ข้อความต้นฉบับในหน้า
.
ner) ซึ่งมีรายละเอียดภาคพื้นดินแค่ ๐ เมตร ใน
ระหว่างที่ทรงศึกษา ก็ทรงทดลองใช้ข้อมูลนี้ศึกษา
พื้นที่ที่จังหวัดนราธิวาส ปรากฏว่าข้อมูลหลายอย่างไม่
เป็นไปตามที่เป็นจริงตามธรรมชาติ สาเหตุสำคัญเมือง
จากว่า
ไม่ดีพอ
๑. ระบบคอมพิวเตอร์ขณะนั้น การจำแนกยัง
๒. ความละเอียดของข้อมูลขณะนั้นยังไม่ดีพอ
ก็เป็นไปได้
เมื่อปี ๒๕๓๐ มีดาวเทียมส่งขึ้นไป ปรากฏ
ว่าสถานีของเราไม่สามารถรับข้อมูลได้ ข้อมูลนี้จะมี
รายละเอียด ๓๐ เมตร จนกระทั่งสภาวิจัยแห่งชาติ
สามารถ Up Grade สถานีจนรับข้อมูลได้รายละเอียด
มากกว่า จำนวนช่วงคลื่นแสงก็มากกว่า สมเด็จ
พระเทพฯ ก็ทรงเห็นว่า
๑. เรื่องสถานีรับข้อมูล ปัจจุบันจะรับอยู่ตลอด
เวลา และต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์และสัญญาณเป็นประจำ
ทุกปี ไม่ว่าเราจะใช้หรือไม่ก็ตาม
๒. เนื่องจากข้อมูลนี้มีจํานวนช่วงคลื่นแสง
มากกว่าคราวที่แล้ว คราวก่อนนี้ระบบ เอ็ม เอส
เอส มีเพียง ๔ ช่วงคลื่น แต่ระบบใหม่นี้มีถึง ๓ ช่วง
คลื่น
๓. ราคาของค่าใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในระยะแรก ประเทศไทยตกลงกับสหรัฐ
อเมริกาเพียงแค่หลัก ๔ ต่อมาก็มีการเก็บค่าใช้จ่าย
ระยะหลังก็มีค่าลิขสิทธิ์เข้ามา ถ้าสมมติว่าผู้ใช้จะ
น่าข้อมูลมาใช้ * แบนด์ (Band) หรือ ๗ ช่วงคลื่นแสง
ค่าใช้จ่ายก็จะสูงมาก ความจําเป็นในเรื่องการศึกษา
ทรัพยากรธรรมชาติแต่ละอย่าง แต่ละชนิดอาจต้องการ
ข้อมูลแต่ละช่วงคลื่นแตกต่างกันไป เช่น จะศึกษาเกี่ยว
กับเรื่องนาข้าว อาจไม่จำเป็นต้องใช้ ๒ ช่วงคลื่น อาจ
ใช้เพียง ๑-๒ ช่วงคลื่นแสงก็พอ หรืออย่าง กษา
ยางพาราซึ่งมีมากในจังหวัดภาคใต้ อาจใช้เพียง ๑
ช่วงคลื่นแสง เพราะฉะนั้นผู้ใช้สามารถเลือกใช้ช่วง
คลื่นแสงให้ถูกต้องกับชนิดของทรัพยากรที่ต้องการ
ศึกษาจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก สมมติจะซื้อ
ข้อมูล ๗ ช่วงคลื่นแสง ปรากฏว่าต้องใช้จริงเพียง ๑
ช่วงคลื่นแสง 5 ช่วงคลื่นแสงก็ต้องจ่ายฟรี ไม่ได้
ใช้ประโยชน์อะไร
ถ้าสมมติเลือกช่วงคลื่นใดช่วงคลื่นหนึ่งเพื่อ
ศึกษา ปัญหาที่ติดตามมาคือ ช่วงคลื่นแสงแต่ละช่วง
คลื่นที่มีอยู่นั้น มันให้ความถูกต้องในการศึกษา
ทรัพยากรแต่ละชนิดมากน้อยเพียงใด เช่น แบนด์ที่
• อาจจะศึกษาสําหรับป่าบางชนิด แต่ให้รายละเอียด
Got ถ้าแบนด์ที ๒ เข้ามาช่วยศึกษาพืชชนิดเดียวกัน
อาจให้ความถูกต้องเพิ่มขึ้นมา ๕๕ เป็น ๑๕% ส่วนที่
เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับจำนวนเงินที่ต้องซื้อไปเกือบ
หมื่นบาทคุ้มกันหรือปล่าว อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ
มาก เมื่อเป็นอย่างนี้ปัญหาที่ติดตามมาก็คือ ความ
สามารถของดาวเทียมนี้สามารถเอาข้อมูลมาซ้อนทับ
กันได้ ให้ความถูกต้องเพิ่มมากขึ้นได้ ภายในขอบเขต
จํากัด ก็อยากทราบว่า
Q.
