ข้อความต้นฉบับในหน้า
อย่างเช่นว่า เขาติดการ์ตูนหรือ
อะไรอย่างนี้ ที่เขาจะดู เราก็
บอกว่า ดึกแล้ว นอนนะลูก ก็ดับ
ไฟ เขาก็ไม่ว่าอะไร คือถ้าเปิด
ให้ดูก็ดู ไม่เปิดก็ไม่ดู ไม่งอแง
และเขาก็ไม่เคยแย่งของเล่นเด็ก
อื่น ๆ เลย เวลาเราพาเขาไปเล่น
กับหมู่ญาติ
เขาก็จะเล่นแต่
เฉพาะของเขา เขาจะไม่ไป
แย่งของใครเลย......
ในทางตรงกันข้าม เขา
กลับเป็นคนที่ชอบให้ โดยเฉพาะ
เรื่องของกิน ของกินทุกอย่างไม่
ว่าจะเป็นขนมหรืออะไร คือให้
ไม่หวงเลย ยกมาให้ เรียกได้
ว่า ทั้งอวด ทั้งชวน อยากให้คน
อื่นเขาได้ทานด้วย ดีใจที่ได้ให้
เขา รู้สึกได้ว่า เขาเป็นคนชอบ
แบ่งปัน จุดนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเอง
ในตัวเขา โดยที่เราก็ไม่ได้สอน
และแม้เขาจะเป็นเด็กที่ซน ตาม
ภาษาเด็ก แต่เขาไม่ดื้อ คือพูด
กันรู้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่บางทีเรากะว่า
จะลองขัดใจเขาดู แล้วเขาจะมี
ปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง ก็อย่างที่ได้
ยกตัวอย่างให้ฟังเกี่ยวกับเรื่อง
ทีวีนั่นแหละ”
อนาคต
คือความหวัง
ในความคิดและความ
หวังของหนูน้อยนาม “สมาธิ”
นั้น เขาบอกว่า เขาอยากเป็น
หมอ
“...ก็ได้พูดให้กำลังใจ
ลูกว่า ดีแล้วลูก เป็นหมอก็ดีแล้ว
โตขึ้นน้องเต้จะได้รักษาคนไข้
ใครเขาไม่มีสตางค์ก็ไม่ต้องเอา
น่ะ จะได้บุญด้วย....เขาก็ยิ้ม ๆ”
ส่วนความคิดของผู้ให้กำ
เนิดเด็กน้อยผู้น่ารักนี้ ได้ตั้งความ
ปรารถนาไว้ในใจว่า
“ในเมื่อครอบครัวของเรา
ได้ก้าวเข้ามาในเส้นทางสายนี้
แล้ว ก็คิดว่า เมื่อเขาโตขึ้น ก็
อยากให้เขาเป็นเหมือนชาวสำ
นักงานกัลยาณมิตร ที่เป็นธรรม
ทายาท และก็ถวายชีวิตกับ
ได้ซื้อชุดพระราชทานสีขาวให้เขา
หนึ่งชุด และถ้าเผื่อเขาเห็นชุด
พระราชทานสีขาว
เขาจะ
บอกว่า แม่ต้อย....น้องเต้จะใส่ชุด
ขาวไปวัดพระธรรมกาย ตอนเขา
เล็ก ๆ เราก็เคยถามเขาว่า น้องเต้
เป็นลูกศิษย์ใครลูก....
“เป็นลูกศิษย์ของหลวง
พ่อธัมมชโย..."
“วัดอะไรจ๊ะ..."
“วัดพระธรรมกาย”
ถ้าถามเขาว่า ศูนย์กลาง
กายอยู่ที่ไหนลูก...เขาก็จะชี้ไปที่
หลวงพ่อด้วย และครั้งหนึ่ง
ครอบครัวของเรา ได้ไปกราบ
หลวงพ่อธัมมชโย
ที่
สะดือ
สำนักงานกัลยาณมิตร น้องเต้
ก็ได้นั่งสมาธิต่อหน้าหลวงพ่อ
หลวงพ่อให้พรว่า....โตขึ้นขอ
ให้เป็นบัณฑิตทั้งทางโลก
และทางธรรมน่ะ และก็ให้
เป็นลูกแก้วของพ่อแม่ด้วย...
สำหรับความผูกพัน
อย่างอื่นที่เขามีต่อวัดก็คือ เรา
ถ้าถามเขาว่า เหนือ
สะดือนิ้ว....เขาบอก..จองนิ้ว...”
หรือแม้แต่ที่เขาอยู่บ้านก็
ตาม เขาก็ได้มีส่วนผูกพันกับ
พระเสมอ ๆ คือ เราได้นิมนต์พระ
มาบิณฑบาตที่หน้าบ้านทุกวัน
...พอเริ่มตั้งครรภ์จนกระทั่ง
บัดนี้ ก็มีความรู้สึกว่า ในครอบ
ครัวของเราก็มีใจมุ่งมั่นมาทาง
ใส่บาตรทำบุญ นึกแต่จะสร้าง
กุศลในทางที่ดีที่งามมากขึ้นกว่า
เดิม ซึ่งแต่ก่อนก็ยอมรับว่า ยัง
กระพร่องกระแพร่งอยู่ ซึ่งสิ่งนี้
ได้เกิดขึ้นมาเองเลย แม้แต่การ
นิมนต์พระ เมื่อก่อนก็เคยอาศัย
ว่า ขับรถออกไปข้างนอก ถ้า
เจอที่ไหนก็ใส่ ไม่เจอก็ไม่ใส่ก็
แล้วแต่ แต่พอเมื่อเขาเกิดมาแล้ว
ก็มีความรู้สึกว่า เราต้องนิมนต์
หลวงพ่อ....หลวงตา....มาที่หน้า
บ้านดีกว่า เพื่อเขาจะได้มีโอกาส
ใส่บาตรด้วย เพราะตอนนี้เขาก็
ยังเล็กอยู่ ไม่ได้ออกไปนอกบ้าน
ด้วยกันในตอนเช้า ซึ่งตามที่
สังเกตอยู่ เขาก็เต็มใจที่จะทำ
เช่นนั้น เพราะเวลาที่พระมา
บิณฑบาต แม้เขาจะนอนอยู่ ถ้า
หากเราปลุก เขาก็จะรีบลุกพรวด
พราดขึ้นมาเลย....."
นับได้ว่า ชีวิตองหนูน้อย
“สมาธิ” และครอบครัว “เรื่อง
สิงห์” เป็นชีวิตและครอบครัว
ตัวอย่างอีกครอบครัวหนึ่ง ที่
มีความสุขและความสมหวัง
เป็นคู่แห่งความสำเร็จสมความ
ปรารถนาได้ทีเดียว
ด้วยเหตุใดเล่า ที่ทำ
ให้ครอบครัวนี้ เป็นครอบครัวที่
น่ารักและแสนจะอบอุ่นได้...ใช่
แล้ว แสงธรรมที่ทอประกายเจิด
จรัสนั้น ได้ทอ “สายใย” โอบอุ้ม
ครอบครัวนี้ด้วย “สายธรรม”
นำนาวาชีวิต ไปสู่จุดที่สมบูรณ์
ตลอดอนันตกาล......
๕๒
Kalyanamitra.org