ข้อความต้นฉบับในหน้า
๗๒
แล้วรับทราบทั่วกันในที่ประชุมนั้น
ว่าตกลงกันอย่างนี้ แล้วก็มีการท่อง
ในชั้นเดิมการ
จำนำสืบต่อ ๆ มา
สังคายนาปรารภเหตุความมั่นคงแห่ง
พระพุทธศาสนา จึงจัดระเบียบหมวด
หมู่พระพุทธวจนะไว้ ในครั้งต่อ ๆ มา
ปรากฏมีการถือผิดตีความหมายผิด ก็มี
การชำระวินิจฉัยข้อที่ถือผิด ตีความ
หมายผิดนั้นชี้ขาดว่าที่ถูกควรเป็นอย่าง
ไร แล้วก็ทำการสังคายนา โดยการ
ทบทวนระเบียบเดิมบ้าง เพิ่มเติมของ
ใหม่อันเป็นทำนองบันทึกเหตุการณ์บ้าง
จัดระเบียบใหม่ในบางข้อบ้าง ในชั้น
หลัง ๆ เพียงการจารึกลงในใบลาน การ
สอบทานข้อผิดในใบลาน ก็เรียกกันว่า
ปาฏิโมกข์เป็นการทบทวนความจำของ
ที่ประชุมสงฆ์ทุกกึ่งเดือน เกี่ยวกับข้อ
ปฏิบัติทางพระวินัย ส่วนการสังคายนา
ไม่มีกำหนดว่าต้องทำเมื่อไร โดยปกติ
เมื่อรู้สึกว่าควรจัดระเบียบชำระข้อถือผิด
เข้าใจผิดได้แล้ว ก็ลงมือทำตามโอกาส
อันควร แม้เมื่อรู้สึกว่าไม่มีการถือผิด
เข้าใจผิด แต่เห็นสมควรตรวจสอบชำระ
พระไตรปิฎก แก้ตัวอักษร หรือข้อความ
ที่วิปลาสคลาดเคลื่อน ก็ถือกันว่าเป็น
การสังคายนา ดังจะกล่าวต่อไป
ปัญหาเรื่องการนับครั้งใน
การทําสังคายนา
ในปัจจุบันนี้ ทางประเทศพม่าถือ
ว่า ตั้งแต่เริ่มแรกมามีการทำสังคายนา
ทั่วไป
๒. การนับครั้งสังคายนาของ
ลังกา
๓. การนับครั้งสังคายนาของ
พม่า
๔. การนับครั้งสังคายนาของไทย
๕. การสังคายนาของฝ่ายมหา
ยาน
ในการรวบรวมเรื่องนี้ ผู้เขียนได้
อาศัยหลักฐานจากวินัยปิฎกเล่ม ๗
พร้อมทั้งอรรถกถา, จากหนังสือมหาวงศ์,
สังคีติยวงศ์ และบทความของท่าน B
Jinahanda ในหนังสือ ๒๕๐๐ Years
of Buddhism ซึ่งพิมพ์ในโอกาสฉลอง
๒๕ พุทธศตวรรษในอินเดียและหนังสือ
อื่น ๆ
รวม 5 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่ 5 พม่า การนับครั้งสังคายนาที่รู้
จัดทำเป็นการใหญ่ ในโอกาสใกล้เคียง
กับงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ แล้ว
ฉลองพร้อมกันทีเดียว ทั้งการสังคายนา
ครั้งที่ 5 และงานฉลอง ๒๕ พุทธศต
วรรษ แต่ตามหลักฐานของพระเถระฝ่าย
ไทย ผู้รจนาหนังสือเรื่องสังคีติยวงศ์
หรือประวัติศาสตร์การสังคายนา กล่าว
ว่า สังคายนามี ๔ ครั้ง รวมทั้งครั้งที่
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ทรงกระทำในรัชสมัยของพระองค์ คือ
การสอบทานแก้ไขพระไตรปิฎก แล้ว
สังคายนา ไม่จำเป็นต้องมีเหตุการณ์ | จารลงในใบลานเป็นหลักฐาน
ถือผิด เข้าใจผิดเกิดขึ้น แต่ความจริง
เมื่อพิจารณารูปศัพท์แล้ว การสังคายนา
โดยเหตุที่ความรู้เรื่องการสังคายนา
ย่อมเป็นเรื่องสำคัญในความรู้เรื่องความ
ก็เท่ากับการจัดระเบียบ การปัดกวาดให้ เป็นมาแห่งพระไตรปิฎก เพราะฉะนั้น
สะอาด ทำขึ้นครั้งหนึ่งก็มีประโยชน์ | จะได้รวบรวมมติของประเทศต่าง ๆ
ครั้งหนึ่ง เหมือนการทำความสะอาด เกี่ยวกับการทำสังคายนา และปัญหา
การจัดระเบียบที่อยู่อาศัย
การสังคายนาจึงต่างจากการสวด
ปาฏิโมกข์ ในสาระสำคัญที่ว่าการสวด
เรื่องการนับครั้งมารวมเป็นหลักฐานไว้
ในที่นี้ รวมเป็น ๕ หัวข้อ คือ :-
๑. การนับครั้งสังคายนาที่รู้กัน
กันทั่วไป
การนับครั้งสังคายนาที่รู้กันทั่ว
ไปก็คือ สังคายนาครั้งที่ ๑ ที่ ๒ และที่
๓
ซึ่งทำในอินเดียอันเป็นของฝ่ายเถร
วาท กับอีกครั้งหนึ่งในอินเดียภาคเหนือ
ซึ่งพระเจ้ากนิษกะทรงอุปถัมภ์ อันเป็น
สังคายนาผสม รวมเป็น ๔ ครั้ง แต่
ฝ่ายเถรวาทมิได้รับรู้ในการสังคายนา
ครั้งที่ ๔ นั้น (ดูข้อความในการสังคาย
นาของนิกายสัพพัตถิกวาท ซึ่งจะนำมา
พิมพ์ในฉบับต่อไป) เพราะการสืบสาย
ศาสนาแยกกันคนละทาง ตลอดจนภาษา
ที่รองรับคัมภีร์ทางศาสนาก็ใช้ต่างกัน
คือของเถรวาทหรือศาสนาพุทธแบบที่
ไทย พม่า ลังกา เขมร ลาว นับถือใช้
ภาษาบาลี ส่วนของฝ่ายมหายานหรือ
ศาสนาพุทธแบบที่ญี่ปุ่น จีน ธิเบต ญวน
และเกาหลีนับถือ ใช้ภาษาสันสกฤต
ในสมัยที่ตำราภาษาสันสกฤตสาบสูญ
Kalyanamitra.org