่ข้าง จึงโชคดีอย่างมากที่ “สมเด็จเจ้าฟ้า”
“ท้อแท้และเหน็ดเหนื่อย” เพราะมี
พระองค์ท่านเป็นพระมิ่งขวัญ และกำลังใจ
Kalyanamitra.org
๓๑