ธรรมนิยาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 5 หน้า 115
หน้าที่ 115 / 136

สรุปเนื้อหา

ต่อกัน ขณะนั้นชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็พากันมามุงดู มากขึ้นคล้ายมหรสพ เมื่อภิกษุผู้สูงอายุและนางปริพาชิกา ผู้ถือกิ่งหว้า เป็นเครื่องหมายจึงมีชื่อเพิ่มออกไปว่า ชมพูปริพาชิกา นั่งลงบนอาสนะแห่งตนเรียบร้อยแล้ว นางก็ได้เริ่ม วาทะ เป็นปริกถา เลียบเคียงขึ้นทันทีว่า “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าชมพูปริพาชิกา ได้ ท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ และได้พบคู่โต้ตอบมาก็มาก แล้วเช่นเดียวกัน ยังไม่เคยพบผู้มีความรู้เป็นที่พอใจของ บัดนี้ได้กี่ปี ท่านจงนับดูแล้วตัดออกเสีย ๑ ปี นั่นแหละ อายุของโลก - “ท่านจะนับให้ข้าพเจ้าทราบเองได้ไหมเล่า?" “ขอให้ท่านตอบมาก่อนว่า ท่านนับไม่ได้ จะได้ รู้กันว่าพอเริ่มต้นวาทะ ท่านก็จำนนแล้ว” ภิกษุสูงอายุ กล่าวตอบ “เอาละ เป็นอันว่าข้าพเจ้าจะถามปัญหาท่านใหม่ อีกต่อไป” นางชมพูปริพาชิการับเลี้

หัวข้อประเด็น

- ธรรมนิยาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ต่อกัน ขณะนั้นชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็พากันมามุงดู มากขึ้นคล้ายมหรสพ เมื่อภิกษุผู้สูงอายุและนางปริพาชิกา ผู้ถือกิ่งหว้า เป็นเครื่องหมายจึงมีชื่อเพิ่มออกไปว่า ชมพูปริพาชิกา นั่งลงบนอาสนะแห่งตนเรียบร้อยแล้ว นางก็ได้เริ่ม วาทะ เป็นปริกถา เลียบเคียงขึ้นทันทีว่า “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าชมพูปริพาชิกา ได้ ท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ และได้พบคู่โต้ตอบมาก็มาก แล้วเช่นเดียวกัน ยังไม่เคยพบผู้มีความรู้เป็นที่พอใจของ บัดนี้ได้กี่ปี ท่านจงนับดูแล้วตัดออกเสีย ๑ ปี นั่นแหละ อายุของโลก - “ท่านจะนับให้ข้าพเจ้าทราบเองได้ไหมเล่า?" “ขอให้ท่านตอบมาก่อนว่า ท่านนับไม่ได้ จะได้ รู้กันว่าพอเริ่มต้นวาทะ ท่านก็จำนนแล้ว” ภิกษุสูงอายุ กล่าวตอบ “เอาละ เป็นอันว่าข้าพเจ้าจะถามปัญหาท่านใหม่ อีกต่อไป” นางชมพูปริพาชิการับเลี้ยงด้วยเกรงจะชื่อว่า เป็นผู้แพ้ในวาทะ "โลกนี้เกิดมาเองหรือมีผู้สร้าง?” การที่ใบไม้ผลิหรือใบไม้หล่น ไม่จำเป็นต้อง มีผู้มาดลบันดาลฉันใด การทำลายไปแห่งโลกก็เป็นฉันนั้น สิ่งทั้งหลาย ย่อมเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เรียกว่าธรรมดา ข้าพเจ้าเลย วันนี้ได้มาพบท่านผู้เจริญ จึงหวังว่าเราจะ ได้โต้ตอบกันให้เป็นที่สำราญ ในอรรถปัญหาอันลึกซึ้ง” “ดูก่อนปริพาชิกา!” ภิกษุสูงอายุพูดขึ้น “ข้าพเจ้า หาได้ทะนงตนว่าเป็นผู้มีความรู้สูงในการที่จะโต้ตอบ กับท่านไม่ มีแต่ความสนใจที่จะได้รู้อะไรในธรรมะชั้น สูงมาแต่หนุ่มจนบัดนี้ แม้ความรู้ของข้าพเจ้าอาจจะไม่ สูงพอจะตอบโต้ท่านได้ แต่อย่างน้อยก็อาจจะได้ความ รู้อะไรใหม่ ๆ บ้าง เพราะฉะนั้นแม้ข้าพเจ้าจะแพ้ท่าน ในการโต้ตอบ ก็จะถือว่าเป็นการได้กำไร ในข้อที่จะ ใต้ความรู้ที่ตนยังไม่รู้เพิ่มขึ้นอีก” เพียงถ้อยคำอันแหลมหลักของภิกษุผู้สูงอายุ นางชมพูปริพาชิกาก็เริ่มรู้สึกว่า นางอาจจะต้องเผชิญ กับคู่โต้ที่นางจะโหมหักด้วยวาทะ ให้พ่ายแพ้ดั่งคนทั่ว ไปไม่ง่ายนัก แต่เมื่อยังมิทันได้เข้าถึงปัญหาอันลุ่มลึก ไฉนจะรู้สติปัญญา และความสามารถของกันและกันได้ คิดดังนั้นแล้วนางจึงเริ่มขึ้นว่า “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ! โลกที่เราอาศัยอยู่นี้มีอายุ นานเท่าไร?" “ดูก่อนปริพาชิกา ๑ ปีก่อนเกิดโลกนี้นับมาจน ก็ "ดูก่อนปริพาชิกา! คำว่าเกิดเอง ถ้าท่านหมาย ความว่า เกิดขึ้นลอย ๆ โดยไม่มีเหตุ อยู่ดี ๆ ปรากฏขึ้นดังนี้ โลกนี้ก็มิได้เกิดเอง คำว่ามีผู้สร้าง ถ้าท่านหมายถึงใครผู้หนึ่งซึ่งมีฤทธิ์มีอำนาจ อาจ สร้างสรรค์สิ่งทั้งปวงได้ โลกนี้ก็มิได้มีผู้สร้าง “ท่านผู้เจริญ! เมื่อท่านปฏิเสธทั้งสองทางว่าโลก มิได้เกิดเองและมิได้มีผู้สร้างแล้ว โลกนี้จะเกิดขึ้นได้ อย่างไรเล่า? "ดูก่อนปริพาชิกา! หมายความว่า ทุกสิ่งทุก อย่างที่เกิดขึ้นต้องมีเหตุปัจจัย ไม่ใช่เกิดขึ้นลอย ๆ แต่คำว่าเหตุปัจจัยในที่นี้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงผู้ ใดผู้หนึ่งซึ่งมีฤทธิ์มีอำนาจมาสร้างสรรค์ดลบันดาล การที่ใบไม้ผลิหรือใบไม้หล่น ไม่จำเป็นต้องมีผู้ มาดลบันดาลฉันใด การเกิดขึ้น การทำลายไป แห่งโลกก็เป็นฉันนั้น สิ่งทั้งหลายย่อมเป็นไปตาม กฎเกณฑ์ ที่เรียกว่าธรรมดา” “การกล่าวอย่างนี้ หมายความว่าท่านไม่เชื่อว่า มีพระพรหมผู้สร้างโลกอย่างนั้นหรือ? อ่านต่อฉบับหน้า Kalyanamitra.org boo
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More