ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความจริงข้อนี้ในชีวิตการเมืองและการสังคม ตราบนั้น
คนชั่วจะไม่หยุดยั้งการประกอบกรรมชั่ว ไฟแห่งความ
ขัดแย้งระหว่างประเทศชาติจะไม่มอดดับ ความทารุณ
พระศรีศากยทศพลญาณฯ พุทธมณฑล
เหตุดังกล่าว จึงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องวิงวอนต่อ
บุรุษผู้สูงสุดว่า “ได้โปรดปรากฏพระองค์เพื่อที่
บุรุษจะได้ปรากฏตน”
พุทธเทวะได้ทรงประทานอนุศาสน์ไว้ว่า จงชนะ
ความโกรธด้วยความเมตตา โลกได้เห็นสงคราม
อันสยดสยองสงบลงเมื่อไม่ช้าไม่นานมานี้เอง ชัยชนะ
ที่คู่สงครามฝ่ายหนึ่งได้รับในครั้งกระนั้นเป็นชัยชนะ
อันเกิดจากแสนยานุภาพ แต่เพราะการบังคับโดยพลการ
มิใช่เป็นที่มาของพลังอันสูงสุดของมนุษย์ ชัยชนะนั้น
จึงไม่ปรากฏว่าบรรลุผล หากเป็นชัยชนะที่กำลังหว่านพืช
แห่งความแตกร้าวให้เกิดขึ้นใหม่ อำนาจของมนุษย์นั้น
เกิดจากความเมตตากรุณา ความเป็นเดรัจฉานในมนุษย์
ยังไม่หมดสิ้น จึงไม่อำนวยให้มนุษย์ได้ตระหนักใน
สัจธรรมข้อนี้ พระบรมศาสดาทรงตระหนักถึงสัจธรรม
ข้อนี้จึงทรงตรัสไว้ว่า ความโกรธทั้งมวลนั้นไม่ว่าจะ
เป็นความโกรธของตนเองหรือของผู้อื่น จะต้อง
เอาชนะด้วยความไม่โกรธ จนกว่ามนุษย์จะปฏิบัติ
ตนตามคำสอนข้อนี้ได้ ชีวิตของเขาจะประสบก็แต่ความ
ล้มเหลว ชัยชนะอันเกิดจากความโกรธและความ
อาฆาตโดยอาศัยพลการเข้าบังคับ จะไม่ยังให้
เกิดสันติภาพ เพราะสันติภาพจะเกิดได้ก็ด้วยความ
เมตตาปรานีเท่านั้น ตราบใดที่มนุษย์ยังไม่ยอมรับ
โหดร้ายของคุกตะรางและเขี้ยวเล็บอันน่ากลัวของกอง
ทหารจะทำให้ชีวิตระทมทุกข์มากยิ่งขึ้น กล่าวโดยสรุป
ก็คือ ความทุกข์โทมนัสทั้งปวงที่ได้พรรณนามานี้จะ
ไม่มีทางสิ้นสุด
เพราะฉะนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่เราทั้งหลายจะต้อง
ระลึกถึงพระผู้ซึ่งทรงพยายามตักเตือนให้เราตระหนัก
ถึงความโง่เขลาที่จะหวังความสำเร็จได้ด้วยการใช้
ความรุนแรง พระองค์ทรงย้ำว่า จะชนะความโกรธ
ได้ก็ด้วยความเมตตา ในโลกปัจจุบันซึ่งศักดิ์ศรีของ
มนุษย์ได้เสื่อมลงโดยทั่วไป สมควรอย่างยิ่งที่เราจะ
ต้องเปล่งวาจาว่า “พุทธัง สรณัง คัจฉามิ" พระผู้
ทรงสำแดงอุดมการณ์ของ “บุรุษ” ให้ประจักษ์แจ้ง
ด้วยพระจริยวัตรของพระองค์เอง จะทรงเป็นสรณะ
ของพวกเรา พระองค์ทรงประทานอนุศาสน์ว่า ความ
หลุดพ้นมิใช่เป็นการปฏิเสธ หากเป็นการยืนยันที่
มีความจริงแท้แน่นอน พระองค์ทรงย้ำว่า ความ
หลุดพ้นมิใช่เกิดจากการนิ่งเฉยไม่กระทำอะไร
หากเกิดจากการอุทิศตนด้วยการกระทำที่ถูกต้อง
ความหลุดพ้นมิใช่เกิดจากความไม่โกรธ ไม่ปองร้าย
อย่างเดียว หากเกิดจากการประพฤติปฏิบัติความ
เมตตาปรานีต่อสรรพชีวิต ในยุคนี้ซึ่งเป็นยุคที่เรา
ทั้งหลายมีความมืดบอด ด้วยเหตุแห่งความเห็นแก่ตัว
และความโลภอันร้ายกาจหาที่สิ้นสุดมิได้ เราขอยึด
พระพุทธองค์เป็นสรณะ พระพุทธองค์ผู้เสด็จมา
สู่โลกเพื่อทรงเผยให้เห็นอัตตะอันแท้จริงของบุรุษ
สากลในพระวรกายของพระองค์เอง
(ข้างต้นนี้เป็นสุนทรพจน์ของรพินทรนาถ ฐากร แสดง
ณ หอประชุมธรรมราชิกวิหาร ของสมาคมมหาโพธิ์ นครกัลกัตตา
ประเทศอินเดีย ในพิธีฉลองวันวิสาขบูชาที่ ๑๘ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๔๗๘ รพินทรนาถ ฐากร ได้แสดงไว้เป็นภาษาเบงกาลี
ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย นายโสมนาถ ไมตระ ต่อมา
สุนทรพจน์นี้ได้นำลงตีพิมพ์ในวารสาร “Maha Bodhi” ประจำ
เดือน พ.ย. - ธ.ค. พ.ศ. ๒๕๐๖)
C
Kalyanamitra.org
93