ข้อความต้นฉบับในหน้า
๔๕
แทนของพระผู้เป็นเจ้า ทรัพย์สินเงินทอง
ทั้งหลายก็ไหลมาเทมาสู่กรุงวาติกัน
เหมือนเป็นกฎธรรมดาของโลก
อย่างหนึ่งที่ว่า เมื่อทรัพย์สมบัติไหล
ไปสู่ที่ใด ย่อมต้องเกิดการแก่งแย่ง
แข่งขันหาผลประโยชน์ใส่ตัวกันมาก
ขึ้น บางยุคบางสมัยเกิดมีสันตะปาปา
๒ องค์ขึ้นมา องค์หนึ่งได้รับการสนับ
สนุนจากฝรั่งเศส ส่วนอีกองค์หนึ่งจาก
อิตาลี บางครั้งมีตระกูลบางตระกูลผูก
ขาดตำแหน่งสันตะปาปา มีความประ
พฤติที่ผิดศีลธรรมต่าง ๆ มากมาย
เหมือนกับมาเฟียประจำชาติกันอย่าง
นั้น ในเรื่องนี้ B.B.C.) เคยทำเป็นภาพ
ยนตร์กึ่งสารคดีออกอากาศในอังกฤษ
เป็นที่ทราบกันดีทั่วไป
จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ เป็น
ยุคของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ
คริสต์ศาสนาบาทหลวงชาวเยอรมันผู้
หนึ่งชื่อ มาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther)
ค.ศ. ๑๔๘๓-๑๕๔๖ ได้ศึกษาคัมภีร์
ศาสนาในภาษาลาติน กรีก และฮีบรู
จนแตกฉาน เกิดความไม่พอใจใน
พฤติกรรมของสันตะปาปา และวิธี
การสอนศาสนาซึ่งแตกต่างไปจากคัมภีร์
ไบเบิลอย่างมาก มาร์ติน ลูเธอร์ ได้แปล
คัมภีร์ไบเบิลจากภาษาลาตินมาสู่ภาษา
ลูเธอร์เผาประกาศพระบัญญัติทิ้ง เพื่อประท้วงสันตะปาปาลีโอที่ ๑๐
การแสดงความคิดเห็นดังกล่าว
ของลูเธอร์จึงถูกสันตะปาปาโจมตีอย่าง
มาก และให้เวลาลูเธอร์ ๖๐ วัน เพื่อขอ
ขมาโทษและยกเลิกความคิดทั้งหมด แต่
ลูเธอร์ยังคงยืนยันความคิดของตนว่าเป็น
สิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งเขาได้รับมาจากการอ่าน
และศึกษาคัมภีร์ไบเบิล การปฏิเสธของ
ลูเธอร์ทำให้สันตะปาปาประกาศบัพพาช
นียกรรมเขา แต่เขาก็ได้รับการสนับสนุน
จากประชาชนและขุนนาง โดยเฉพาะจาก
เฟรเดอริคเจ้าผู้ครองแคว้นแซกโซนี
(Frederick, the Elector of Saxony) เฟรเดอริคให้
ที่พักและการคุ้มครองแก่ลูเธอร์เป็นเวลา
ถึง ๒๕ ปี และในช่วงเวลาดังกล่าวนี้
ลูเธอร์ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเผย
9
เยอรมันให้ชาวบ้านได้อ่าน และหยิบยก แพร่ความคิด คำสั่งสอน และเขียนงาน
ประเด็นสำคัญทางศาสนาซึ่งสอดคล้อง
กับคัมภีร์ไบเบิล แต่ขัดแย้งกับความเชื่อ
และพฤติกรรมของพวกคาทอลิก เขาได้
เสนอหลักการ ๙๕ ประการ (The 95
Theses) ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการ
ปฏิรูปศาสนาอย่างเปิดเผย
บริษัทวิทยุกระจายเสียง British Broadcasting
Corporation ของประเทศอังกฤษ
เผยแพร่จำนวนมาก เพื่อกระตุ้นให้เกิด
การปฏิรูปศาสนาโดยเฉพาะในยุโรปตอน
เหนือ ดังนั้นหลังจากการปฏิรูปศาสนา
ของลูเธอร์แล้ว ความเป็นเอกภาพของ
คริสต์ศาสนา ซึ่งมีมากว่าหนึ่งพันห้า
ร้อยปีในยุโรปตะวันตก จึงถูกทำลายลง
ในที่สุด พวกที่ไม่เห็นด้วยกับพวกคาทอ
3
ขับออกจากศาสนจักร
ลิกนี้ขยายตัวไปในประเทศต่าง ๆ เรียก
กันว่า พวกต่อต้าน หรือโปรเตส
แตนต์ (Protestant) ยุคของการเปลี่ยนแปลง
ครั้งใหญ่นี้เรียกว่า เรฟอร์เมชั่น (Re-
formation)
อังกฤษนั้นแตกต่างจากประเทศ
อื่น ๆ ในยุโรปในเรื่องของเรฟอร์เมชั่นสัก
หน่อย เพราะแทนที่จะเป็นเรื่องของความ
ขัดแย้งทางศาสนา แต่กลับเป็นเรื่องทาง
โลก ๆ คือ พระเจ้าเฮนรี่ที่ ๘ (ค.ศ.
๑๕๐๙-๑๕๔๗) ปรารภอยากหย่าขาด
จากพระมเหสีของพระองค์ แล้วอภิเษก
สมรสใหม่ จึงฉวยโอกาสเมื่ออำนาจของ
วาติกันอ่อนกำลังลง ตั้งตัวไม่ขึ้นต่อสัน
ตะปาปา รวมอำนาจคริสต์จักรอังกฤษ
มาอยู่ในมือของกษัตริย์แต่ผู้เดียว ทรงยุบ
เลิกองค์การศาสนาคาทอลิกในอังกฤษ
ตั้งองค์การขึ้นมาใหม่เรียกว่า Church
of England หรือ ลัทธิอังกฤษ (Angli
canism) แต่ยังคงรักษาหลักคำสอนที่
สำคัญบางประการของคาทอลิกไว้
ภายหลังยุคเรฟอร์เมชั่นแล้ว วิธี
การเผยแผ่คำสอนของศาสนาก็เปลี่ยน
แปลงไป การปลุกเสกเครื่องรางของ
ขลัง การมีนักบุญอะไรต่อมิอะไรเพื่อแก้
Kalyanamitra.org