ข้อความต้นฉบับในหน้า
อปริหานิยธรรมข้อ ๓.
ไม่บัญญัติสิ่งใหม่ ไม่ล้มล้างของเก่า
เครื่องทำลายความสามัคคีของหมู่คณะ ทดลองพิสูจน์แล้วว่าเหมาะสมในเวลานั้น
อีกอย่างหนึ่งที่น่ากลัว คือการล้มล้างกฎ
ระเบียบที่หมู่คณะตั้งไว้แต่เดิม แล้วพยายาม
ชักนำสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา มองเผิน ๆ อาจหลง
เข้าใจว่า คนที่นำวิธีปฏิบัติใหม่ ๆ เข้ามานั้น
เป็นคนทันสมัย เป็นคนมีหัวสร้างสรรค์ แต่
จริงๆแล้ว เขาอาจเป็นคนนำความหายนะมาให้
เพราะทำให้หมู่คณะเรรวน ไม่รู้จะปฏิบัติ
อย่างไร
ระเบียบวินัย คือสิ่งที่
พิสูจน์แล้ว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงประทาน
อปริหานิยธรรมข้อที่ ๓ ว่า ไม่บัญญัติสิ่งที่
ยังไม่บัญญัติ ไม่ล้มล้างบัญญัติเก่า และให้
ถือมั่นในหลักการที่วางไว้เดิม ข้อนี้อธิบาย
ขยายความได้อีกอย่างหนึ่งว่า ให้เคร่งครัด
ในระเบียบวินัย ประพฤติมั่นอยู่ในธรรมะ
ซึ่งปู่ย่าตาทวดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็น
เวลานาน ไม่ทำอะไรตามอำเภอใจ นึก
อยากจะเพิ่มอะไรก็เพิ่ม อยากจะลดอะไร
ก็ลด หรือหย่อน ๆ ตึง ๆ ไม่คงเส้นคงวา เป็น
แบบผีเข้าผีออก เพราะสิ่งที่ท่านกำหนดให้
ปฏิบัติโดยถือเป็นระเบียบวินัยนั้น ท่านได้
สังคมนั้นถ้าเรายังพิสูจน์ไม่ได้ว่าไม่เหมาะสม
ก็อย่าเพิ่งไปล้มล้างของท่าน
เรื่องนี้ที่วัดพระธรรมกายถือเป็นเรื่อง
สำคัญ วินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีอยู่
กี่ข้อ เราพยายามรักษาให้เคร่งครัดเอาไว้
ไม่ทำตามใจตัว ไม่แน่ใจอะไรเป็นต้องพลิก
พระไตรปิฎกกันทีเดียว
กฎระเบียบวินัยที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ
ภาษีเจริญท่านได้บัญญัติเอาไว้ เราในฐานะ
ลูกศิษย์ของท่านต่างถือปฏิบัติกันมาโดยตลอด
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการนั่งในศาลาฟังธรรม
ท่านให้แบ่งหญิงซ้าย ชายขวา เรื่องนี้ไม่ได้มี
ในวินัยของสงฆ์ แต่ว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำท่าน
บัญญัติไว้เหมาะสมดี เราจึงถือปฏิบัติตาม
เรื่อยมา
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ในการปฏิบัติสมาธิ
นั้นความจริงมีตั้ง ๔๐ วิธี แต่หลวงพ่อวัดปาก
น้ำท่านให้ไว้เพียง ๒ อย่าง คือในเบื้องต้นให้
กำหนดนิมิตเป็นองค์พระ หรือดวงแก้วเท่านั้น
๒
ท่านว่าในการฝึกธรรมะแต่ละวิธีก็มีปัญหา
เฉพาะของวิธีนั้น ๆ ขึ้นไปลองทั้ง ๔๐ วิธีก็เจอ
ปัญหา ๔๐ ปัญหา แค่แก้ปัญหาก็หมดเวลา
แล้วไม่ต้องทำอะไรอีก
สำหรับคำภาวนา ท่านก็ให้ภาวนา
เพียง “สัมมา อะระหัง” ถามว่าอย่างอื่นใช้
ได้ไหม ก็ตอบว่าใช้ได้เหมือนกัน แต่ว่าจะ
ทำให้ยุ่งยากไปเปล่า ๆ เดี๋ยวคนนั้นว่า อิติปิโส
ดี ก็ไปอิติปิโส อีกคนว่า พุทโธ ดี ก็ไปพุทโธ
ตกลงพอนั่งหลับตาจะทำสมาธิ ก็มัวเลือกคำ
ภาวนาอยู่ เลยไม่ไปถึงไหน เปลี่ยนไปเปลี่ยน
มาอยู่จนหมดเวลา
ในเมื่อครูบาอาจารย์ท่านได้ค้นคว้า
เอาไว้แล้วชั่วชีวิต ได้ทดลองพิสูจน์แล้วว่า
อย่างนี้ดี ก็ควรใช้ไปตามนั้นจนกว่าจะมีการ
พบข้อบกพร่อง หรือมีวิธีอื่นใดที่ดีกว่าค่อย
มาว่ากันใหม่
ระเบียบเรื่องการเทศน์การสอนที่วัด
พระธรรมกายก็เช่นกัน เราได้ประชุมตกลงกัน
แล้วว่า ภาคเช้านั่งสมาธิ ภาคบ่ายเป็นการ
เทศน์การสอน ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดมาเราได้
พิสูจน์แล้วว่า การทำอย่างนี้ดี ด้วยเหตุผล
ที่ว่า ในช่วงเช้านั้นอากาศยังแจ่มใสปลอด
โปร่ง ไม่ร้อน ไม่อบอ้าว ทั้งร่างกายก็ยังไม่
เหนื่อยไม่อ่อนเพลีย จึงให้นั่งสมาธิเสียก่อน
1 อุปมาการนั่งสมาธิในตอนเช้าเสมือน
การพรวนดินให้ต้นไม้ ให้ดินร่วนซุยเสีย
ก่อน ส่วนตอนบ่ายจึงค่อยฟังเทศน์ ซึ่งเปรียบ
เสมือนการรดน้ำลงไปในดินที่ร่วนซุยแล้ว
น้ำย่อมไหลซึมดี ต้นไม้ก็ดูดซับน้ำไว้ได้มาก
กั ล ย า ณ ม ต ร ๘๓
Kalyanamitra.org