ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรามาลอง
ลา
1
เข้าใจโดยสังเขปเสียก่อน ก่อนที่จะเข้าไปเรื่อง "ธรรมกาย" เพราะว่าเรื่องนี้ค่อนข้าง
จะซับซ้อนสักนิดหนึ่ง ถ้าไม่เข้าใจพื้นเพประวัติพุทธศาสนาแล้ว ก็จะเข้าใจเรื่อง
ธรรมกายได้ยากเต็มที่เพราะเต็มไปด้วยศัพท์แสงทางวิชาการมากมาย
ที่มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกของไทยเราบ้าง คำว่า “ธมฺมกาย” นั้น ปรากฏเพียง ๓ แห่ง
เท่านั้นในพระไตรปิฎกบาลี ทั้งหมดอยู่ในพระสูตร ไม่มีในพระวินัยหรือพระอภิธรรมเลย
ครั้งแรกที่ปรากฏคือ อยู่ในพระสูตรทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ฉบับบาลี พิมพ์ปี ๒๕๒๕
หน้าปกสีเหลือง อยู่หน้า ๙๒ บรรทัดที่ ๗ ข้อที่ ๕๕ มีความว่า
ตถาคตสฺส เหตุ วาเสฏฐา อธิวจน์ ธมฺมกาโย อิติปิ พรหมกาโย อิติปิ ธมฺมภูโต
อิติปิ พฺรหฺมภูโต อิติปิฯ
ดูก่อน วาเสฏฐะ อันว่า คำว่าธรรมกายก็ดี พรหมกายก็ดี ธรรมภูติ ผู้ที่เป็นธรรมก็ดี
หรือพรหมภูตะ ผู้ที่เป็นพรหมก็ดี นี้แหละเป็นชื่อของเราตถาคต
นี้เป็นครั้งแรกที่คำว่าธรรมกายปรากฏในพระสูตรของเรา ความหมายนั้นก็ตีความ
ให้ออกเป็นลักษณะที่ว่า เป็นกายตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็คงจะยากเต็มที่
เพราะบอกว่านี่เป็นเพียงชื่อ
ต่อมาในพระสูตรอีกเช่นเดียวกัน ขุททกนิกาย อปทาน เล่มที่ ๓๒ ข้อ ๑๓๙
หน้า ๒๔๓ บรรทัดที่ ๑ มีความว่า
ธมฺมกายบุญ ที่เปนติ เกวล์ รัตนากร วิโกเปต น สกุโกนติ โก ทิสวา นปุปสิทธิฯ
คราวนี้ก็มี ความคลาดเคลื่อนนิดหน่อย ในเรื่องคัมภีร์พระไตรปิฎกของเรา บังเอิญ
มีคำบางคำซึ่งมีพระไตรปิฎกของเราก็ดี ของต่างประเทศก็ดีไม่เหมือนกัน ถ้าแปลเป็นความ
ก็จะได้ว่า
บุคคลใดยังธรรมกายให้สว่างแล้วทั้งสิ้น อันเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะทั้งหลาย อันบุคคล
ทั้งหลายไม่มีผู้ใดจะทำร้ายได้ ใครเล่าเมื่อเห็นแล้วจะไม่ปลาบปลื้มยินดีนั้นไม่มี
ครั้งที่ ๓ ปรากฏในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ ขุททกนิกาย เช่นเดียวกัน ข้อ ๑๕๗
หน้า ๒๙๔ บรรทัดที่ ๑๒ เป็นคำพูดของพระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี กล่าวต่อ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันที่พระนางได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ มีความว่า
อานนฺทิโย ธมฺมกาโย มม สวทธิโต ตยาฯ มุหุตต์ ตณฺหาสมณ์ ธีรตว์ ปายโต มยา
ข้าแต่พระสุคต รูปกายของพระองค์นี้ อันหม่อมฉันยังให้เติบโตแล้ว
แต่พระธรรมกายอันน่ารื่นรมย์ของหม่อมฉัน พระองค์ได้ยังให้เติบโตแล้ว
นี่ก็เป็นความจากพระไตรปิฎกของเรา ๓ ครั้งเกี่ยวกับเรื่องธรรมกาย นอกจากนั้นไม่มีอีก
นักเรียนปริยัติทั้งหลายพอมาเจอคำเท่านี้แล้ว ถ้าจะให้ตีความหมายว่า ธรรมกายนั้น
เป็นกายตรัสรู้ธรรม เป็นธาตุธรรมอันบริสุทธิ์ บริบูรณ์ เป็นเนื้อแท้ของความเป็นพระพุทธเจ้า
คือพระพุทธเจ้าตัวจริงนั้นก็ยากเต็มที่ ความหมายแบบที่หลวงพ่อวัดปากน้ำมีความไว้
สำหรับผู้ที่เรียนปริยัติ ก็เลยไม่น่าแปลกใจเลยว่า เขาจะรับไม่ได้
อ่านต่อ ฉบับหน้ว
๖๔ ก ล ย า น ม ต ร
Kalyanamitra.org