ธรรมะควรแก่การเคารพบูชา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 5 หน้า 101
หน้าที่ 101 / 136

สรุปเนื้อหา

ยังหมายถึงแนวทางไปสู่ความพ้น ทุกข์ในวัฏฏสงสาร เพื่อข้ามฝั่ง สู่พระนิพพานอีกประการหนึ่งด้วย ธรรมะควรแก่การ เคารพบูชา พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงเคารพ ธรรมะอย่างยิ่ง ทรงสอนธรรมะแก่ชาวโลก ด้วยน้ำพระทัยกรุณาต่อสัตว์ผู้ยาก และ ด้วยความเคารพในธรรมะเหนือกว่าสิ่ง อื่นใด ดังที่พระภิกษุรูปหนึ่งทูลถามพระ พุทธเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ ผู้ใดจักเป็น ราชาของธรรมราชาพระเจ้าข้า?” ตรัสตอบว่า “ดูก่อนภิกษุ ธรรมเท่านั้นที่จัก เป็นราชาของธรรมราชา” ธรรมราชา ทรงปกครองอาณา ประชาราษฎร์ด้วยโลกุตตรธรรม หรือ ธรรมะ ๙ ประการที่อยู่เหนือโลก ทรง ได้พระนามว่า ธรรมราชา ก็ด้วยเหตุนี้ ทรงเทิดทูนสักการะธรรมะด้วยความ เคารพอย่างยิ่งแต่เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ทรงมีธรรมะเป็นธงชัย เป็นบรรทัดฐาน และเป็นนายสูงสุดไม่มีผู้ใดเหนือกว่าอีก แล้ว พร

