ข้อความต้นฉบับในหน้า
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ
พระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย ป.ธ. ๙) ทรงผนวช
เป็นสามเณรเมื่อพระชนมายุ ๑๒ พรรษา ประทับ
ณ วัดสระเกศฯ ทรงศึกษาภาษาบาลีมูลกัจจายน์
เข้าแปลพระปริยัติธรรมสนามหลวง ก่อนทรงอุปสมบท
เป็นพระภิกษุทรงสอบได้ ๕ ประโยค เมื่อสอบได้
5 ประโยคแล้วทรงคิดจะหยุดเรียนหยุดสอบ ความ
ทราบถึงพระกรรณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว จึงรับสั่งให้เจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร
มาอาราธนาให้ทรงเข้าสอบแปลต่อไป จึงทรงเปลี่ยน
พระทัยเข้าสอบแปลสนามหลวง จนทรงสอบได้เป็น
เปรียญ ๙ ประโยครูปแรกในสมัยรัชกาลที่ ๕ ในปี
พ.ศ. ๒๔๔๕
ด้วยความวิริยะอุตสาหะและพระปรีชาญาณนี้
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมี
อจลศรัทธาเลื่อมใสมาก มีรับสั่งให้นำรถยนต์หลวง
มาส่งพระมหาอยู่ ญาโณทโย ถึงยังวัดสระเกศฯ
ที่พำนัก จึงเป็นต้นของพระราชประเพณีให้รถยนต์
หลวงส่งพระมหาเปรียญ สามเณรเปรียญประโยค ๙
ถึงพระอาราม
ความเชี่ยวชาญเยี่ยง “พหูสูต” ที่ทรงแตกฉาน
ในพระปริยัติธรรมนี้ จึงทรงทำหน้าที่เป็นผู้ชำระ
“อฏฐกถา วิภัตปกรณ” และ “สมโมหวิโปทนี
ได้สำเร็จโดยสมบูรณ์
งานสำคัญที่ทรงปฏิบัติคือ การปฏิสังขรณ์
บรมบรรพต (ภูเขาทอง) และโปรดให้ซ่อมแซม
บริเวณพุทธาวาส เฉพาะพระวิหารคดบริเวณ
พระอุโบสถจนสวยงามสง่าปรากฏแก่สายตาของ
ประชาชนทั้งหลาย และชาวต่างประเทศจนบัดนี้
ในฐานะที่ทรงความรู้เชี่ยวชาญแตกฉาน
ทรงได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ให้มีตำแหน่งเป็น
พระคณาจารย์โท ฝ่ายคันถธุระรุ่นแรก นอกจาก
นั้นยังทรงพระปรีชาสามารถ ทรงเป็นผู้รอบรู้
อักขรสมัยทั้งสกสมัยและไพรัชพากย์เป็นอย่างดี
วันที่ 7 มกราคม ๒๕๐๕ ทรงรับภาระเป็น
ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และทรงดำรง
ตำแหน่งประธานกรรมการมหาเถรสมาคม นับเป็น
โอกาสแรกที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ปัจจุบันคือ
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มีผลบังคับใช้
ตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๐๖
ครั้นถึงวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๐๖ ทรง
พระกรุณาโปรดให้สถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จ
พระสังฆราช เนื่องในพระราชพิธีฉัตรมงคล ทรงดำรง
สมณศักดิ์ในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ๒ ปีก็สิ้น
พระชนม์ วันที่สิ้นพระชนม์นั้นตรงกับวันวิสาขบูชาพอดี
คือวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๐๘ ขณะที่พระชนมายุ
ยืนนานถึง ๔๐ พรรษา นับว่าสูงกว่าอดีตสมเด็จ
พระสังฆราชทุกพระองค์
สมเด็จพระสังฆราช
พระองค์ที่ ๑๕
สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่
๑๖
Kalyanamitra.org
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ
พระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) ทรงดำรงตำแหน่ง
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๖ ระหว่างปีพุทธ
ศักราช ๒๕๐๙ ถึงพุทธศักราช ๒๕๑๔ สถิต ณ
วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ประสูติในสกุล
“ศิริสม” อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เมื่อพระชนม์
ได้ ๑๗ พรรษา ทรงบรรพชาเป็นสามเณรวัดมกุฎ
กษัตริยาราม อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ ๒๖
มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม
เมื่ออุปสมบทแล้ว ทรงศึกษาพระปริยัติธรรม
และเข้าสอบใช้เวลา ๑๒ ปี ทรงสอบได้เปรียญธรรม
๙ ประโยค และทรงทำหน้าที่เป็นครูสอนพระปริยัติ
ธรรมควบคู่มาโดยตลอด นอกจากนั้นยังทรงได้รับ
เลือกให้เป็นพระคณาจารย์เอกทางศาสนา เคยได้รับ
ประทานรางวัลจากสมเด็จพระสังฆราช (แพ) เป็น
รางวัลชนะเลิศในการแต่งคาถาอวยพรประเทศไทย
กั ล ย า ณ ม ต ร ๓๙