ข้อความต้นฉบับในหน้า
ก็มีเฉพาะคัมภีร์ที่แปลเป็นภาษาจีนและ
ภาษาธิเบตเป็นหลัก แล้วมีผู้แปล
ภาษาอื่น ๆ เช่นญี่ปุ่นอีกต่อหนึ่ง
สังคายนาครั้งที่ ๑
กระท่าที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา ข้าง
เขาเวภารบรรพต ใกล้กรุงราชคฤห์
ประเทศอินเดีย พระมหากัสสปเถระ
เป็นประธานและเป็นผู้สอบถาม พระ
อุบาลีเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางวินัย
พระอานนท์เป็นผู้ตอบข้อซักถามทาง
ธรรม มีพระอรหันต์ประชุมกัน ๕๐๐
รูป กระทำอยู่ ๗ เดือนจึงสำเร็จ ใน
การนี้พระเจ้าอชาตศัตรูทรงเป็นผู้
อุปถัมภ์ สังคายนาครั้งนี้กระทำภาย
หลังที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานล่วงแล้วได้
๓ เดือน ข้อปรารภในการสังคายนา
คือพระมหากัสสปปรารภถ้อยคำของ
ภิกษุชื่อ สุภัททะ ผู้บวชเมื่อแก่ เมื่อรู้
ข่าวปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ภิกษุ
ทั้งหลายร้องไห้เศร้าโศก สุภัททะภิกษุ
ปิฎกเลย ใช้คำว่า วินัยวิสัชนา (ตอบ
เรื่องพระวินัย) และธัมมวิสัชนา (ตอบ
เรื่องพระธรรม) สำหรับครั้งที่ ๑
ใช้คำว่า ทสวัตถุปุจฉาวิสัชนา (ถาม
และ
ก็ห้ามภิกษุเหล่านั้นมิให้เสียใจร้องไห้ | ตอบเรื่องวัตถุ ๑๐) สำหรับครั้งที่ ๒
เพราะต่อไปนี้จะทำอะไรได้ตามใจแล้ว
จึงน่าจะเห็นได้ว่าสังคายนาครั้งแรก
ไม่ต้องมีใครคอยมาชี้ว่านี่ผิดนี่ถูกที่ควร และครั้งที่ ๒ ยังไม่ได้แยกเป็น ๓ ปิฎก
นี่ไม่ควรต่อไปอีก พระมหากัสสปสลด
แต่เรียกว่าธรรมวินัยรวม ๆ ไป โดย
ใจในถ้อยคำของสุภัททะภิกษุจึงนำเรื่อง | รวมสุตตันตปิฎก กับอภิธัมมปิฎก อยู่ใน
เสนอที่ประชุมสงฆ์แล้วเสนอชวนให้ทำ
สังคายนาร้อยกรองจัดระเบียบพระธรรม
วินัย ซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบ
มีข้อน่าสังเกตว่า ประวัติการทำ
สังคายนาครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ มี
ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๗ จุลล
วรรค หน้า ๓๗๙ ถึง ๔๒๓ อัน
แสดงว่าประวัติเรื่องนี้คงเพิ่มเข้ามาใน
วินัยปิฎก ในการทำสังคายนาครั้งที่ ๓
นอกจากนั้น ในครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒
แห่งการทำสังคายนานี้ ไม่มีค่ากล่าวถึง
คำว่าธรรม
แต่ในหนังสือชั้นอรรถกถา ซึ่ง
แต่งขึ้นอธิบายพระไตรปิฎก ภายหลัง
พุทธปรินิพพานเกือบพันปี อธิบายเป็น
เชิงว่า สุดแต่จะจัดประเภท จะว่า
พุทธวจนะมีหนึ่งก็ได้ คือมีความหลุด
พ้น เป็นรสเหมือนทะเล แม้จะมีน้ำมาก
ก็มีรสเดียว คือรสเค็ม จะว่ามี ๒ ก็ได้
คือเป็นพระธรรมกับพระวินัย จะว่าเป็น
๓ ก็ได้ คือไตรปิฎก อันแยกออกเป็น
วินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และอภิธัมม
ปิฎก จะว่าเป็น ๕ ก็ได้ โดยแบ่งออก
เป็น ๕ นิกาย หรือ ๕ หมวด คือ ๑. ทีม
นิกาย (หมวดยาว) ๒. มัชฌิมนิกาย
(หมวดปานกลาง) ๓. สังยุตตนิกาย
(หมวดประมวลเรื่องเป็นพวก ๆ) ๔. อัง
คุตตรนิกาย (หมวดยิ่งด้วยองค์ คือจัด
ข้อธรรมเป็นหมวด ๑ หมวด ๒ เป็นต้น)
และ ๕. ขุททกนิกาย (หมวดเล็กน้อย
หรือหมวดเบ็ดเตล็ด) การจัดอย่างนี้จัด
ตามหลักสุตตันตปิฎก แล้วเอาวินัย
ปิฎกและอภิธัมมปิฎกมาย่อรวมใน
ขุททกนิกาย คือหมวดเบ็ดเตล็ด นอกนั้น
ยังอธิบายถึงการแบ่งพระพุทธวจนะเป็น
๙ ส่วน เป็น ๘๔,๐๐๐ ส่วน ซึ่งขอ
งดไว้ไม่นำมากล่าวในที่นี้
(อ่านต่อฉบับหน้า)
Kalyanamitra.org
33