การพัฒนาพื้นที่เกษตรด้วยข้อมูลดาวเทียม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 4 หน้า 10
หน้าที่ 10 / 124

สรุปเนื้อหา

ดาวเทียมที่ใช้ศึกษาก สามารถจะแยกได้ว่า ตรงไหนเป็นนาข้าวที่ ทําเป็นประจำ ตรงไหน เป็นนาข้าวที่เป็น ปัญหา เรื่องดินเป็น กรดหรือมีปัญหา เกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม ก็สามารถแยกได้ สอบพื้นที่ด้วยพระองค์เอง แล้วพระราชทานแนว พระราชดำริในการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ที่เป็นนาร้าง ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์พิกุลทอง หรือที่ เกษตรจังหวัดว่า ทำอย่างไรจึงจะพัฒนาพื้นที่เหล่า นี้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ นี่ก็เป็นประโยชน์สำคัญของ ดาวเทียม การที่จะไปปรับปรุงหรือพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้น ในเรื่องของทรัพยากรเกษตร สามารถหาพื้นที่ที่เป็น ปัญหาได้ว่าตรงไหนมีพื้นที่เป็นปัญหาอะไร โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ดินเค็ม ดินทราย เราสามารถที่จะใช้ประโยชน์ ได้ เมื่อเราทราบว่ามันอยู่ที่ไหน มีพื้นที่เท่าไร ก็ สามารถเข้าไปถึงพื้นที่ เข้าไปพัฒ

หัวข้อประเด็น

- การพัฒนาพื้นที่เกษตรด้วยข้อมูลดาวเทียม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ดาวเทียมที่ใช้ศึกษาก สามารถจะแยกได้ว่า ตรงไหนเป็นนาข้าวที่ ทําเป็นประจำ ตรงไหน เป็นนาข้าวที่เป็น ปัญหา เรื่องดินเป็น กรดหรือมีปัญหา เกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม ก็สามารถแยกได้ สอบพื้นที่ด้วยพระองค์เอง แล้วพระราชทานแนว พระราชดำริในการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ที่เป็นนาร้าง ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์พิกุลทอง หรือที่ เกษตรจังหวัดว่า ทำอย่างไรจึงจะพัฒนาพื้นที่เหล่า นี้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ นี่ก็เป็นประโยชน์สำคัญของ ดาวเทียม การที่จะไปปรับปรุงหรือพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้น ในเรื่องของทรัพยากรเกษตร สามารถหาพื้นที่ที่เป็น ปัญหาได้ว่าตรงไหนมีพื้นที่เป็นปัญหาอะไร โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ดินเค็ม ดินทราย เราสามารถที่จะใช้ประโยชน์ ได้ เมื่อเราทราบว่ามันอยู่ที่ไหน มีพื้นที่เท่าไร ก็ สามารถเข้าไปถึงพื้นที่ เข้าไปพัฒนาได้ คิดว่าเมื่อโครง การนี้เสร็จสิ้นนี้จะเป็นผลงานใหญ่ของพระองค์ท่าน อันนี้ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายอย่างน้อยได้ ๑ ใน ๒ เท่าขึ้นไป” ไม่ทราบว่าพระองค์ท่านทรงสนพระราช หฤทัยเรื่องเกี่ยวกับดาวเทียมตั้งแต่เมื่อไร “จริง ๆ แล้ว ดาวเทียม ประเทศไทยเริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ พระองค์ทรงสนพระทัยเกี่ยวกับ รีโมทเซนซิ่ง (Remotesencing) คือเป็นเรื่องเกี่ยว กับดาวเทียมและภาพถ่ายต่าง ๆ ทรงศึกษาตั้งแต่ ทรงพระเยาว์ระดับมัธยม แต่ได้ทรงสนพระทัยมาก เมื่อทรงศึกษาระดับปริญญาตรีที่จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย จำเป็นต้องมีการศึกษาภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อใช้ประโยชน์ในการสำรวจทรัพยากร แต่ในขณะ นั้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ประเทศไทยไม่สามารถจะรับ ข้อมูลได้ จำเป็นต้องสั่งข้อมูลจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ ต้องใช้ระยะเวลานานมากหลายเดือนกว่าจะได้ ต่อ มาเราก็มีสถานีรับที่ลาดกระบัง สมเด็จพระเทพฯ ท่านก็เสด็จฯไปทรงเปิด เราเริ่มรับข้อมูล เอ็ม เอส เอส ได้แล้วพระองค์ก็ทรงสนพระทัยมาโดยตลอด ในปีพ.ศ. ๒๕๒๗ ราวๆ เดือนเมษายน พระองค์เสด็จฯ มาทรงรับการฝึกอบรมที่สถาบันเอ ไอ ที เลยทรงสนพระทัยมาโดยตลอดจนปัจจุบันนี้ และคิดว่าในอนาคตพระองค์ก็ยังทรงมีโครงการที่จะ ทรงใช้ข้อมูลนี้เพื่อการพัฒนา งานที่อาจารย์รับผิดชอบที่เกี่ยวกับงาน พระราชดำริด้านอื่น ๆ มีอะไรบ้างคะ “จริง ๆ แล้ว สมเด็จพระเทพฯ ทรงสนพระทัย ในด้านการพัฒนาพื้นที่มาก ทีนี้การพัฒนาพื้นที่จะ สำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับที่ดิน เรื่องของที่ดินพระองค์ ทรง ถือเป็นเรื่องการเรียนพิเศษ มีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็ ให้ถวายความรู้เรื่องของดิน ซึ่งก็ได้เสด็จฯออกดูพื้นที่ เป็นประจำ เช่นจังหวัดนครนายก หรือที่อื่น ๆ เพราะ ฉะนั้นพอเสด็จฯไปตรงไหนก็ทรงสามารถทอดพระเนตร ได้ว่าพื้นที่เป็นอย่างไร ดินเป็นอย่างไร มีแนวทางการ พัฒนาได้อย่างไรบ้าง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ด้านอื่น ๆ ที่รับสั่งก็จะเป็นเรื่องคล้าย ๆ กับ รีโมทเซนซิ่ง (Remotesencing) แต่ว่านำไปใช้เรื่อง ของการศึกษาแหล่งโบราณคดี เรื่องนี้ก็สามารถใช้ ประโยชน์ได้เช่นกัน” กว่าจะมีขัตติยนารีมาอุบัติขึ้นสักพระองค์หนึ่ง แผ่นดินนั้นต้องมีบุญมากพอสมควรเพราะว่าในโลกนี้ มีประชากรนับพันล้านคน แต่มีเจ้าฟ้าหญิงอยู่เพียงไม่ กี่องค์เท่านั้น และหนึ่งในจำนวนไม่กี่องค์นั้นก็มีเจ้า ฟ้าหญิง”ของชาติไทยรวมอยู่ด้วย “เจ้าฟ้าหญิง” ของชาติไทยนั้น นอกจากทรงงามพร้อมสรรพด้วยคุณลักษณะ ของขัตติยนารี ทรงพระปรีชาสามารถเป็นที่ ยอมรับของนานาประเทศแล้ว ยังทรงมีน้ำ พระทัยงามเลิศด้วยคุณธรรมความดีอีก ด้วย เป็นความภูมิใจอย่างยิ่งของชาวไทย ทรงพระราชสมภพมาเพื่อสร้างสมพระบารมี โดยแท้ ๘ กั ล ย า ณ มิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More