ข้อความต้นฉบับในหน้า
เ ล่ า น ท า น ใ ห้ ห ล า น ฟัง
โดย หน้าอี๊ด
ผู้สละราชบัลลังก์
สวัสดีค่ะ หลาน ๆ ที่น่ารักทุกคน
หลาน ๆ คิดว่า การที่ผู้ชายคนหนึ่งจะตัดสินใจบวชตลอดชีวิต จะทำได้ง่ายหรือยากคะ
การบวช เป็นการฝึกฝนอบรมตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่อาจจะทำอะไรที่สบาย ๆ ตามความ
เคยชินได้ สิ่งที่อยากได้ก็อาจจะไม่ได้ สิ่งที่ไม่อยากได้ก็อาจจะต้องพบเจอ และต้องทำตนเป็นตัวอย่าง
แก่คนอื่นอีกด้วย
ก่อนจะบวช ก็ห่วงหน้าพะวงหลัง ห่วงพ่อห่วงแม่ บางทียังแถมห่วงคนที่รักอีก บางครั้งเสียดาย
ตำแหน่งหน้าที่การงานที่กำลังก้าวหน้า เสียดายความรู้ที่อุตส่าห์ลำบากเรียนมาจนจบ
บางคนร่ำรวยมีฐานะดี ก็ห่วงทรัพย์สมบัติ ห่วงบ้านเรือนที่ปลูกอย่างสวยงามน่าอยู่ จะทิ้งมาอยู่ใน
กุฏิหลังคาจากก็ตัดใจไม่ลง
เป็นธรรมดาที่คนเรายิ่งมีมากก็ยิ่งห่วงมาก ใครเลยจะใจเด็ด ตัดใจไม่อาลัยอาวรณ์ง่าย ๆ
จะมีก็คงเพียง “พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” พระองค์เดียวกระมังที่เมื่อสมัยยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ
ก็ทรงตัดอาลัยในราชสมบัติออกบรรพชาได้โดยง่าย ทำไมพระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยได้เด็ดเดี่ยวอย่างนั้น
ความมีพระทัยเด็ดเดี่ยวของพระองค์ มิใช่เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยเมื่อเป็นเจ้าชายสิทธัตถะเท่านั้น
พระองค์ทรงตัดสินพระทัย ตัดอาลัยในราชสมบัติออกบวชมาหลายภพหลายชาติแล้ว น้าอึดจะเล่าให้ฟัง
อีกเรื่องหนึ่งนะคะ
ในสมัยที่พระเจ้า
ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสี ในวันที่พระอัครมเหสีของพระเจ้าพรหมทัต
ประสูติพระโอรสพรหมทัตกุมารนั้น เป็นวันเดียวกับที่ภรรยาหลวงของปุโรหิตให้กำเนิดบุตรชายนามว่า
สุสีมะกุมารเช่นกัน
พระเจ้าพรหมทัตโปรดให้เลี้ยงกุมารทั้งสองด้วยกัน ให้เป็นเพื่อนกันตลอดมา จนกระทั่งทั้งสอง
กุมารเติบโตขึ้น ก็ทรงส่งไปศึกษาศิลปวิทยาในกรุงตักสิลา
ในเวลาต่อมาเมื่อพระเจ้าพรหมทัตสิ้นพระชนม์ พระโอรสพรหมทัตกุมารได้เสวยราชสมบัติ
สืบต่อมา ทรงพระนามว่าพระเจ้าพรหมทัตเช่นเดียวกัน พระเจ้าพรหมทัตทรงแต่งตั้งสุสีมะกุมารให้เป็น
ปุโรหิต ที่ปรึกษาใกล้ชิดของพระองค์
แม้จะอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารประเทศชาติบ้านเมืองแล้วก็ตาม พระเจ้าพรหมทัตและสุสีมะปุโรหิต
ก็ยังสนิทสนมคุ้นเคยกันไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าพระเจ้าพรหมทัตจะเสด็จไปไหน จะทรงกระทำสิ่งใด ก็จะมี
สุสีมะปุโรหิตอยู่เคียงใกล้เสมอ
๒๒ ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org