ข้อความต้นฉบับในหน้า
หรือขับรถจากประตูหน้าวัดเข้ามานะ เดินมาบนถนน
คอนกรีตอันกว้าง แข็งแรง มั่นคง เดินมาอย่างสบาย
สะอาดหูสะอาดตา มีใครเคยมองย้อนหลังไปบ้างว่า
ก่อนที่มันจะมาเป็นถนนคอนกรีตนะ มันเคยเป็นท้องนา
ขึ้นรูปขึ้นร่างมาเป็นถนนดิน จากถนนดินมาเป็นถนน
ลูกรัง ฝนตกมาก็เฉอะแฉะ ๆ ใส่รองเท้ามาเนีย ดินติด
รองเท้าหนักเป็นกิโล ๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นถนน
คอนกรีต ให้พวกเราเดินอย่างสบาย ๆ
ในยามใดที่เราหิว เมื่อเราหิวขึ้นมานะ มาวัดแล้ว
รอบ ๆ ข้างไม่มีร้านอาหาร บริเวณวัดไม่มีร้านค้าขาย
อาหาร เราก็เดินเข้าโรงครัว ไปในที่ ที่เป็นสถานที่ให้
นั่งทานอาหาร ทานได้อย่างสบาย มีที่ทำกับข้าว ทำ
อาหารที่สร้างไว้อย่างดี มีใครนึกบ้างว่า สมัยเริ่มแรก
แม้กระทั่งอาหารการกินของพวกเรา มีเพียงแค่ประทัง
ความตายไปเท่านั้นจริง ๆ ต้มไข่ ไข่ต้ม ทอดไข่ แล้วก็
ไข่ทอด เจียวไข่ แล้วก็ไข่เจียว มื้อแล้วมือเล่า เด็ดผัก
ในนา ยอดกระถิน ยอดตำลึง ผักบุ้ง มากินกัน ก่อนที่
จะมีอาหารสมบูรณ์แบบปัจจุบันนี้ ใครเคยนึกถึงตอน
บุกเบิกบ้าง
โดยสภาพแล้วหลวงพี่มหามีความพร้อมทุกอย่าง
ที่ไม่ต้องมาทนทรมาน มาลำาบากตรากตรำากร้าแดด
กรำฝนเช่นนี้เลย แต่ว่าเพราะอะไรเล่า ท่านถึงสละ
ความสุขทางบ้าน สละอนาคตที่รุ่งโรจน์ทางโลก มา
ตรากตรำมาเหนื่อยยากอย่างนี้ แล้วก็เป็นผลพวงให้
พวกเราได้สุขสบาย ได้สร้างบารมีอย่างสะดวกเช่นนี้
เรื่องนี้ มีกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ท่านได้เขียนเอาไว้
เป็นที่ไพเราะมาก อาตมาจะขอเชิญมาอ่านให้พวกเรา
ฟัง
อันแสงเทียนเปล่งประกายพรายจรัส
เพียงชี้ชัดส่องทางสว่างไสว
แม้ตัวเองมอดไหม้มลายไป
ยังประโยชน์นั้นให้เราทุกคน
ทุกคนในที่นี้หมายถึง พวกเราทุกคนที่มาที่วัด
พระธรรมกายแห่งนี้ มาสร้างบุญสร้างบารมีกัน
นี่คือหลวงพี่มหาของเรา ท่านทำตัวของท่าน
ประดุจแท่งเทียนที่ละลายตัวเองไป โถมให้กับงานโดย
ไม่คำนึงถึงสุขภาพหรือร่างกายเลยว่า จะเป็นอย่างไร
ไม่มีกลางวัน ไม่มีกลางคืน ทำงานกันไม่มีวันเสาร์