ให้ความถูกต้องมากแค่ไหน
๒. ถ้าต้องการความถูกต้องมากกว่านั้น จะหา
แบนด์ไหนมาช่วยให้ความถูกต้องมากขึ้น โดยมีข้อ
จํากัดว่าให้ลดค่าใช้จ่ายมากที่สุด ได้ผลตอบแทนที่ดีที
สุด
ทรงพระราชดำริว่างานลักษณะนี้ยังไม่มีใครที่
จะมาศึกษา เป็นงานทางวิทยาศาสตร์จริง ๆ การ
ศึกษาทําได้ลำาบากมาก เพราะว่าดาวเทียมซึ่งผ่าน
ประเทศไทยทุก ๑๖ วัน จำเป็นต้องเก็บข้อมูลให้
ตรงกับเวลาที่ดาวเทียมผ่าน ก็ทรงเสนอโครงการวิจัย
ขึ้นเพื่อใช้สําหรับศึกษาดาวเทียม โดยเน้นดาวเทียม
ของสหรัฐอเมริกาที่เรียกว่าระบบ Termetie Metry
(T.M.) และให้รายละเอียดภาคสนามทุก ๓๐-๓๐
ตารางเมตรนี้ เมื่อได้รับการแก้ไขเชิงเรขาคณิต ก็จะ
เหลือเพียง ๒๕๔๒๕ ตารางเมตร
สมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงเอาข้อมูลจาก
ดาวเทียมไปใช้งานด้านใดบ้างคะ?
"ลำาดับแรกที่ทรงศึกษาคือ พื้นที่ป่าไม้ ที่
เป็นป่าทีบทางด้านภาคใต้ เนื่องจากมีการบุกรุก
ทำลายพื้นที่และมีการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าด้วย เพราะ
ฉะนั้นสมเด็จพระเทพฯก็ทรงสนพระทัยว่า ดาวเทียมนี้
สามารถใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า
สามารถศึกษารายละเอียดพื้นที่ป่าได้มาก แล้วยังทรง
ค้นพบ ชชนิดหนึ่งเรียกว่า ต้นมะยัง เป็นไม้ใหญ่ยืนต้น
ทรงพุ่ม ใบมีขน ไม้ประเภทนี้เป็นไม้เบิกนำ หลังจาก
ที่ป่าถูกทำลาย ตอนนี้สภาพป่าเหลือแต่ทุ่งหญ้า ถ้า
ต้องการให้สภาพป่ากลับคืนเข้าสู่สภาพเดิมอีก ต้นนี้ก็
จะเป็นคล้ายไม้เบิกน่า ซึ่งสามารถหาได้จากภาพถ่าย
จากดาวเทียมว่าต้นไม้นี้มีกระจายอยู่ที่ใดบ้าง ถ้าเมื่อ
ทราบสถานที่ก็สามารถนำมาขยายพันธุ์ได้ และนำ
กลับไปปลูกในพื้นที่ได้ นี่เป็นเรื่องของป่าไม้
ถ้าเป็นเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำ ก็ปรากฏว่า
ในพื้นที่ก็มีปัญหาอยู่ประจำคือ น้ำท่วม เรื่องน้ำท่วม
นี้เป็นเรื่องใหญ่มาก อีกเรื่องคือเรื่องคุณภาพของน้ำ
ซึ่งเป็นกรดมาก การใช้ดาวเทียมศึกษาตอนแรกพบว่า
ข้อมูลดาวเทียมไม่สามารถแยกประเภทของน้ำได้
ซึ่งผิดจากพื้นที่อื่นมาก พื้นที่อื่นเรื่องน้ำสามารถ
ศึกษาได้ง่าย แต่ปรากฏว่าพื้นที่ที่ทรงงานวิจัยกลับท่า
ไม่ได้ คือไม่สามารถจะให้คอมพิวเตอร์จำแนกประเภท
ของน้ำได้ ว่าน้ำใส น้ำอุ่น น้ำสะอาด หรือน้ำไม่สะอาด
