พระอริยวงศาคตญาณ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 4 หน้า 45
หน้าที่ 45 / 124

สรุปเนื้อหา

เป็นกองทุนบำเพ็ญกุศลถวายวันที่ ๑๖ มกราคมของทุกปี ถึงแม้ว่าพระองค์จะทรง ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นสมณศักดิ์สูงสุดในสังฆมณฑล ก็ตาม การศึกษามาแล้ว ก็จงปฏิบัติให้เป็น ประโยชน์ต่อตนเองและประโยชน์ ต่อส่วนรวม ส่วนชาติ ส่วนพระ ศาสนา อย่าสลัดภาระธุระที่มาถึงตัว และอย่าแส่หาภาระธุระที่ยังมา พระองค์ก็มิได้ทรงถือ ไม่ถึงตัว” พระองค์ คงปฏิบัติพระองค์เสมอต้น เสมอปลายตลอดมา ทรงเป็นกันเอง กับทุก ๆ คน ใครจะเข้าเฝ้าเมื่อใด ก็ได้ แม้จะทรงปฏิบัติพระองค์ตาม แพทย์ถวายคำแนะนำ เพื่อต้องการ ให้ทรงพัก เมื่อทรงทราบก็รับสั่งให้ เขาเข้าเฝ้า โดยรับสั่งว่า “เขามีธุระ อย่าให้เขาเสียเวลา" ทรงถือพระ พุทธภาษิตประจำพระทัยว่า “โลโก ปถมภิกา เมตตา - เมตตาเป็น ธรรมค้ำจุนโลก (ให้อยู่เย็นเป็นสุข) นอกจากทรงมีพระเมตตาต่อ บุคค