หัวข้อประเด็น

- ธรรมะควรแก่การเคารพบูชา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ยังหมายถึงแนวทางไปสู่ความพ้น ทุกข์ในวัฏฏสงสาร เพื่อข้ามฝั่ง สู่พระนิพพานอีกประการหนึ่งด้วย ธรรมะควรแก่การ เคารพบูชา พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงเคารพ ธรรมะอย่างยิ่ง ทรงสอนธรรมะแก่ชาวโลก ด้วยน้ำพระทัยกรุณาต่อสัตว์ผู้ยาก และ ด้วยความเคารพในธรรมะเหนือกว่าสิ่ง อื่นใด ดังที่พระภิกษุรูปหนึ่งทูลถามพระ พุทธเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ ผู้ใดจักเป็น ราชาของธรรมราชาพระเจ้าข้า?” ตรัสตอบว่า “ดูก่อนภิกษุ ธรรมเท่านั้นที่จัก เป็นราชาของธรรมราชา” ธรรมราชา ทรงปกครองอาณา ประชาราษฎร์ด้วยโลกุตตรธรรม หรือ ธรรมะ ๙ ประการที่อยู่เหนือโลก ทรง ได้พระนามว่า ธรรมราชา ก็ด้วยเหตุนี้ ทรงเทิดทูนสักการะธรรมะด้วยความ เคารพอย่างยิ่งแต่เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ทรงมีธรรมะเป็นธงชัย เป็นบรรทัดฐาน และเป็นนายสูงสุดไม่มีผู้ใดเหนือกว่าอีก แล้ว พระพุทธเจ้าทุก พระองค์ทรงสอนธรรมะ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ตั้งแต่ อดีตไปจนถึงอนาคต ทรงมีหน้าที่สอน ธรรมะ คือสอนให้มนุษย์รู้จักทุกข์ สาเหตุ และการดับทุกข์ ตลอดจนวิธีการดับทุกข์ นั้น รวมเรียกว่าความจริง ๔ ประการ (จตุสัจจธรรมะ นี่คือความหมายที่สำคัญ ที่สุดความหมายหนึ่งของ “ธรรมะ” V ความจริงประการที่ ๔ เรียกว่า มรรค หมายถึง หนทางที่สิ้นสุดลง ที่ความไม่ตาย คือพระนิพพาน หน ทางนี้ประกอบด้วยองค์ ๔ เรียกว่า ทางสายกลาง เป็นทางที่พระพุทธ - เจ้าทรงดำเนินไปแล้วสู่พระ นิพพาน หนทางและพระนิพพานนี้ ย่อมเกิดขึ้นเนื่องกันและกัน จะขาด อย่างใดอย่างหนึ่งเสียมิได้ ความจริงอันประเสริฐ ๔ ประ การ คือ ธรรมะ, มรรคคือธรรมะ, ศีล, สมาธิ และปัญญา คือ ธรรมะ, ปฏิจจสมุปบาท (การเกิดดับที่เป็นเหตุ เป็นผลกัน) คือธรรมะ, ขันธ์ทั้ง หลาย อายตนะทั้งหลาย และธาตุทั้ง หลายคือธรรมะ, ไตรลักษณ์คือธรรมะ ความหมายทั้งหมดเหล่านี้ของ “ธรรมะ” รวมอยู่ในพระดำรัสของพระพุทธเจ้า ว่า “ผู้ที่กลายเป็นธรรมะ” ในสังยุตตนิกาย พระพุทธ เจ้าตรัสแก่วักกลิ ผู้ปรารถนาจะได้ใกล้ ชิดพระองค์ตลอดเวลา เพื่อจะได้ชมพระ พุทธสิริอย่างเต็มที่ ดังนี้ “ดูก่อนวักกลิ จักมีประโยชน์ อะไรแก่เธอที่ได้เห็นสรีระอันเน่า เปื่อยนี้ แท้จริงแล้ว ผู้ที่เห็นธรรมะ ย่อมเห็นเราตถาคต ผู้ที่เห็นเรา ตถาคตย่อมเห็นธรรมะ วักกลิ เมื่อได้ เห็นธรรมะ จักเห็นเราตถาคต เมื่อได้ เห็นเราตถาคตจักเห็นธรรมะ” ตถาคต คือผู้มีกายเป็นธรรมะ (ธรรมกาย) กายหมายถึงธรรมะ ๙ ประการที่อยู่เหนือโลก คำว่า “ธรรม กาย” และ “ธรรมภูต” มีความหมาย ใกล้เคียงกัน คำว่า “ธรรมภูต” (ผู้ ที่กลายเป็นธรรมะ) แปลได้ความ หมาย ๓ ประการว่า ภควัน (ผู้มีธรรมะ เป็นปกติ), ผู้ที่กลายเป็นธรรมะ (เพราะได้หมุนธรรมะไปข้างหน้า โดยไม่บิดเบือน) และผู้ที่กลายเป็น ธรรมะ (เพราะประกอบด้วยธรรมะที่ แจ่มแจ้งแล้วในดวงหทัย) ว่า อรรถกถานี้ กล่าวถึง “ธรรมกาย” เหตุใดจึงกล่าวว่าตถาคตมี กายธรรม ตถาคตได้รู้ชัดในคำสอน ของพระพุทธเจ้าด้วยใจ แล้วถ่าย ทอดออกมาเป็นคำพูด ด้วยเหตุนี้ กายของตถาคตจึงเป็นธรรมะ เพราะมันประกอบด้วยธรรมะนั่น เอง พระพุทธเจ้าทรงแสวงหาธรรมะ และทรงรู้แจ้งแทงตลอดในธรรมะ นับตั้งแต่วินาทีที่ตรัสรู้ พระองค์ทรง ไม่เคยแยกออกจากธรรมะเลย ทรง | ใกล้ชิดธรรมะที่พระองค์ทรงสั่งสอน มาตลอด ในอรรถกถาบาลีต่าง ๆ ใช้ คำว่า “ธรรมกาย” เพื่อหมายถึงความ รู้แจ้งอันศักดิ์สิทธิ์ในธรรมะของ พระพุทธเจ้า ซึ่งสืบต่อเนื่องมาพร้อม กับการสอนของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ ทรงสั่งสอนมิได้ผิดแผกไปจากสิ่ง ที่พระองค์ทรงรู้แจ้งเลยแม้แต่น้อย อ่านต่อฉบับหน้า Kalyanamitra.org ๙๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More