ข้อความต้นฉบับในหน้า
วันหนึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองพระนคร ชาวบ้านชาวเมืองต่างตกแต่งบ้านเรือน ถนนหนทางต่าง ๆ
ให้งดงาม ช้างทรงได้รับการตกแต่งด้วยเครื่องทอง และแพรพรรณอันวิจิตรงดงามสำหรับพระเจ้าพรหมทัต
ประทับเลียบพระนคร
ในขณะที่พระเจ้าพรหมทัตเสด็จขึ้นช้างทรงนั้น พระองค์โปรดให้สุสีมะปุโรหิตนั่งบนหลังช้าง
ในที่นั่งด้านหลังพระองค์ด้วย
ในขณะที่กำลังเสด็จเวียนรอบเมืองอยู่นั้น พระราชมารดาของพระเจ้าพรหมทัตประทับอยู่ใน
พระบรมมหาราชวัง พระนางทอดพระเนตรเห็นสุสีมะปุโรหิต ก็มีจิตใจรักใคร่หลงใหลตั้งแต่วินาทีนั้น
ความรักเข้ารุมเร้าพระทัยของพระราชมารดาอยู่เพียงลำพัง พระนางไม่อาจตรัสถึงความรู้สึกนี้
แก่ใคร ๆ ได้ ยิ่งนับวัน ความทุกข์ทรมานก็ยิ่งกัดกร่อนพระทัยของนางมากยิ่งขึ้น จนพระวรกายซูบผอม
ไม่เป็นอันเสวย ไม่เป็นอันบรรทม ในที่สุดก็ประชวร
พระเจ้าพรหมทัตทรงกังวลพระทัยในอาการของพระราชมารดายิ่งนัก แม้หมอหลวงทั้งหลาย
ก็สิ้นความสามารถจะเยียวยารักษาได้เพราะพระวรกายของพระนางนั้นไม่ปรากฏว่าป่วยไข้ด้วยโรคอะไร ๆ
เลย
วันหนึ่ง พระเจ้าพรหมทัตทรงปรารภกับพระอัครมเหสีว่า
“น้องรัก พี่เป็นห่วงเสด็จแม่เหลือเกิน ไม่ทราบว่าท่านเป็นอะไร โรคภัยไข้เจ็บก็ไม่มี เมื่อโรคทาง
กายไม่มี ก็เหลือเพียงโรคทางใจเท่านั้น พี่คิดว่า การที่เสด็จแม่ผ่ายผอมตรอมใจครั้งนี้ คงจะต้องมีสาเหตุ
อย่างใดอย่างหนึ่งที่ไม่อยากจะบอกใคร ๆ แต่ว่าถ้าเป็นคนใกล้ชิดมาก ๆ หรือเป็นผู้หญิงด้วยกันแล้ว เสด็จแม่
อาจจะพูดระบายความคับอกคับใจให้ฟังก็ได้ เราจะได้หาวิธีช่วยเหลือท่าน
“ถ้าอย่างนั้น น้องจะเข้าเฝ้ากราบทูลถามเสด็จแม่ให้เองเพคะ” พระอัครมเหสีรับคำ
พระอัครมเหสีเข้าเฝ้าพระราชมารดาบ่อย ๆ กราบทูลถามถึงอาการป่วยไข้ นางเข้าไปใกล้ชิด
สนิทสนม ทรงประคับประคองด้วยความห่วงใย ทรงชักชวนพูดคุยด้วยความรักและปรารถนาดี เมื่อมีโอกาส
ก็กราบทูลถาม
กั ล ย า ณ ม ต ร ๒๓