การเมืองและการให้ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 5 หน้า 98
หน้าที่ 98 / 136

สรุปเนื้อหา

ทรงมีราชโองการให้สร้างเสาศิลาขึ้นจารึกข้อความ ถวายพระเกียรติแด่พระองค์เป็นการถาวร ทางการเมืองอย่างใหญ่หลวงอีกด้วย การเมืองจะแก้ไข ก็แหละ ปัญหานี้ด้วยวิถีทางที่ไม่เหมาะสมสะหรือ? พุทธเทวะ กษัตริย์เฉกเช่นจักรพรรดิอโศกมหาราชพระองค์นี้เคยมี ทรงสละราชศักดิ์และราชสมบัติเพื่อมนุษย์จะได้หลุดพ้น จากความทุกข์โทมนัส พระองค์มิได้ทรงรังเกียจผู้ใด ด้วยเหตุแห่งความคู่ควรหรือไม่คู่ควร พระองค์มิได้ ให้เห็นบนพื้นโลกมาก่อนละหรือ? ในโลกปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการ ฟื้นฟูคำสอนของพระบรมศาสดาผู้ซึ่งพระเจ้าอโศก ทรงเป็นหนี้พระคุณแห่งความยิ่งใหญ่พระองค์นี้ ความโง่ เขลาเบาปัญญาอันเกิดจากการรังเกียจเดียดฉันท์ทาง เชื้อชาติ และสีสันวรรณะซึ่งกระทำกันในนามของ ศาสนา ได้ทำให้โลกต้องแปดเปื้อนด้วยคาวเลือด มนุษยชาติต้อ

