ข้อความต้นฉบับในหน้า
“เสด็จแม่เพคะ หม่อมฉันสังเกตเห็น เสด็จแม่โศกเศร้าอยู่ลึกซึ้งในพระทัยเหมือนทรงมีเรื่องทุกข์ใจ
หนักใจแสนสาหัสที่ยากจะเอ่ยให้ใคร ๆ รู้ได้ ขอเสด็จแม่โปรดไว้ใจหม่อมฉันซึ่งเป็นลูกผู้หญิงด้วยกัน
เสด็จแม่มีความลับคับอกอันใด โปรดบอกให้หม่อมฉันรับทราบบ้างเถิดเพคะ บางทีหม่อมฉันอาจจะช่วยได้บ้าง
เสด็จแม่อย่าปล่อยให้ความทุกข์กัดกร่อนใจอยู่เพียงลำพังเช่นนี้เลยเพคะ หม่อมฉันเห็นเสด็จแม่เศร้าโศก
หม่อมฉันก็ไม่อาจมีความสุขอยู่ได้เพคะ”
พระอัครมเหสีอ้อนวอน จนพระราชมารดาพระทัยอ่อน จึงตรัสว่า
“แม่ไม่อยากพูดเลย มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น แต่แม่สุดที่จะหักห้ามใจได้.... นับแต่วันที่ฉลอง
พระนคร แม่เห็นสุสีมะปุโรหิตนั่งหลังช้างทรงมากับพระราชา... เขาช่างงดงามเหลือเกิน แม่เฝ้าแต่คิดถึงเขา
ทุกลมหายใจเข้าออก ตั้งแต่วันนั้น... โอ... จะทำอย่างไรดี แม่รู้ว่า เป็นเรื่องไม่สมควร แต่แม่ไม่อาจห้ามใจได้
แม่รู้ว่าไม่มีทางสมหวัง แม่ก็ไม่ว่าอะไร แม่ขอยอมตายเพราะรัก เพราะคิดถึงเขาฝ่ายเดียว....”
จากการที่ได้พูดคุยกับพระราชมารดา พระอัครมเหสีได้นำไปกราบทูลให้พระเจ้าพรหมทัตทรง
ทราบ พระองค์ถึงกับทรงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วทรงรำพึงขึ้นว่า
“...อา ความรัก ช่างมีอานุภาพถึงเพียงนี้เชียวหรือ เสด็จแม่ลืมทุกอย่าง ลืมตน ลืมวัย
ลืมฐานะไปหลงรักสุสีมะปุโรหิต ซึ่งมีอายุเท่าเราผู้เป็นลูก เรารู้สึกละอายใจเหลือเกิน.... เราจะ
ทำอย่างไรดี ระหว่างความอับอายเสียเกียรติยศ และคงจะต้อง....สละราชบัลลังก์ให้สุสีมะกับแม่
ถ้าเราช่วยแม่ กับการปล่อยให้แม่ทุกข์โศกด้วยความรักอย่างนี้ จนตายไปเอง..... ใช่ แม่ต้องตาย
แน่ ๆ เราจะปล่อยให้แม่ตายได้อย่างไร เราจะห่วงตำแหน่ง ห่วงราชสมบัติ ยิ่งกว่าห่วงแม่เชียว
หรือ..."
000
๒๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org
300
0000