ประวัติการทำสังคายนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 5 หน้า 75
หน้าที่ 75 / 136

สรุปเนื้อหา

ก็มีเฉพาะคัมภีร์ที่แปลเป็นภาษาจีนและ ภาษาธิเบตเป็นหลัก แล้วมีผู้แปล ภาษาอื่น ๆ เช่นญี่ปุ่นอีกต่อหนึ่ง สังคายนาครั้งที่ ๑ กระท่าที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา ข้าง เขาเวภารบรรพต ใกล้กรุงราชคฤห์ ประเทศอินเดีย พระมหากัสสปเถระ เป็นประธานและเป็นผู้สอบถาม พระ อุบาลีเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางวินัย พระอานนท์เป็นผู้ตอบข้อซักถามทาง ธรรม มีพระอรหันต์ประชุมกัน ๕๐๐ รูป กระทำอยู่ ๗ เดือนจึงสำเร็จ ใน การนี้พระเจ้าอชาตศัตรูทรงเป็นผู้ อุปถัมภ์ สังคายนาครั้งนี้กระทำภาย หลังที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานล่วงแล้วได้ ๓ เดือน ข้อปรารภในการสังคายนา คือพระมหากัสสปปรารภถ้อยคำของ ภิกษุชื่อ สุภัททะ ผู้บวชเมื่อแก่ เมื่อรู้ ข่าวปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ภิกษุ ทั้งหลายร้องไห้เศร้าโศก สุภัททะภิกษุ ปิฎกเลย ใช้คำว่า วินัยวิสัชนา (ตอบ เรื่องพระวินัย

หัวข้อประเด็น

- ประวัติการทำสังคายนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ก็มีเฉพาะคัมภีร์ที่แปลเป็นภาษาจีนและ ภาษาธิเบตเป็นหลัก แล้วมีผู้แปล ภาษาอื่น ๆ เช่นญี่ปุ่นอีกต่อหนึ่ง สังคายนาครั้งที่ ๑ กระท่าที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา ข้าง เขาเวภารบรรพต ใกล้กรุงราชคฤห์ ประเทศอินเดีย พระมหากัสสปเถระ เป็นประธานและเป็นผู้สอบถาม พระ อุบาลีเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางวินัย พระอานนท์เป็นผู้ตอบข้อซักถามทาง ธรรม มีพระอรหันต์ประชุมกัน ๕๐๐ รูป กระทำอยู่ ๗ เดือนจึงสำเร็จ ใน การนี้พระเจ้าอชาตศัตรูทรงเป็นผู้ อุปถัมภ์ สังคายนาครั้งนี้กระทำภาย หลังที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานล่วงแล้วได้ ๓ เดือน ข้อปรารภในการสังคายนา คือพระมหากัสสปปรารภถ้อยคำของ ภิกษุชื่อ สุภัททะ ผู้บวชเมื่อแก่ เมื่อรู้ ข่าวปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ภิกษุ ทั้งหลายร้องไห้เศร้าโศก สุภัททะภิกษุ ปิฎกเลย ใช้คำว่า วินัยวิสัชนา (ตอบ เรื่องพระวินัย) และธัมมวิสัชนา (ตอบ เรื่องพระธรรม) สำหรับครั้งที่ ๑ ใช้คำว่า ทสวัตถุปุจฉาวิสัชนา (ถาม และ ก็ห้ามภิกษุเหล่านั้นมิให้เสียใจร้องไห้ | ตอบเรื่องวัตถุ ๑๐) สำหรับครั้งที่ ๒ เพราะต่อไปนี้จะทำอะไรได้ตามใจแล้ว จึงน่าจะเห็นได้ว่าสังคายนาครั้งแรก ไม่ต้องมีใครคอยมาชี้ว่านี่ผิดนี่ถูกที่ควร และครั้งที่ ๒ ยังไม่ได้แยกเป็น ๓ ปิฎก นี่ไม่ควรต่อไปอีก พระมหากัสสปสลด แต่เรียกว่าธรรมวินัยรวม ๆ ไป โดย ใจในถ้อยคำของสุภัททะภิกษุจึงนำเรื่อง | รวมสุตตันตปิฎก กับอภิธัมมปิฎก อยู่ใน เสนอที่ประชุมสงฆ์แล้วเสนอชวนให้ทำ สังคายนาร้อยกรองจัดระเบียบพระธรรม วินัย ซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบ มีข้อน่าสังเกตว่า ประวัติการทำ สังคายนาครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ มี ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๗ จุลล วรรค หน้า ๓๗๙ ถึง ๔๒๓ อัน แสดงว่าประวัติเรื่องนี้คงเพิ่มเข้ามาใน วินัยปิฎก ในการทำสังคายนาครั้งที่ ๓ นอกจากนั้น ในครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ แห่งการทำสังคายนานี้ ไม่มีค่ากล่าวถึง คำว่าธรรม แต่ในหนังสือชั้นอรรถกถา ซึ่ง แต่งขึ้นอธิบายพระไตรปิฎก ภายหลัง พุทธปรินิพพานเกือบพันปี อธิบายเป็น เชิงว่า สุดแต่จะจัดประเภท จะว่า พุทธวจนะมีหนึ่งก็ได้ คือมีความหลุด พ้น เป็นรสเหมือนทะเล แม้จะมีน้ำมาก ก็มีรสเดียว คือรสเค็ม จะว่ามี ๒ ก็ได้ คือเป็นพระธรรมกับพระวินัย จะว่าเป็น ๓ ก็ได้ คือไตรปิฎก อันแยกออกเป็น วินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และอภิธัมม ปิฎก จะว่าเป็น ๕ ก็ได้ โดยแบ่งออก เป็น ๕ นิกาย หรือ ๕ หมวด คือ ๑. ทีม นิกาย (หมวดยาว) ๒. มัชฌิมนิกาย (หมวดปานกลาง) ๓. สังยุตตนิกาย (หมวดประมวลเรื่องเป็นพวก ๆ) ๔. อัง คุตตรนิกาย (หมวดยิ่งด้วยองค์ คือจัด ข้อธรรมเป็นหมวด ๑ หมวด ๒ เป็นต้น) และ ๕. ขุททกนิกาย (หมวดเล็กน้อย หรือหมวดเบ็ดเตล็ด) การจัดอย่างนี้จัด ตามหลักสุตตันตปิฎก แล้วเอาวินัย ปิฎกและอภิธัมมปิฎกมาย่อรวมใน ขุททกนิกาย คือหมวดเบ็ดเตล็ด นอกนั้น ยังอธิบายถึงการแบ่งพระพุทธวจนะเป็น ๙ ส่วน เป็น ๘๔,๐๐๐ ส่วน ซึ่งขอ งดไว้ไม่นำมากล่าวในที่นี้ (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org 33
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More