หัวข้อประเด็น

- การเมืองและการให้

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ทรงมีราชโองการให้สร้างเสาศิลาขึ้นจารึกข้อความ ถวายพระเกียรติแด่พระองค์เป็นการถาวร ทางการเมืองอย่างใหญ่หลวงอีกด้วย การเมืองจะแก้ไข ก็แหละ ปัญหานี้ด้วยวิถีทางที่ไม่เหมาะสมสะหรือ? พุทธเทวะ กษัตริย์เฉกเช่นจักรพรรดิอโศกมหาราชพระองค์นี้เคยมี ทรงสละราชศักดิ์และราชสมบัติเพื่อมนุษย์จะได้หลุดพ้น จากความทุกข์โทมนัส พระองค์มิได้ทรงรังเกียจผู้ใด ด้วยเหตุแห่งความคู่ควรหรือไม่คู่ควร พระองค์มิได้ ให้เห็นบนพื้นโลกมาก่อนละหรือ? ในโลกปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการ ฟื้นฟูคำสอนของพระบรมศาสดาผู้ซึ่งพระเจ้าอโศก ทรงเป็นหนี้พระคุณแห่งความยิ่งใหญ่พระองค์นี้ ความโง่ เขลาเบาปัญญาอันเกิดจากการรังเกียจเดียดฉันท์ทาง เชื้อชาติ และสีสันวรรณะซึ่งกระทำกันในนามของ ศาสนา ได้ทำให้โลกต้องแปดเปื้อนด้วยคาวเลือด มนุษยชาติต้องถูกคุกคามอยู่ทุกขณะด้วยความพยาบาท อาฆาตซึ่งระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์อันมีผลร้ายยิ่งเสียกว่า หิงสกรรม ทุกวันนี้ ในดินแดนอันอับโชคซึ่งถูกพิษร้าย ของความเป็นศัตรูกันระหว่างญาติพี่น้องเล่นงานอยู่ อย่างหนักนี้ เราทั้งหลายใฝ่ฝันที่จะได้สดับตรับฟัง สุรเสียงของพระศาสดาผู้ทรงประกาศว่า วิถีทางแห่ง ความรักและความเมตตาเท่านั้นที่จะช่วยให้สรรพสัตว์ บรรลุความหลุดพ้นได้ ขอให้ยอดของมนุษย์พระองค์ นี้จงได้มาปรากฏอีก เพื่อช่วยให้สิ่งที่ดีสุดในมนุษย์ รอดพ้นจากพินาศหายนะ ยอดของมนุษย์พระองค์นี้ ไม่เคยทรงอำพรางมนุษย์ในเรื่องของการให้ที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดอันได้แก่ การให้ความคารวะ การบริจาคซึ่งพระองค์ ทรงถือว่าเป็นคุณความดีนั้น หาใช่การบริจาคจาก ระยะไกลโดยมิได้มีโอกาสสัมผัสกับผู้รับไม่ การบริจาค หรือการให้ที่แท้จริงคือการให้ตัวเราเอง ซึ่งพระองค์ ได้ทรงสอนไว้ว่า จะให้สิ่งใดต้องให้ด้วยศรัทธาอัน ได้แก่ความเคารพเลื่อมใส การให้อาจเป็นการเหยียด หยามอย่างร้ายแรงหากการให้นั้นเจือปนด้วยความรู้สึก ของผู้ให้ว่าตนสูงศักดิ์หรือร่ำรวยกว่า ด้วยเหตุนี้ คัมภีร์ อุปนิษัทจึงกล่าวไว้ว่า “ภิยา เทียม” จงให้ด้วยความ เคารพนอบน้อม เราไม่ควรยึดมั่นในศาสนาที่ไม่สอน ให้เรามีความคารวะต่อผู้อื่น ในประเทศอินเดีย ในระยะ หลัง ๆ นี้ สังเกตได้ว่าการปฏิบัติทางศาสนาได้เป็นไป ในลักษณะที่ขาดความคารวะต่อมนุษย์โดยทั่วไป อันตรายที่เกิดจากการปฏิบัติในลักษณะเช่นนี้ มิใช่ มีเฉพาะในด้านจิตใจแต่อย่างเดียว หากเป็นที่ยอมรับ กันว่า มันเป็นอุปสรรคในการไปสู่ความเป็นเอกราช ทรงเหยียดหยามผู้ใดว่าเป็นคนป่าเถื่อนหรือเป็นอนารยะ พระองค์ทรงมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ผู้ที่ต่ำต้อยและ เบาปัญญาที่สุด การบำเพ็ญตปัสยาของพระองค์เป็นไป เพราะความเมตตากรุณาต่อมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา โดยไม่เลือกที่ ความรุ่งโรจน์อันเกิดจาก "ตปัสยา" ดังกล่าวจะสูญสลายไปจากอินเดียในยุคนี้ละหรือ? การสร้างสิ่งกีดกั้นระหว่างคนต่อคนช่วยให้เรา บรรลุความสำเร็จในการป้องกันสิ่งชั่วร้ายจากภายนอก ประการใดได้ละหรือ? เราเคยมีทรัพย์สินเต็มท้อง พระคลัง บัดนี้เล่าเรามีอะไรเหลืออยู่บ้าง? การรุกราน จากภายนอกมิได้หลายประตูและพังกำแพงท้องพระคลัง จนราพณาสูรไปดอกหรือ? แม้กระนั้น ทุกวันนี้เรา ก็ยังสร้างสิ่งกีดกั้นนานัปการที่จะขัดขวางความปรารถนา ที่จะเป็นมิตรไมตรีกับคนทั่วไป เราให้มียามเฝ้าหน้า ประตูโบสถ์วิหารอย่างน่าอดสู เพื่อสกัดกั้นสิทธิของ มนุษย์ด้วยกันที่จะเข้าไปกราบไหว้บูชา ทรัพย์สมบัติ ที่หมดสิ้นได้ด้วยการให้และการจ่าย เราไม่ประหยัด แต่ทรัพย์สมบัติที่เรายิ่งให้ยิ่งจ่าย จะยิ่งมีทวีคูณมากขึ้น อันได้แก่ ทรัพย์สมบัติแห่งความรักความเมตตานั้น เรากลับเอาไปเก็บใส่กุญแจไว้แน่นในหีบแห่งความ คับแคบทางจิตใจอันเนื่องมาจากลัทธิความเชื่อถือ ขุมทรัพย์แห่งธรรมะของเราได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่แตกต่าง ไปจากขุมทรัพย์แห่งโลกียะ อินเดียซึ่งครั้งหนึ่งเคย เป็นตัวอย่างอันรุ่งโรจน์แห่งมนุษยชาติ ด้วยความ คารวะที่มีต่อมนุษย์ทั้งมวล บัดนี้ได้กลายเป็นดินแดน ที่อุดมการณ์ทำนองนั้นได้เหือดหายไป อินเดียขาด ความคารวะต่อผู้อื่น ดังนั้น อินเดียจึงไม่คู่ควรกับ ความคารวะของผู้อื่น มนุษย์ได้กลายเป็นศัตรูที่ร้ายกาจ ที่สุดของมนุษย์ เพราะมนุษย์เห็นห่างจากสัจธรรม อันเป็นเหตุทำให้ความเป็นมนุษย์ของเขาหมดไป ด้วย เหตุนี้ เราจึงพบว่ามนุษย์ทั่วโลกมีความกินแหนงระ แคลงใจ มีความหวาดกลัว และเป็นศัตรูกัน และด้วย Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More