ข้อความต้นฉบับในหน้า
ของคนนั้นมี เมื่อความศรัทธามี คนก็เชื่อถือ
ฉะนั้นมีความรู้และความประพฤติเป็น
หลักสําคัญ การที่สถาบันการศึกษาให้
ปริญญาบัณฑิต มหาบัณฑิต เหมือนมีบัณฑิต
เต็มบ้านเต็มเมือง เป็นบัณฑิตเพียงใน
กระดาษ ความจริงความรู้จะมาใช้อะไร
เป็นเครื่องวัดนั้น... ยาก
ความประพฤติก็เป็นหลักสำคัญ
ถ้ามีความประพฤติดีอย่างเดียวถึงไม่มี
ความรู้ก็ยังเป็นบัณฑิตที่แท้จริง ส่วน
ผู้มีความรู้ ก็ต้องนำความรู้เหล่านั้น
ไปใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเรา แก่สังคม
แก่โลกด้วย ถึงจะเป็นบัณฑิตที่แท้จริง
ทางพุทธศาสนาของเราถือว่า
คนที่เป็นบัณฑิตต้องเป็นคนที่มีปัญญา
เอาตัวรอดได้แต่ไม่ใช่เอาตัวรอดอย่างที่เรา
เข้าใจกันทั่ว ๆ ไป แต่หมายความว่า
รอดพ้นจากกิเลสทั้งหลาย และสามารถ
ช่วยให้คนอื่นรอดพ้นไปด้วย ศัพท์บัณฑิต
หมายความว่า ผู้มีปัญญา เป็นเครื่องรักษา
ไว้ซึ่งตนไม่ให้ตกไปในทางที่ชั่ว
บางคนไปอ่านของสุนทรภู่ที่ว่า "รู้รักษาตัวรอด
เป็นยอดดี คิดดีความแบบของตัวเองว่า
ยังไงก็ตาม เอาตัวรอดไว้ก่อน คนอื่นเป็น
ยังไงก็ช่าง สุนทรภู่ท่านมิได้หมายความ
เช่นนั้น ท่านหมายความเชิงธรรมะ คือ
เอาตัวรอดไปจากความชั่วทั้งหลาย
หลักสัปปุริสธรรม ๓ ประการ
สอนให้คนเป็นคนดี ลึกซึ้งมาก แต่คนเรา
ไม่เข้าใจหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา
คือ ให้เรารู้จักเหตุ รู้จักผล รู้ว่าอะไรเป็นเหตุ
อะไรเป็นผล แล้วแก้ที่ต้นเหตุ
เราประกาศตัวเป็นคนดีเมื่อไหร่ก็ได้
ไม่จำเป็นต้องต่อหน้าพระ ผมประทับใจ
ตอนไปลังกามาก ปี ๒๕๐๒ ลังกาถือว่า
ต้นโพธิ์สำคัญมาก ตัดต้นโพธิ์ไม่ได้ถือว่าบาป
ถ้ากิ่งต้นโพธิ์ยื่นเข้าไปใกล้เจดีย์ก็ให้ตัดได้
วิทยาลัยการปกครอง ผมถือว่าสำคัญ
แม้บางครั้งต้องสละการประชุมไป
เพราะเขาต้องไปปกครองประชาชน
แต่ต้องประณีต เหมือนศัลยแพทย์จะทำการ คุณค่าของภาษาไทย
ผ่าตัด เขาจะรดน้ำต้นโพธิ์ทุกวัน
หลังเวียนประทักษิณ ๓ รอบ ถ้าพระ
ในวัดไม่มาร่วม เขาก็จะสมาทานศีลกับ
ต้นโพธิ์ ถือว่าเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า
เขาประกาศดัง ๆ เลย
คนมีศีล แม้ศีลจะขาดบ้าง
ก็ยังดีกว่าคนไม่มีศีล เหมือนคนที่ผ้านุ่ง
ขาดก็ยังดีกว่าคนไม่มีผ้านุ่ง ยังมี
หิริโอตตัปปะอยู่ ศีลรักษายาก การ
รักษาศีลต้องมีการพัฒนาเป็นลำดับชั้น
พัฒนาจิตใจให้เกิดความเมตตา ศีล
อย่างเดียวไม่พอ คนมีศีลไม่จำเป็น
ต้องเป็นคนดีพร้อม แต่คนดีพร้อม
ต้องมีศีล มีธรรมะด้วย คนที่ฉลาดต้องรู้จัก
ใช้ธรรมะให้ถูกเรื่องถูกราว
เรามีความรู้ เราจะถ่ายทอด
ความรู้ไป เราต้องรู้ที่มาที่ไปด้วย
อย่างเช่น รสนิยม (รด-สะ-นิยม) ทำไม
ไม่อ่าน รด-นิ-ยม และรสชาติ (รด-ชาด)
ทําไมไม่อ่าน รด-สะ-ชาด เลศนัย (เลด-ไน
ทำไมไม่อ่าน เลด-สะ-ไน ผมก็ชี้แจงไปว่า
ทำไมอ่านอย่างนี้
ตามหลักตรรกศาสตร์ การนิยาม
ความหมายนั้น ก่อนจะนิยามความหมาย
ได้จะต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นและมีหลัก
ในการนิยาม บางทีไปอบรมพวกนักศึกษา
ในทัศนคติของอาจารย์
“ผมว่า ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์
ของความเป็นไทย การที่รู้ว่าใครเป็น
คนไทย เราก็ดูว่าเขาพูดภาษาไทยได้ไหม
บางทีหน้าเป็นคนไทยแต่พูดภาษาไทย
ไม่ได้ เช่น คนฟิลิปปินส์
คนไทย... แปลก เวลาอยู่เมืองไทย
เดินสวนกันจะไม่พูดกัน ถ้าไม่มี
คนแนะน่า แต่พอไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าเห็น
โดยไม่ต้องมีใครแนะนำก็อยากจะคุยกัน
เพราะคุยภาษาอะไรก็ไม่เท่าภาษาไทย
เรื่องภาษาไทยไม่ใช่เรื่องที่ผมศึกษา
มาโดยตรง ผมเป็นราชบัณฑิต คนก็นึกว่า
ผมเรียนภาษาไทย ผมเรียนปรัชญา
ภายหลังผมสนใจภาษาไทยเพราะ
ผมรักความเป็นไทย เหตุที่รักเพราะผม
อ่านประวัติศาสตร์มาก อ่านแล้วลึกซึ้ง
ภาษาไทยไม่ว่าจะไทยประเทศไหน
ก็พอพูดกันได้ คนไทยที่อยู่เมืองจีน
กับคนไทยบ้านเรา พูดกันไม่ถึงกับรู้เรื่อง
แต่รู้ว่าพูดภาษาไทย เราไปปักษ์ใต้ก็พูดกัน
ไม่รู้เรื่อง แต่ก็รู้ว่าพูดภาษาไทย ไม่ได้
หมายความว่าจะฟังกันรู้เรื่องทีเดียว เรามี
ภาษาไทย ทำให้เรามีเอกลักษณ์ แสดงถึง
ลักษณะที่ทําให้เป็นพวกเดียวกัน