ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขณะนี้ ที่มาคุ้นเคยกับวัฒนธรรม
ของชาวตะวันตกมากขึ้น จึงเข้าใจว่า
ฝรั่ง เขามองเห็นวัฒนธรรมของเราเป็น
อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับ
วัฒนธรรมของชาวเอเชียอย่างเรา พอ
พูดถึงจุดเริ่มต้นอารยธรรมของ
โลก ฝรั่งเขาก็จะนึกถึงวัฒนธรรม
ของกรีกและโรมัน อันเป็นราก
เหง้าของความเจริญทางวัฒนธรรม
ของเขา ที่เลยจากนั้นไป ไม่ว่าจะเป็น
วัฒนธรรมของชาติไหน ๆ เช่น อินเดีย
หรือจีน ก็นึกไม่ออกว่าจะเจริญได้อย่าง
ไร หรืออีกนัยหนึ่ง ชาวเอเชียหรืออัฟริ
กัน ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ๆ ก็คือพวกป่า
เถื่อนทั้งนั้น
ฝรั่งน้อยคนจะให้ความสนใจกับ
วัฒนธรรมตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นภาษา
หรือศาสนาก็ตาม ความสำนึกถึงคุณ
ค่าของวัฒนธรรมประจำชาติของชาว
อังกฤษค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับคน
ในบ้านเรา ซึ่งมีค่านิยมทางสังคมที่
ให้ความสนใจวัฒนธรรมต่างชาติ
สิ่งใดที่เป็นของฝรั่งทำจากเมือง
นอก ต้องถือว่าดีกว่าเมดอินไทยแลนด์
เสมอ นักเรียนที่หัวดีจะมุ่งศึกษาทาง
วิทยาศาสตร์เสียเป็นส่วนใหญ่ น้อยคน
จะมุ่งเข็มของตนมาศึกษาศาสนาและ
วัฒนธรรมประจำชาติของเราเอง ส่วนใน
อังกฤษนี้ กลับตรงกันข้ามศิลปะและ
วรรณกรรมนั้น ชาวอังกฤษให้ความนิยม
ยกย่องไม่แพ้ผลงานการค้นคว้าทางวิทยา
ศาสตร์แขนงต่าง ๆ ทีเดียว นักเขียน
ศิลปิน นักประพันธ์ ทั้งหลายได้รับ
การยกย่องจากสังคมไม่แพ้นักวิทยา
ศาสตร์นามกระเดื่องที่เพิ่งค้นพบอะไร
ใหม่ ๆ แก่โลก โดยเฉพาะในอ๊อกซฟอร์ด
นี้ นักศึกษาที่หัวดี สติปัญญาสูงจำนวน
มาก ทุ่มเทเวลาศึกษาภาษาและวรรณ
กรรมต่าง ๆ จำนวนไม่น้อยที่กำลังเรียน
ภาษาลาตินและกรีก ทั้ง ๆ ที่เป็นภาษาที่
เอาไปใช้ทำรายได้ให้กับตนในอนาคตไม่
ได้มากก็ตาม แต่เขาเรียนเพราะเห็น
ว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อจิตใจ และได้
ชื่นชมกับความงดงามทางวัฒนธรรมที่
บรรพบุรุษของเขาได้สะสมไว้
ในกลุ่มที่สนใจศิลปะและวรรณ
กรรมเหล่านี้ มีบางคนที่เห็นว่าวัฒน
ธรรมตะวันออกมีคุณค่า ควรแก่การ
ศึกษาค้นคว้า หันมาเรียนภาษาและวัฒน
ธรรมของชาวเอเชีย ก็ถือว่าเป็นเรื่องผิด
ธรรมดา มักจะถูกคนชาติเดียวกันไต่ถาม
เสมอว่า จะได้ประโยชน์อะไรจากการทำ
เช่นนั้น ซึ่งก็เป็นการยากที่ผู้ถูกซักถามจะ
ให้คำตอบที่เป็นที่น่าพอใจกับผู้ถาม ซึ่ง
มักจะหัวแคบไม่ใจกว้างที่จะยอมรับ
ว่า วัฒนธรรมของชาวเอเชียนั้นก็มีดีอยู่
เช่นกัน และคงจะมีน้อยคนที่จะให้คำ
ตอบว่า วัฒนธรรมของชาวตะวันออก
นั้นละเอียดอ่อนลึกซึ้งมากกว่าของ
ชาวตะวันตกมากมายนัก เพราะตน
เองได้ศึกษาจนได้ตระหนักแก่ใจตน
เองแล้ว
Professor Combrich ได้เล่าให้
อาตมาฟังเป็นการส่วนตัว ถึงแรงบันดาล
ใจให้มาศึกษาภาษาสันสกฤตและพุทธ
ศาสนาว่า ครั้งหนึ่ง ขณะที่ท่านกำลัง
เรียนวรรณกรรมคลาสสิค (ลาตินและ
กรีก) ในมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ได้เข้า
ฟังปาฐกถาของ กปิลวฑโฒ ภิกขุ ชาว
อังกฤษ ซึ่งบวชมาจากเมืองไทย เกี่ยว
กับหลักธรรมในพุทธศาสนา เกิดความ
เลื่อมใส จึงได้เปลี่ยนเข็มมาเรียนภาษา
สันสกฤตแทน เมื่อศึกษาแล้วก็เกิดความ
ประทับใจในวัฒนธรรมของชาวอินเดีย
ท่านได้เคยอยู่ในอินเดียและศรีลังกา เพื่อ
ศึกษาค้นคว้าทางภาษาและศาสนาอยู่
เป็นเวลานาน จนกระทั่งได้สมรสกับอา
จารย์ชาวอินเดียผู้เชี่ยวชาญทางภาษา
สันสกฤตในที่สุด
และก็เช่นเดียวกับฝรั่งทุกคน ที่มา
ศึกษาวัฒนธรรมตะวันออก ตัว Prof.
Gombrich เองก็ถูกถามบ่อย ๆ ว่า ทำไมจึง
มาสนใจเรียนวิชาพวกนี้ ซึ่งท่านก็ให้คำ
ตอบที่น่าฟังว่า เพื่อที่จะเข้าใจวัฒนธรรม
ตะวันตกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งก็เป็นคำตอบ
ที่ทำให้ผู้ถามซึ่งเป็นคนชาติเดียวกันฟัง
พอใจ
อารัมภบทของการเรียนการสอน
ภาษาสันสกฤต และวัฒนธรรมของชาว
ภารตะในอ๊อกซฟอร์ด จึงต้องสอนกัน
อย่างระมัดระวัง คือ บัวไม่ให้ช้ำ น้ำ
ไม่ให้ขุ่น เพราะจุดประสงค์ของนักศึก
ษาแต่ละคนนั้นต่างกันออกไป การสอน
Kalyanamitra.org
๔๑