หัวข้อประเด็น

- พระอริยวงศาคตญาณ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เป็นกองทุนบำเพ็ญกุศลถวายวันที่ ๑๖ มกราคมของทุกปี ถึงแม้ว่าพระองค์จะทรง ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นสมณศักดิ์สูงสุดในสังฆมณฑล ก็ตาม การศึกษามาแล้ว ก็จงปฏิบัติให้เป็น ประโยชน์ต่อตนเองและประโยชน์ ต่อส่วนรวม ส่วนชาติ ส่วนพระ ศาสนา อย่าสลัดภาระธุระที่มาถึงตัว และอย่าแส่หาภาระธุระที่ยังมา พระองค์ก็มิได้ทรงถือ ไม่ถึงตัว” พระองค์ คงปฏิบัติพระองค์เสมอต้น เสมอปลายตลอดมา ทรงเป็นกันเอง กับทุก ๆ คน ใครจะเข้าเฝ้าเมื่อใด ก็ได้ แม้จะทรงปฏิบัติพระองค์ตาม แพทย์ถวายคำแนะนำ เพื่อต้องการ ให้ทรงพัก เมื่อทรงทราบก็รับสั่งให้ เขาเข้าเฝ้า โดยรับสั่งว่า “เขามีธุระ อย่าให้เขาเสียเวลา" ทรงถือพระ พุทธภาษิตประจำพระทัยว่า “โลโก ปถมภิกา เมตตา - เมตตาเป็น ธรรมค้ำจุนโลก (ให้อยู่เย็นเป็นสุข) นอกจากทรงมีพระเมตตาต่อ บุคคลทั่วไปแล้ว ยังทรงนอบน้อมถ่อม พระองค์ จะทรงแสดงคารวะ ทรงกราบ พระเถระผู้มีอายุพรรษาสูงกว่าพระองค์ โดยไม่คำนึงถึงว่าพระเถระรูปนั้นจะมี สมณศักดิ์ชั้นใดก็ตาม ไม่ได้ทรงถือ พระองค์ว่าเป็นสมเด็จพระสังฆราช ทรงประทานโอวาทเตือนผู้อยู่ใกล้ชิด อยู่เสมอว่า “อย่าเป็นคนโอ้อวด ทำความดีไว้เถิด ความดีจะอวดตัว มันเอง คนโอ้อวดตัวเอง เป็นคน พร่อง เหมือนภาชนะที่ใส่น้ำไม่เต็ม ย่อมจะเขย่าดัง ภาชนะที่ใส่น้ำเต็ม เขย่าไม่ดัง” เมื่อก่อนที่อาตมาจะเดินทางไป ศึกษาต่อที่ประเทศอินเดีย พระองค์ได้ ประทานพระโอวาทเตือนใจไว้ว่า “การไปอยู่ในประเทศอินเดียนั้น คุณจะต้องใช้ธรรมะข้อขันติและ เมตตาให้มาก จึงจะอยู่เป็นสุข ถ้า ขาดขันติและเมตตาแล้ว คุณจะอยู่ พระสิริรัตนสุธี (มนตรี คณิสฺสโร) เลขานุการในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ) สมเด็จ พระสังฆราช เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริย วงศาคตญาณ (วาสนมหาเถระ)สมเด็จ พระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงปฏิบัติพระองค์ด้วยพระทัยที่มั่นคง ทรงพระบารมีเป็นที่น่าเคารพ ศรัทธา เลื่อมใสของพุทธบริษัททุกหมู่เหล่า ตลอดกระทั่งประชาชนชาวไทยทุกเชื้อ และสามารถรับประโยชน์ได้ คือ ตากับหู ทรงรับสั่งให้กับคณะศิษย์ ฟังเสมอว่า มีตาไว้สำหรับดู มีหูไว้ สำหรับฟัง ทรงใช้คุณสมบัติของหู และตานี้ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของ พระองค์มาโดยตลอด อีกประการหนึ่งคือ พระองค์ ทรงถือว่าสิ่งที่อยู่ใกล้พระองค์เป็นครูที่ จะทำให้พระองค์ทรงได้รับประโยชน์ ไม่ได้” เมื่อไปอยู่ประเทศอินเดียแล้ว ก็เป็นความจริงอย่างที่ประทานพระ ชาติและศาสนา โอวาทไว้นั้นทุกประการ เมื่อกลับมา แล้วพระองค์ก็ได้ประทานพระโอวาท ข้อที่น่าประทับใจ คือพระ องค์รับสั่งอยู่เสมอว่า สิ่งที่สำคัญ เป็นแนวทางปฏิบัติไว้ว่า “คุณสำเร็จ | ในชีวิตที่สามารถทำให้พระองค์รู้ โดยทรงรับสั่งว่า สมัยเป็นเด็กทรงปรับ พื้นดินให้เรียบ ใช้เศษไม้ต่างดินสอ แล้วเขียนพระนามลงบนแผ่นดินนั้น หรือจะมีข้อความใดที่ได้ทรงเล่าเรียน ศึกษา ก็จะฝึกหัดโดยเขียนบนแผ่นดิน เสมอมา จึงเป็นนิมิตที่สำคัญที่ทำให้ พระองค์ได้ขึ้นสู่ฐานะแห่งความเป็นกวี หรือนักเขียนในโอกาสต่อมา พระปฏิปทาของพระองค์ ในการสัมผัสหรือรับทราบเรื่องราว ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จะทรงสนพระทัย เรื่องราวของทุกคนที่มาเล่ามาบอก ให้ฟัง แล้วทรงรับไว้พิจารณาศึกษา มิได้ทรงตัดสินพระทัยโดยทันทีทันใด สิ่งใดที่เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ ส่วนรวม ก็จะทรงบันทึกสิ่งนั้นไว้ ทรงได้บันทึกไว้หลายเรื่อง เป็น เรื่องเฉพาะ เรื่องที่บันทึกไว้ใน บันทึกส่วนพระองค์คือ “สมุดปกดำ” บทพระนิพนธ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับ เรื่องธรรมะนั้น ทรงประทานปัญญา หรือแสงสว่างแก่พุทธศาสนิกชน ด้วย ความที่ตรงต่อพระธรรมวินัย และทรง สนพระทัยต่อการศึกษา การเขียนโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เพราะเป็นสมัย ที่บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองใน เรื่องโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน สมัย ก่อนถือว่าเป็นการแสดงภูมิชั้นของ ปัญญา จึงทรงเขียนมาโดยตลอด ทรง ฝึกทุกวันทรงใช้หัวข้อว่า กลอนปฏิทิน คือทุกวันจะต้องมีคำกลอนสอนใจ พระองค์ประสงค์ที่จะสอนใจพระองค์ เองด้วย แต่ก็ให้ประโยชน์อันมหาศาล แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย การงานต่าง ๆ ที่เราคณะเลขา นุการมีโอกาสได้รับสนองพระเดช พระคุณนั้น ก็ได้รับพระเมตตาทรง แนะวิธีปฏิบัติเสมอมา ทำให้คณะ ของเลขานุการในเจ้าพระคุณสมเด็จนั้น สบายใจที่ได้รับพระบารมี ทำให้การ ปฏิบัติงานของคณะเราเป็นไปได้เหมือน ที่ทรงประสงค์ พวกเราได้รับพระบารมี เป็นเครื่องเกื้อกูลมาตลอด อ่านต่อหน้า ๗๓ กั ล ย า ณ ม ต ร ๔๓ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More