ข้อความต้นฉบับในหน้า
100
“ป้าเห็นว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องที่หลาน
ต้องการทราบ ป้าจึงเลยข้ามเรื่องแต่งงาน
เสีย แต่ก็บอกได้ว่าเป็นเหตุบังเอิญเรื่อง
หนึ่งเหมือนกัน แต่ชีวิตครอบครัวใน
ระยะนั้นราบรื่นมาก มีความสุขตาม
ประสาชาวโลกทั่ว ๆ ไป ส่วนเรื่องให้
ลูกกินนมของป้า เพราะป้ามีความฝังใจ
ว่าตัวป้าเองเคยกินนมของคุณแม่ พอโต
รู้ความ เวลาฟังคุณแม่เล่าถึงตัวป้าตอน
เล็ก ๆ กินนมแม่ยังไง ออกฤทธิ์ออกเดช
ยังไง ป้ารู้สึกภูมิใจ มีความฝังใจว่า
“แม่รักเรา” และป้าก็ถือคติโบราณ
ที่ว่า ถ้าเราเลี้ยงลูกด้วยนมวัว ลูกโต
ขึ้นมันเกิดดื้อเหมือนวัว เราจะไปโทษ
เอากะใคร หรือถ้าลูกเถียงว่า “แม่
ไม่ต้องมาทวงค่าน้ำนมหรอก หนูกิน
นมวัว เดี่ยวใช้หนี้เป็นเงินก็ได้ ไม่ใช่
นมที่เกิดจากสายเลือดแม่ซักหน่อย”
เราผู้เป็นแม่คงจะเจ็บปวดไม่น้อยนะ"
จริงอย่างที่คุณป้าพูด หลานชักเห็น
ด้วย แล้ววันนั้นคุณป้าหนีไปตอน
ลืมเวลา ลืมเรื่องคิดหนี ซาบซึ้งใน
พระธรรมเทศนาครั้งนั้นเป็นที่สุด
น้ำตาไหลนองหน้าอยู่ตลอดเวลา เส้น
ผมบนหัวลุกชูชันประมาณ 6-b
เซนติเมตร ดีที่เป็นเวลาค่ำมืด ไม่งั้น
คนคงเห็น ป้าคงอายเขาแย่ จบการ
แสดงธรรมแล้ว ป้าก็เดินร้องไห้ตลอด
ทางจนถึงบ้าน
และก็มีอาการยังงี้ทุกเย็นครบ
๑๐ วัน ที่ท่านพุทธทาสภิกขุท่าน
แสดงธรรม เรื่องที่ป้าลืมไปแล้ว คือ
เรื่องปล่อยให้พระภิกษุเดินตากฝนที่
ป้าเล่าแล้ว ได้กลับมาตอกย้ำให้เกิด
การสำนึกผิด รู้สึกเสียใจในมิจฉาทิฐิ
ของคนที่ไปหลงเชื่อลัทธิคอมมิวนิสต์
ลัทธินั้นปิดกั้นมิให้ผู้คนพบสิ่งที่ดีงาม
ที่จะเป็นที่พึ่งให้แก่จิตใจ ป่าถึงกับ
คิตตั้งใจมั่นขึ้นมาว่า “เอาเถิด เมื่อใด
มีโอกาสทำอะไรใช้หนี้ความผิดที่ได้
ดูถูกดูหมิ่นศาสนามาแล้วนั้นได้ จะ
ต้องทำทันที จะต้องใช้หนี้บาปนั้น
1
“ต่อจากนั้นป่าจึงเริ่มสนใจอ่าน
หนังสือธรรมะ ยังมิได้คิดถึงเรื่องการ
ปฏิบัติธรรม คิดแต่เพียงว่าหลักศาสนา
คล้าย ๆ ปรัชญา ป่าเคยเรียน พอใจ
แค่การอ่าน ส่วนใหญ่อ่านของท่าน
พุทธทาสภิกขุ
ในระยะนั้น เข้าใจว่าประมาณปี
๒๕๐๖ ทางราชการส่งป้าไปคุมสอบ
เลื่อนชั้นข้าราชการทางภาคเหนือ ที่
จังหวัดเชียงใหม่ ป้าเจ็บป่วยด้วยโรค
ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันในรถไฟ ที่ป้า
เล่าไว้ในหนังสือเดินไปสู่ความสุข
นั่นแหละจ๊ะ มีพิเศษก็ตรงที่ตอนเจ็บ
ทุรนทุรายมาก ๆ นั้น ป้ายังนึกถึงเรื่อง
ที่อ่านพบในข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง
เล่าว่ามีพระภิกษุสมภารวัดหนึ่ง ท่าน
สามารถทำสมาธิถอดใจออกจากกาย
แล้วให้แพทย์ผ่าตัดลำไส้ของท่านโดย
ไม่ต้องวางยาสลบ ป้าจึงแน่ใจว่ามีวิธี
ทางศาสนาเท่านั้นที่จะช่วยดับความ
ทุรนทุราย เจ็บปวดทรมานของร่าง
ให้ได้”
ไหนคะ
“หนีอะไรกันหลาน หลวงพ่อ
เรื่องเป็นอย่างนี้นี่เอง ประวัติชีวิต
กายก่อนตายได้ จึงได้เริ่มสนใจการ
ปฏิบัติธรรม หลังจากหายป่วยในครั้ง
นั้น
พุทธทาสท่านเทศน์เรื่องสุญญตา การ
ของคุณป้าจึงทำอะไร ๆ ได้เข้มแข็ง
ไม่ยึดถือในตัวตนด้วยอำนาจกิเลส จนหลานทิ้ง ที่แท้มีสาเหตุเบื้องหลัง
ป้าฟังไปเข้าใจไปทุกถ้อยทุกคำ จน แอบแฝงอยู่ เล่าต่อเถอะค่ะ
มีเหตุบังเอิญอย่างไรอีกล่ะคะ ที่
จะเกี่ยวพันกับการสร้างวัดพระ
การ
หลวงพ่อพุทธทาสท่านเทศน์เรื่องสุญญตา
ไม่ยึดถือในตัวตนด้วยอำนาจกิเลส ป้าฟังไปเข้าใจ
ไปทุกถ้อยคำ จนลืมเวลา ลืมเรื่องคิดหนี ซาบซึ้ง
ในพระธรรมเทศนาครั้งนั้นเป็นที่สุด น้ำตาไหลนอง
หน้าอยู่ตลอดเวลา
Kalyanamitra.org