ทรงพบว่าน้ำในพื้นที่นั้นเป็นสีดำเหมือนกาแฟ ก็
พยายามเก็บข้อมูลให้ตรงกับเวลา เอาลักษณะการ
สะท้อนแสงของน้ำที่เป็นจริง ในขณะที่ดาวเทียม
ผ่าน แล้วเอามาใส่คอมพิวเตอร์ ให้คอมพิวเตอ งัด
จําแนก ในตอนแรกคอมพิวเตอร์จัดไม่ได้ เพราะมัน
มั่วมาก ก็ให้คอมพิวเตอร์จัดใหม่ ซึ่งก็สามารถทำได้
เป็นเรื่องที่น่าปี
ลักษณะของน้ำในภาคใต้ โดยเฉพาะที่พรุ
โต๊ะแดง น้ำเป็นกรดและสีดำ สามารถที่จะจำแนกได้
ถ้าสามารถจําแนกชนิดของน้ำได้ ดูว่าน้ำมีคุณภาพ
อย่างไรแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์ในแง่การนำมาใช้ใน
พื้นที่การเกษตร ซึ่งมีอยู่มากในพื้นที่นั้นเหมือนกัน
ส่วนน้ำที่อยู่ตามทะเลสาบน้ำเค็ม ไม่ค่อยมี
ปัญหาเท่าไร น้ำเค็มสามารถจำแนกได้ ก็จัดว่าเป็น
ประโยชน์
อีกพื้นที่หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของน้ำก็คือ
พื้นที่บริเวณเกาะสะท้อน จังหวัดนราธิวาส และตาม
พื้นที่ต่าง ๆ ที่กรมชลประทานนำมาใช้ในด้านการ
เกษตร ก็สามารถที่จะศึกษาได้เช่นเดียวกัน เพราะ
ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ในอนาคตการใช้น้ำเพื่อการ
เกษตร โดยเฉพาะการผลิตข้าวบริเวณเกาะ
สะท้อน ก็สามารถใช้ข้อมูลจากดาวเทียมได้
เพราะข้อมูลจากดาวเทียมนี้จะช่วยบอกว่าดินตรง
ไหนมีน้ำมากน้ำน้อย ตรงไหนดินชื้นดินเปียกก็
สามารถบอกได้
สามารถนำเอาน้ำมาช่วยในการชลประทาน
ได้ ถ้าน้ำแห้งก็เอาน้ำจากชลประทานเข้าไปช่วยได้
อีกเรี่องเป็นเรื่องการเกษตรโดยตรง คือ เรื่อง
นาข้าวกับยางพารา ในพื้นมาข้าวปรากฏว่า หลัง
จากที่ชาวบ้านบางแห่งเข้าไปบุกเบิกพื้นที่ในดินซึ่งเป็น
ดินขอบพรุ ดินเป็นกรดจัด ปลูกข้าวได้เพียงปีหนึ่ง
หรือสองปี ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็ต้องทิ้ง จึง
เกิดนาข้าวหลายประเภทขึ้นมา คือนาข้าวที่ทำได้เป็น
ประจำและนาข้าวที่เป็นนาร้าง ปัจจุบันนี้ได้เป็นทุ่ง
หญ้าไปหมดแล้ว ดาวเทียมที่ใช้ศึกษาก็สามารถ
จะแยกได้ว่าตรงไหนเป็นนาข้าวที่ทำเป็นประจำ
ตรงไหนเป็นนาข้าวที่เป็นปัญหา เรื่องดินเป็นกรด
หรือมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมก็สามารถแยกได้
เมื่อสามารถแยกได้ สมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงตรวจ
กั ล ย ว ณ ม ค ร ส
Kalyanamitra.org