ไม่มีวันอาทิตย์ ไม่มีวันหยุดชดเชย ไม่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์
ใด ๆ ทั้งสิ้น วันไหนที่เป็นวันนักขัตฤกษ์ วันนั้นแทบ
ไม่ได้นอนกันเลย หรือก่อนงานสัก ๒-๓ วัน ก็ไม่ได้
ห้องน้ำห้องท่า เวลาเรามีความทุกข์เกี่ยวกับ
สรีระร่างกาย เราก็ไปปลดเปลื้องความทุกข์ ใครเคย
นึกถึงบ้างว่า สมัยแรก ๆ เลยนะเราคุมงานกัน ทำงานกัน
หลวงพี่มหาทำงานอยู่ในสนามจะเข้ามาบรรเทาทุกข์ นอนกัน ทำงานกันมาแบบนี้ไม่ใช่หลวงพี่มหาองค์เดียว
ทุก ๆ องค์ที่ทำงานมาด้วยกันเป็นแบบนี้ทั้งนั้น
สรีระนะเดินมา ๕๐๐ เมตร ๑,๐๐๐ เมตร กว่าจะมาถึง
ที่ปลดเปลื้องทุกข์ได้ พวกเราข้างหลังได้เห็นแต่สิ่งที่
ทุกอย่างพร้อมแล้ว
แต่ถ้าหากว่าเขาได้ทำใจสักนิดหนึ่ง มองย้อน
หลังกลับไปหมุนอดีตให้เวียนกลับไปอีกครั้งหนึ่ง
เราจะรู้ว่าสิ่งนี้ค่อย ๆ เกิดมาทีละอย่างสองอย่าง
ทีละชิ้นสองชิ้น ทีละหลังสองหลัง เกิดจากการทุ่มเท
ชีวิตจิตใจของหลวงพี่มหาของเรา ไม่ว่าเราจะอยู่
ที่ไหนก็ตาม นับตั้งแต่ก่อนเดินเข้าวัด จนกระทั่ง
เหยียบเข้ามาในวัด ก้าวย่างเข้ามาในวัด ทุกตาราง
อาตมาเองตอนที่เริ่มสร้างวัด ท่านมหา อาตมา
ให้เข้าไปช่วยงานใหม่ ๆ ตอนนั้นเริ่มสร้างกำแพง เริ่ม
ปรับดิน คุมแทรกเตอร์ปรับดิน อาตมาก็ไปทำกำแพง
รอบวัดนะ ส่องกล้อง เนื่องจากว่าพอจะทำได้บ้างใน
งานทางด้านนี้ เช้ามืดออกไป ตอนเย็นก็แบกกล้อง
กลับเข้ามา ตอนกลับเข้ามาเดินมากับหลวงพี่มหายังจำได้
ที่นี่เป็นท้องนา งูเยอะโดยเฉพาะงูเห่า งูเห่าหม้อตัว
คำเมี่ยงเลย มีมาก จะเดินกลับมาได้เนี่ยก็มืดค่ำแล้ว
ส่องกล้องไม่เห็นแล้วถึงเดินกลับมา ก็เดินกลับมา ๒-๓
นิ้วที่เราย่างเข้ามาชโลมไว้ด้วยหยาดเหงื่อ บางครั้ง คน แบกกล้องบ้าง ถือขากล้องบ้าง ถือเทปวัดบ้าง
ก็มีเลือดของหลวงพี่มหากระเซ็นกระสายอยู่พรม ค้อน เป๊กอะไรตามเรื่องตามราว เดิน ๆ มาโพล้เพล้ ๆ
อยู่ตลอดแทบทุกตารางนิ้วในวัดแห่งนี้ บางครั้ง แล้วนี่ มันเป็นเวลาที่งูออกหากิน เป็นเวลาที่อันตรายที่สุด
ทำงานมีอุบัติเหตุนิด ๆ หน่อย ๆ ได้เลือดกันบ้างก็มี
แล้วงูที่อันตรายก็ขนาดสักหัวแม่มือเนี่ย กำลังเปรี้ยว ตัว
กั ล ย า ณ ม ต ร ๖๙
Kalyanamitra.org