ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระศาสดาทรงดำริว่า “ภิกษุนี้
ไม่มีแม้แต่ความคิดว่า เราจักทำการ
สลัดออกจากทุกข์แก่ตน เราจักยังเธอ
ให้สังเวช"
ตั้งแต่นั้นมา เมื่อพระโปฐิละมา
สู่ที่เฝ้า พระพุทธองค์จะตรัสทักทายว่า
“มาเถิด คุณใบลานเปล่า นั่งเถิดคุณ
ใบลานเปล่า ไปเกิดคุณใบลานเปล่า”
แม้เวลาที่พระเถระลุกไปก็ตรัสว่า
"คุณใบลานเปล่าไปแล้ว”
พระโปฐิละได้คิดว่า “เราเป็นผู้
ทรงพระไตรปิฎก บอกธรรมแก่ภิกษุถึง
๕๐๐ รูป ถึง ๑๔ คณะใหญ่ แต่พระ
ศาสดาตรัสเรียกเราเนือง ๆ ว่า "คุณใบ
ลานเปล่า" เห็นจะเป็นเพราะเราไม่มี
คุณวิเศษมีฌานเป็นต้น”
พระโปฐิละเกิดความสังเวชแล้ว
คิดต่อไปว่า “เราจักเข้าป่า บำเพ็ญสมณ
ธรรมตั้งแต่บัดนี้ทีเดียว”
ท่านออกสู่ป่าแต่เช้ามืด ไปยัง
สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งซึ่งมีพระอยู่ประมาณ
๓๐ รูป ไหว้พระสังฆเถระแล้วกล่าวว่า
“ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของกระผมเถิด”
พระสังฆเถระกล่าวว่า “ท่านเป็น
ธรรมกถึกใหญ่ อะไรที่พวกเราพอจะ
ทราบได้ก็ต้องอาศัยท่าน ทําไมท่าน
จึงพูดเช่นนั้น”
พระโปฐิละอ้อนวอนอีกว่า ท่าน
อย่าพูดอย่างนั้นเลย จงเป็นที่พึ่งของ
กระผมเถิด
รูปในที่นั้นล้วน
พระเถระทั้ง ๓๐
เป็นขีณาสพสิ้นกิเลสแล้ว ต้องการกำจัด
มานะของพระโปฐิละ พระสังฆเถระจึง
ส่งพระโปฐิละไปสู่สำนักของพระอนุเถระ
บอกว่า พระโปฐิละนี้มีมานะเพราะอาศัย
การเรียน พระอนุเถระก็ส่งต่อ ๆ กันไป
ถึงพระเถระผู้น้อยลงไปโดยลำดับใน
ทำนองเดียวกันนี้ จนถึงสามเณรน้อย
อายุ ๗ ขวบ แต่ได้บรรลุอรหัตผลแล้ว
กำลังนั่งเย็บจีวรอยู่
พระโปฐิละ มีมานะอันถูกขจัด
ออกแล้ว จึงประคองอัญชลีต่อสามเณร
พลางกล่าวว่า “ขอท่านสัตบุรุษจงเป็น
ที่พึ่งของกระผมเถิด”
สามเณรกล่าวว่า “ท่านอาจารย์
ท่านพูดอะไรนั่น ท่านเป็นคนแก่เป็น
พหูสูต ผมควรเรียนอะไรบางอย่าง
จากท่าน
ทวารทั้ง ๕ เสีย แล้วเริ่มตั้งกรรมใน
มโนทวาร
เนื่องจากพระโปฐิละเป็นพหูสูต
มีความรู้มาก ได้ฟังเพียงเท่านี้ความ
เข้าใจก็โพลงขึ้นดุจดวงประทีป ท่าน
หยั่งญาณลงในกรัชกาย ปรารภสมณ
ธรรม
พระศาสดาประทับนั่งอยู่ในที่ไกล
ถึง ๑๒๐ โยชน์ ทรงดำริว่า “ภิกษุนี้มี
ปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน เธอควร
ตั้งตนไว้ในทางที่เหมาะสมให้ปัญญา
พระโปฐิละอ้อนวอนอีกว่า “ท่าน : เจริญได้” แล้วทรงเปล่งพระรัศมีไป
ประหนึ่งประทับอยู่ที่ใกล้ ตรัสเป็น
สัตบุรุษ ท่านอย่าท่าอย่างนั้นเลย จง
เป็นที่พึ่งของกระผมเถิด”
“ถ้าท่านจะทนต่อโอวาทได้ ผมก็
จะเป็นที่พึ่งของท่านได้” สามเณรกล่าว
“ผมทนได้แน่นอน ท่านสัตบุรุษ”
พระโปฐิละยืนยัน “ถ้าท่านสัตบุรุษสั่ง
ให้ผมลุยไฟ ผมก็จะลุยไฟในทันที”
สามเณรต้องการทดลองจึงกล่าว
ว่า “ท่านห่มจีวรอยู่อย่างนี้แหละแล้ว
จงลงไปในสระโน้น”
มีสระอยู่สระหนึ่งไม่ไกลจากที่
สามเณรนั่งอยู่
พระโปฐิละห่มจีวร ๒ ชั้นเนื้อดี
ราคาแพง พอได้ยินสามเณรสั่งครั้ง
พระพุทธภาษิตว่า
“โยคา เว ชายเต ภูริ
อโยคา ภูริสงฺขโย
เอต เทวธาปต์ ควา
กวาย วิภวาย จ
ตตฺตานํ นิเวเลยย
ยถา ภูริ ปวท
ปัญญาย่อมเกิดขึ้นเพราะการ
ประกอบ ย่อมสิ้นไปเพราะการไม่ประกอบ
บัณฑิตรู้ทางแตกต่างกันทั้งสองนี้แล้วว่า
การประกอบปัญญาเป็นไปเพื่อความ
เจริญ ส่วนการไม่ประกอบปัญญาเป็น
ไปเพื่อความเสื่อม จึงควรตั้งตนไว้โดย
เมื่อจบเทศนา พระโปฐิละได้บรรลุ
เดียวรีบลงไปในสระ แต่พอชายจีวร ! วิธีที่ปัญญาจะเจริญได้”
เปียก สามเณรก็สั่งให้พระเถระขึ้นมา
เมื่อพระโปฐิละมายืนอยู่ใกล้ ๆ ! พระอรหัตผล
! สามเณรได้กล่าวว่า
“มีจอมปลวกอยู่ลูกหนึ่ง มีช่องอยู่
5 ช่อง เหี้ยเข้าไปภายในจอมปลวก
ทางช่องหนึ่ง บุคคลผู้ประสงค์จะจับมัน
จึงอุดช่องทั้ง ๕ เสีย ทำลายช่องที่ 5
แล้วจับเอาเหี้ยทางช่องที่มันเข้าไปนั่น
แหละ
บรรดาทวารทั้ง ๖ ท่านจงปิด
Kalyanamitra.org
๗๔