สมเด็จพระสังฆราช วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 4 หน้า 43
หน้าที่ 43 / 124

สรุปเนื้อหา

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๘ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระ สังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกพระองค์ที่ ๑๙ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ประสูติตรงกับวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๔๐ ณ อำเภอนครหลวง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา มีพระนามเดิมว่า วาสน์ นิลประภา ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อพระชนมายุ ครบอุปสมบท ก็เข้าอุปสมบท ณ วัดราชบพิธฯ มีนาม ฉายาว่า วาสโน สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) ทรง นิพนธ์หนังสือสอนพระพุทธศาสนาแก่เด็ก สำหรับ พิมพ์พระราชทานแจกในงานพระราชพิธีวิสาขบูชา ประจำปี ได้รับพระราชทานรางวัลที่ ๑ รวม ๒ ครั้ง คือเรื่องทิศ 5 กับเรื่องสังคหวัตถุ ๔ นับ เป็นพระสงฆ์องค์แรกที่แต่งหนังสือเข้าประกวด ได้รับพระราชทานรางวัล ต่อมาทรงเป็นพระ คณาจารย์เอกในทางรจนาพระคัมภ

หัวข้อประเด็น

- สมเด็จพระสังฆราช

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๘ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระ สังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกพระองค์ที่ ๑๙ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ประสูติตรงกับวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๔๐ ณ อำเภอนครหลวง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา มีพระนามเดิมว่า วาสน์ นิลประภา ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อพระชนมายุ ครบอุปสมบท ก็เข้าอุปสมบท ณ วัดราชบพิธฯ มีนาม ฉายาว่า วาสโน สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) ทรง นิพนธ์หนังสือสอนพระพุทธศาสนาแก่เด็ก สำหรับ พิมพ์พระราชทานแจกในงานพระราชพิธีวิสาขบูชา ประจำปี ได้รับพระราชทานรางวัลที่ ๑ รวม ๒ ครั้ง คือเรื่องทิศ 5 กับเรื่องสังคหวัตถุ ๔ นับ เป็นพระสงฆ์องค์แรกที่แต่งหนังสือเข้าประกวด ได้รับพระราชทานรางวัล ต่อมาทรงเป็นพระ คณาจารย์เอกในทางรจนาพระคัมภีร์ เมื่อคราว เสด็จเยือนประเทศอินเดียอย่างเป็นทางราชการ มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย ได้ทูล ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางวรรณ กรรม สาขาอักษรศาสตร์ เมื่อคราวสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) ก็รับเป็น พระราชอุปัธยาจารย์ ทางด้านสาธารณะสงเคราะห์ ทรงอำนวย การก่อสร้างโรงพยาบาลที่อำเภอนครหลวง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา สร้างสถานสงเคราะห์คนชรา “วาสนะเวสม์” ที่ข้างโรงพยาบาลสมเด็จพระ สังฆราช (วาสนมหาเถระ) เมื่อสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) เจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษา วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๑ มีงานบำเพ็ญพระราชกุศลฉลอง ณ พระ อุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาถวายน้ำสรง ถวาย ดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายพัดยศพิเศษ และพัดรัตนา ภรณ์ ภปร. ชั้น ๑ พัดยศพิเศษเป็นพัดแฉกงาพิเศษประดับพลอย มีลักษณะทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เหมือนกับพัดแฉกอื่น ๆ แต่แกะด้วยงาอย่างประณีตทั้งเล่ม ใบสลักเป็นลาย โปร่งมี 5 แฉก ประดับด้วยพลอยสีต่าง ๆ งามวิจิตร มาก นับเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นเอกชิ้นหนึ่งของกรุง รัตนโกสินทร์ พัดแฉกงานี้ใช้ในวันพระราชพิธี ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาและวันรับพระราชทานผ้าพระกฐิน หลวงเท่านั้น พระมหาเถระที่เคยได้รับพระราชทานพัด แฉกงาให้ถือเป็นพัดยศ มีพระนามดังนี้ ๑. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา ปวเรศวิริยาลงกรณ์ ๒. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา วชิรญาณวโรรส เมื่อดำรงพระยศเป็น พระเจ้า น้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส ๓. พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวร สิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ๔. สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง วชิรญาณวงศ์ ๕. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) ส่วนพัดรัตนาภรณ์ เป็นพัดประจำรัชกาลที่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นสำหรับพระราช ทานแก่พระสงฆ์ที่ทรงเคารพนับถือและคุ้นเคยเป็น ส่วนพระองค์ โอกาสที่จะใช้พัดรัตนาภรณ์คือ เฉพาะ เวลาถวายอนุโมทนาในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล งานเดียวเท่านั้น พระมหาเถระได้รับพระราชทานพัดรัตนาภรณ์ ในรัชกาลปัจจุบัน ขณะนี้มี ๕ องค์คือ ๑. สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วชิรญาณวงศ์ กรมหลวง ๒. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) ๓. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) ๔. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) ๕. สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฒโณ) วัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก อันเป็น มหามงคลสมัยที่พสกนิกรชาวไทยจะพึงพบเห็นได้ โดยยาก สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์) ก็ทรงมีพระดำรัส ถวายพระพรในนามของคณะสงฆ์ไทย เนื่องใน อภิลักขิตสมัยสมโภชสิริราชสมบัติรัชมังคลาภิเษก ๓ กรกฎาคม ๒๕๓๑ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระ สังฆราช (วาสน์ วาสโน) สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๓๑ สิริรวมพระชันษาได้ ๙๐ ปี ๕ เดือน ๒๕ วัน นับได้ว่าสมเด็จพระสังฆราชที่มีพระชน มายุสูงที่สุดในกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราชที่ยาวนานที่สุดในรัชกาลพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เอกอัครฐานันดรในสังมณฑลตำแหน่งที่ สมเด็จพระสังฆราชนี้ “กัลยาณมิตร” มีความตระหนัก สำนึกในพระบุญญาธิการ และในพระปัญญาบารมี มหาศาลเป็นที่สุดของความเลิศที่พุทธบริษัทต่าง แซ่ซ้องว่า แผ่นดินกรุงรัตนโกสินทร์ โดยพระมหา กษัตริยาธิราชเจ้าธรรมิกมหาราช ผู้ทรงพระคุณธรรม อันประเสริฐในสมัยจักรีวงศ์ได้ทรงทำนุบำรุงสมเด็จ พระสังฆราช สมณศากยบุตรผู้ทรงพระคุณไว้แก่ แผ่นดินจนสุดประมาณถึง ๑๘ พระองค์ ที่ปรากฏ มีพระคุณต่อราชอาณาจักรและพุทธอาณาจักรเป็น อเนกประการ เป็นแบบฉบับกับเจ้าพระคุณสมเด็จ พระสังฆราชในอนาคตกาลต่อไป ตามที่สดับ นับเป็นบุญมหาศาลของชีวิตพวก เราเหล่ากัลยาณมิตรเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นผู้ที่ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ ควรแก่การ รับทักษิณาทาน เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี และเป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีเนื้อนาบุญอื่น ยิ่งกว่า เกล้าฯ เหล่ากัลยาณมิตรขอถวายนอบน้อม สักการบูชาอย่างยิ่งด้วยเศียรเกล้า Kalyanamitra.org ก ล ย า ณ ม ต ร ๔๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More